วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'วรเจตน์'ชี้แก้รธน.ว่าด้วยนิรโทษฯได้ทุกฝ่าย

"ดร.วรเจตน์"ระบุร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรม ให้ประโยชน์ทุกสี เผยผลการศึกษา คนเผาทรัพย์สิน- คดีหมิ่น ได้รับอานิสงส์

นายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ ให้สัมภาษณ์ต่อประเด็นการนำเสนอร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้ง ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่กระทำความผิดอันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองภายหลังการยึดอำนาจ วันที่ 19 กันยายน 2549 และให้จัดตั้งคณะกรรมการขจัดความขัดแย้ง ว่า เจตนารมย์ของการเสนอร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเพื่อให้สังคมได้ร่วมพิจารณาและแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งร่วมกัน โดยข้อเสนอที่ให้มีการพิจารณานิรโทษกรรมให้กับประชาชนและภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบหรือได้รับโทษจากการประกาศใช้กฎหมายช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง ยกเว้นเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ปฏิบัติตามคำสั่ง ถือเป็นข้อเสนอใหม่ที่อยากให้สังคมได้ร่วมพิจารณา

ส่วนเหตุผลที่ร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรมฯ ระบุไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งในฐานะผู้สั่งการหรือปฏิบัติการ ที่กระทำผิดตามกฎหมาย ได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วยนั้น เนื่องจากผู้สั่งการหรือปฏิบัติการจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว และที่สำคัญเมื่อผู้ปฏิบัติการทำเกินกว่าเหตุ เช่น ฆ่าประชาชนที่มาร่วมชุมนุม ถือเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นต้องรับผิดชอบ ในการกระทำ ซึ่งหากให้การนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ที่ทำเกินกว่าเหตุ อาจเป็นการสร้างบรรทัดฐานว่าในอนาคตเมื่อเหตุการณ์ชุมนุมอีก เจ้าหน้าที่รัฐสามารถใช้ความรุนแรงได้โดยไม่ผิด หรือ ได้รับการนิรโทษกรรมภายหลังได้

นายวรเจตน์ กล่าวอีกว่า ก่อนการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยการนิรโทษกรรม คณะนิติราษฎร์ได้ศึกษาถึงลักษณะของการกระทำผิดที่เข้าข่ายได้รับการนิรโทษกรรม เช่น การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ประกาศในช่วงชุมนุม ซึ่งได้รับโทษไม่เกิน 2 ปี, คดีเผาสถานที่, คดีหมิ่นประมาท แต่ต้องมีการพิจารณาเหตุผลประกอบด้วยว่ากระทำไปเพราะแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ โดยผู้ที่จะพิจารณาว่าการกระทำใดเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรมตามร่างรัฐธรรมนูญ นี้ คือ คณะกรรมการขจัดความขัดแย้ง ส่วนจะมีผู้ใดหรือจำนวนเท่าใดที่จะได้รับการนิรโทษกรรมจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้มีการศึกษาหรือทำสถิติไว้ แต่ผู้ชุมนุมของทั้งสีเหลืองและสีแดงจะได้รับประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย

"แกนนำนปช. อยู่ในข่ายที่จะได้รับการนิรโทษกรรมด้วย หากพิสูจน์ได้ว่าทำไปด้วยแรงจูงใจทางการเมือง ผมมองว่าแกนนำที่มีคดี ตอนนี้ได้รับการประกันตัวหมด ยกเว้นคนจนที่ยังติดคุก ไม่ได้รับการประกันตัว พวกเขากำลังถูกละเลย ทั้งที่พวกเขาออกมาชุมนุมเพื่อต้องการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่ออกมาเพื่อเป็นอาชญากร" นายวรเจตน์ กล่าว

นายวรเจตน์ กล่าวต่อว่า ประเด็นที่ให้อำนาจคณะกรรมการขจัดความขัดแย้งพิจารณาว่ากรณีใดที่จะเข้าข่ายนิรโทษกรรมตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แทนศาลยุติธรรมนั้น เนื่องจากคณะกรรมการฯ สามารถพิจารณาในมูลเหตุของความจูงใจในการกระทำผิดได้ แต่ศาลยุติธรรมจะพิจารณาตามกฎหมายซึ่งไม่รวมถึงแรงจูงใจทางการเมือง อย่างไรก็ตามคณะกรรมการขจัดความขัดแย้งนั้นจะมีอายุไปจนกว่าปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น โดยไม่ยึดโยงกับอายุของรัฐสภา หรือรัฐบาล

"คณะนิติราษฎร์ ได้จัดทำร่างดังกล่าว เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ ส่วนใครหรือคณะบุคคลใดจะนำไปขยายผลต่อนั้น เป็นสิ่งที่กระทำได้ ทั้งนี้ร่างที่เสนออาจมีคนเห็นด้วยในหลักการ แต่ต้องการแก้ไขรายละเอียด สามารถทำได้ ส่วนขั้นตอนต่อไปหลังจากที่เสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้สู่สาธารณะแล้ว ภาคประชาชนจะเข้าชื่อให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยื่นร่างนี้ให้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาก็ได้ หรือ รัฐบาล อาจเสนอร่างให้รัฐสภาพิจารณา หรือ ส.ส. ร่วมเข้าชื่อเพื่อนำเสนอร่างกฎหมายต่อรัฐสภาก็ได้ ทั้งนี้ประเด็นนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ให้ตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หากมีผู้ยื่นเสนอต่อรัฐสภา สามารถพิจารณาได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้รัฐสภาลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ในวาระก่อน" นายวรเจตน์ กล่าว