"สุภิญญา"ทวิตปมช่อง 3 สั่งแบนละครเหนือเมฆ2 กลัวมือที่มองไม่เห็น ชี้หากฝ่ายการเมืองแทรกแซงจริง ถือเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการ "ขาดวุฒิภาวะ"
นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทวีตข้อความผ่านระบบทวิตเตอร์ สื่อสังคมออนไลน์ชื่อดัง แสดงความเห็นซึ่งเธอย้ำว่าเป็น ความเห็นส่วนตัว ต่อกรณีสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 สั่งแบนละครเหนือเมฆ 2 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงตอนอวสาน โดยอ้างว่ามีเนื้อหาไม่เหมาะสม ขณะที่มีกระแสวิจารณ์ในวงกว้างว่าถูกฝ่ายการเมืองแทรกแซง ข้อความทั้งหมดนี้เป็น ทวีต บนไทม์ไลน์ของ นางสาวสุภิญญา ซึ่งเธอย้ำหลายครั้งว่าเป็นความเห็นส่วนตัว
- รับทราบเรื่องละคร #เหนือเมฆแล้วนะคะ ไว้มาทวิตยาวๆ คืนนี้ติดภาระกิจสำคัญ #คหสต มองเรื่องนี้ว่าสะท้อนวิกฤตศรัทธาต่อละครไทยในฟรีทีวีหนักขึ้น
- ทางกฎหมาย กสทช.คงไม่อาจไปสั่งให้สถานีฉายหรือไม่ฉายละครเรื่องอะไร เพราะเป็นการตัดสินใจของสถานี แต่ถ้าถูกแทรกแซงทางการเมืองจริงก็กระทบเสรีภาพ
- ถ้าการเมืองแทรกแซงละคร #เหนือเมฆ จริงก็ขาดวุฒิภาวะมาก ถ้าช่อง3 ยอมให้แทรกแซงด้วยเหตผลที่อ่อนแอก็เป็นปัญหาจริยธรรมและศักดิ์ศรีสื่อของตัวเอง
- คนไทยต้องดูแต่ละครตบตี ข่มขืน ตลก ติ๊งต๊องก็เพราะไม่มีใครอยากสร้าง #ละครแนวอื่นโดยเฉพาะแนวการเมือง เพราะกลัวเกินกว่าเหตุ
- กสทช.เป็นองค์กรกำกับดูแลช่อง3โดยตรงตามกฏหมาย ยังไม่เคยมีท่าทีไปแบนละครใดเลย เรื่องนี้สะท้อนว่าฟรีทีวีกลัวมือที่มองไม่เห็นมากกว่า กสทช.
- ดิฉันเสนอเรื่องนี้เข้าบอร์ดกสทช.ได้ แต่ไม่มั่นใจว่า กสท.ท่านอื่นจะว่าอย่างไร เพราะอาจไม่ขัดข้อกฏหมาย ส่วนตัวคิดว่าเป็นปัญหาสิทธิเสรีภาพสื่อ
- ถ้าช่อง3ถูกแทรกแซง แล้วร้องเรียนมาที่ กสทช. เราพิจารณาได้ แต่ถ้าช่อง3เซ็นเซอร์ตัวเองก็คงไม่ร้องเรียนมา ดังนั้นผู้เสียหายจะเป็นคนดู
- เมื่อคนดูร้องเรียน กสท.ต้องดูว่าขัดกฏหมายข้อไหน ถ้าไม่ขัดกฏหมายแต่เป็นเรื่องจรรยบรรณ ตามกม. กสท.ต้องส่งเรื่องให้วิชาชีพสื่อตัดสินก่อน
- อย่างไรก็ตามแม้อาจไม่เข้าข้อกฏหมายตรง แต่เรื่องนี้ กสทช.แสดงท่าทีได้ ทั้งนี้ดิฉันไม่ทราบว่ามติบอร์ดจะเป็นอย่างไร แต่แสดงจุดยืนส่วนตัวได้เสมอ
- กสทช.มีฐานะเป็นนิติบุคคล การจะพิจารณาลงมติตัดสินอะไรก็ต้องเรียกประชุมบอร์ด ดังนั้นดิฉันจึงทวิตได้เฉพาะความคิดเห็นส่วนตัวในฐานะ กก.คนหนึ่ง
- ทั้งนี้ความคิดเห็นดิฉันอาจถูกหรือผิดก็ได้ วันนี้เป็นความเห็นเบื้องต้น จากนี้ก็ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน แต่รู้ว่าเป็นปัญหาสิทธิเสรีภาพ
- สำนักงาน กสทช. สามารถเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงในเวทีทวิภาคี / ไตรภาคี ได้ ส่วนผลจะเป็นอย่างไร จะเสนอและตามเรื่องให้ค่ะ
- ผู้บริโภค/คนดูที่เห็นว่าตนเองถูกละเมิดสิทธิ์ ช่วยกันร้องเรียนมาที่ กสทช.ได้ ร้องมากเรื่องก็จะใหญ่มากตาม โทรฟรี call center 1200
- กสทช.มีอำนาจตามกฏหมายโดยตรงตามมาตรา37 พรบ.ประกอบกิจการฯในการสั่งแบนวิทยุ-ทีวีได้ แต่กสท.ยังไม่เคยใช้อำนาจนี้และระวังในการใช้มาก
- ดังนั้นเมื่อกสทช.ยังไม่ได้ใช้อำนาจ แต่สื่อสั่งแบนตัวเอง สะท้อนว่ามีองค์กรที่สื่อกลัวกว่า กสทช.และ กสทช.ก็ยังไม่มีบารมีพอจะคุ้มครองสื่อได้
- รัฐธรรมนูญกำหนดให้มี กสทช.มากำกับดูแลสื่อ เพื่อให้สื่อเป็นอิสระจากรัฐบาล ดังนั้นถ้า กสทช.ไม่ได้สั่งแบน สื่อก็ไม่จำเป็นต้องกลัว แต่ยังกลัว
- ย้ำอีกครั้ง ทั้งหมดคือความเห็นที่เป็นอิสระของดิฉัน อาจถูกหรือผิด สังคมตัดสิน ดิฉันมีสิทธิ์คิดและพูดในฐานะ กสทช.คนหนึ่ง มติบอร์ดเป็นอีกเรื่อง
- ส่วนมติกสทช.ที่เป็นทางการ ก็ต้องรอเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ด กสท. แล้วพิจารณาลงมติต่อไปค่ะ cc กสท
- สรุป ดิฉันรับเรื่องนี้ไปเสนอวาระเข้าที่ประชุมบอร์ดกระจายเสียง(กสท.) และจะตามเรื่องต่อให้ค่
- วันจันทร์นี้มีประชุมบอร์ดกระจายเสียง กสทช. (กสท.) ตามวาระปรกติ คงได้มีการหารือเรื่องนี้ในวาระจร
- ที่ต้องเป็นวาระจรก็เพราะวาระการประชุมปรกติต้องส่ง/เสนอต้นเรื่องให้ท่านประธาน กสท. เซ็นรับวาระเข้าที่ประชุมก่อนล่วงหน้า
- แม้แต่ละครแรงเงาที่มีเรื่องร้องเรียนมาก กสท.ยังไม่มีแม้แต่การเตือนเพราะเป็นเสรีภาพสื่อ เพียงขอให้ปรับเรทให้เหมาะสม #เหนือเมฆ แบนตัวเองทำไม
- จริงๆในสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและมีวุฒิภาวะแล้ว รัฐไม่ควรไปจุกจิกควบคุมเนื้อหาสื่อ เว้นแต่เนื้อหาที่ระบุว่าผิดกฏหมายชัดเจน
- ส่วนตัวคิดว่า #Ch3 แบนตัวเองเพราะความ กลัวมือที่มองไม่เห็น นัยหนึ่งคืออิทธิพลทางการเมือง ที่ผูกพันกับสัญญาสัมปทาน
- ส่วนมือที่มองไม่เห็นก็เป็นพวกไม่มีวุฒิภาวะทางการเมืองหรือพวกบ้าอำนาจ
- #Ch3 คงเกรงอิทธิพลทางการเมืองมากกว่ากลัว กสทช. เพราะเขายังอยู่ภายใต้ระบบสัญญาสัมปทานที่ควบคุมโดยสำนักนายกฯผ่านรัฐวิสาหกิจ อสมท.
- ในระบบสัญญาสัมปทาน ย่อมมีเหตุผกผันได้ตามการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ทุกรัฐบาลอยากคุมรัฐวิสาหกิจการสื่อสาร อาทิ TOT-CAT-MCOT
- สัญญาสัมปทานช่อง3 มีปัญหามานานแล้ว อำนาจในการตรวจสอบย้อนหลังเป็นของ กสทช.ตามกฏหมาย ถ้าฝ่ายอื่นอยากมีส่วนตรวจสอบก็ทำแบบเปิดเผย จริงใจ
- เฉพาะสำหรับเรื่องนี้ สนง.กสทช.(กสท.)ควรเชิญตัวแทนช่อง3มาชี้แจงถึงเหตุผลในการปลดรายการกลางอากาศ เพราะกระทบคนรอดูปริมาณมาก
- กสทช.คงไม่อาจเรียกมือที่มองไม่เห็นมาชี้แจงได้ เพราะเขา/เธอไม่ได้เป็นผู้รับอนุญาตประกอบกิจการฯ แต่เราส่งสัญญาณที่ถูกต้องให้คลื่นรบกวนนั้นได้
- ส่วนสัญญาสัมปทาน #Ch3 ที่ค้างคาใจ ทำให้ไม่เป็นอิสระทางการเมือง เสนอให้ทุ่มประมูลทีวีดิจิตอล แล้วทิ้งสัญญาสัมปทานเดิมเหมือน3G(แบบไม่ฮั้ว)
- ข้อดีการทิ้งสัมปทานมาอยู่ใต้ระบบใบอนุญาตของ กสทช. คือเป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมืองมากขึ้น ข้อเสียคือ (ถ้า) กสทช.ใจดี/เกรงใจเอกชนเกินไป
- การเปิดประมูลทีวีดิจิตอลใหม่สด24ช่องโดยบอร์ด กสท. จะเป็นโอกาสสำคัญให้ทุกฝ่ายเข้าสู่การแข่งขันและทิ้งสัญญาสัมปทานเดิมได้ (ถ้าต้องการ
- จุดยืนส่วนตัว แม้ไม่ค่อยใจดีกับกลุ่มทุนสื่อเท่าไหร่ แต่ก็เชียร์เต็มที่ให้ทุนสื่อปลดแอกตัวเองจากระบบสัมปทานล้าหลัง แล้วแข่งขันในระบบใบอนุญาต
- หารือกับท่าน กสท. @Thawatchai_NBTC ว่าจะเสนอวาระประชุมกับท่านประธาน @DrNateeDigital จันทร์นี้ cc ท่านรองฯ
- จะเสนอวาระหารือ กสท.จันทร์นี้ แต่ถ้าท่านมีเรื่องร้องเรียนเป็นรายบุคคลเพิ่มเติม โทร1200 หรือร้องผ่านเว็บ http://1200.nbtc.go.th/ #Ch3






