"ธีระชน"ยื่นหลักฐานให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบ"ธาริต"ไม่มีอำนาจฟันคดี"บีทีเอส" ลั่นพร้อมเข้าพบดีเอสไอ 9 ม.ค.นี้
นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า วันนี้ (7 ม.ค.) ตนได้เดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินให้เร่งรัดตรวจสอบ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบคดีการทำสัญญาบีทีเอส ทั้งกรณีที่ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณายกเลิกสัญญาจ้างเดินรถระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ (บีทีเอส) ระหว่างบริษัทกรุงเทพธนาคม (เคที) กับบริษัทระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ มาตรา 200 ซึ่งดีเอสไอเป็นเพียงพนักงานสอบสวน ไม่ใช่ศาลยุติธรรมจึงไม่มีอำนาจพิพากษาเรื่องนี้
"การยกเลิกสัญญาไม่ง่ายเหมือนระงับละครเหนือเมฆ 2 ซึ่งที่ผ่านมาการกล่าวหาของดีเอสไอไม่เคยมีการเชิญกทม. เคที หรือบีทีเอสเข้าไปให้ปากคำก่อนที่จะมีการกล่าวหาเลย ถือเป็นการกล่าวหาที่ขาดจริยธรรม และที่ผ่านมาผู้ตรวจการแผ่นดินได้แจ้งว่าขอข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ก็มีการเลื่อนการส่งข้อมูลมาถึง 1 เดือน การเข้าพบในวันนี้จึงอยากให้เร่งดำเนินการโดยเร็ว อีกทั้ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. และผมจะเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาต่อดีเอสไอในวันที่ 9 ม.ค.นี้"นายธีระชน กล่าว
นายธีระชน กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ดีเอสไอระบุว่ามีหลักฐานว่า กทม.เคยทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการขออนุมัติทำสัญญาว่าจ้างบีทีเอสเดินรถในส่วนต่อขยายสายสีลม เส้นทางสะพานตากสิน-บางหว้า ซึ่งหมายถึงกทม.เห็นว่าการขออนุมัติว่าจ้างเดินรถในส่วนต่อขยายเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเช่นเดียวกันนั้น ตนขอปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นการทำหนังสือเพื่อขออนุมัติเรื่องดังกล่าว แต่เป็นการทำหนังสือ ถึง มท.เพื่อซื้อคืนและขออำนาจในการบริหาร หากมีการก่อสร้างระบบโครงสร้างรถไฟฟ้าบีเอสส่วนต่อขยายหมอชิต-สะพานใหม่ และเส้นทางแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งคณะรัฐมนตรีในปี 2553 ได้มอบหมายให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงสร้างหลักแทน กทม.ในช่วงที่ กทม.อยู่ระหว่างการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ กทม.จึงทำหนังสือเพื่อขอทวงทรัพย์สินคืนเท่านั้น






