วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน 2569

Login
Login

ระวัง! ข้างหน้ายังมีอีก หลาย ‘หน้าผาการคลัง’

ระวัง! ข้างหน้ายังมีอีก หลาย ‘หน้าผาการคลัง’

โล่งอกได้ชั่วคราวสำหรับการที่สหรัฐไม่หล่นลงไปที่ “หน้าผาการคลัง” ในวันขึ้นปีใหม่ อย่างที่หวั่นกลัวกันมาหลายสัปดาห์

ต้องถือว่าเป็นฝีมือต่อรองเจรจาของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ที่ผ่านเส้นตายวันปีใหม่มาได้อย่างหวุดหวิด ด้วยการแลกเปลี่ยนเงื่อนไขของทำเนียบขาวกับรัฐสภา

แต่ต้องไม่ลืมว่านี่เป็นเพียง “ข่าวดีชั่ววูบ” เท่านั้น ยังมี “หน้าผา” ที่ต้องผ่านอีกสองสามช่วงข้างหน้า ที่อาจจะยากกว่าหน้าผาแรกนี้ด้วยซ้ำไป

จะว่าไปแล้ว ข้อตกลงให้ยอมขึ้นภาษีคนรวยและหลีกเลี่ยงการลดค่าใช้จ่ายที่จะกระทบต่อสวัสดิการคนจน และคนแก่นั้น เป็นเพียงการ “ซื้อเวลา” เพื่อไม่ให้เจอวิกฤติฉับพลันเท่านั้น แต่สหรัฐยังต้องเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจอีกมากมายหลายด้าน

โอบามา ไม่กล้าประกาศเป็น “ชัยชนะ” ของทำเนียบขาว บอกเพียงว่าเป็น “ก้าวๆ หนึ่ง” ในความพยายามที่จะทำให้เศรษฐกิจในอเมริกาแข็งแกร่งขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเท่านั้น

แปลว่า ยังมีเรื่องต้องต่อรองยื่นหมูยื่นแมวระหว่างทำเนียบขาวกับพรรครีพับลิกัน ทั้งในสภาล่างและสภาสูงอีกหลายเรื่อง

ส.ส.หลายคนในรัฐสภาสหรัฐ บอกว่า กฎหมายที่ผ่านเมื่อคืนวันอังคาร (เวลาสหรัฐ) ยัง “ขาดความสมบูรณ์” แต่จำเป็นต้องให้ผ่านไปก่อนเพื่อไม่ให้คนมะกันตกอยู่ในภาวะสิ้นไร้ไม้ตอกทันทีที่กฎหมายเก่าที่ประกาศใช้ ตั้งแต่ยุค จอร์จ ดับเบิลยู บุช เพื่อลดหย่อนภาษีและอุ้มนโยบายสวัสดิการหลายเรื่องหมดสภาพลง

เพียงแค่ผ่านกฎหมายฉบับนี้ ทำให้สหรัฐหลบเลี่ยงการ “ตกหน้าผาการคลัง” สหรัฐ ก็ทำเอาตลาดหุ้นกระเตื้องขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ราคาทองพุ่งพรวดพราด ทั้งโลกพลอยยินดีปรีดาไปด้วย...จนรู้ข้อเท็จจริงว่านี่เป็นเพียงการผ่อนส่งปัญหาไประยะสั้นเท่านั้น ก็อาจจะชะงักไปได้ในวันสองวันนี้

แน่นอนว่า การไม่ตกเหวก็ยังดีกว่าหล่นลงไปในหน้าผา ซึ่งอาจจะก่อความเสียหายกว้างไกลไปทั่วโลกได้

ปัญหาที่ตามมาจากนี้ไป ก็คือ ยังมีการเผชิญหน้าระหว่าง โอบามา กับ รีพับลิกัน ในรัฐสภา ว่าด้วยเรื่องภาษีรออยู่อีกหลายเรื่อง และจะมีความสลับซับซ้อนกว่าเรื่องที่เพิ่งตกลงกันได้เมื่อวันปีใหม่ด้วยซ้ำไป

แปลว่า ปี 2013 นี้ จะมีข่าวตึงเครียดเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ของมหาอำนาจโลก ที่เป็นหนี้เป็นสินรุงรังอีกมากมาย อย่าได้วางใจเป็นอันขาด

กฎหมายที่เพิ่งผ่านไปจากการรอมชอมกันของทั้งสองฟากการเมือง ทำให้คนอเมริกัน 98% หลีกเลี่ยงการจะต้องควักกระเป๋าจ่ายภาษีเพิ่มขึ้น

แต่ปัญหาใหญ่ที่ยังไม่ได้แก้และเป็นปัญหาเรื้อรังยืดเยื้อยาวนานของสหรัฐ ก็คือ การใช้จ่ายเงินเกินตัวและงบประมาณขาดดุล ที่ยังมองไม่เห็นลู่ทางที่จะแก้ไขได้ง่ายๆ

พรรคฝ่ายค้านรีพับลิกัน ซึ่งมีเสียงข้างมากในรัฐสภา ยืนยันว่า แม้จะยอมถอยบางเรื่องเพื่อให้กฎหมายผ่านไปก่อน แต่ก็จะใช้ความพยายามกดดันให้โอบามา ต้องยอมตัดลดงบประมาณลงอย่างเป็นกอบเป็นกำต่อไปอย่างไม่ลดละ

ศึกประจันหน้าระหว่างสองฝ่ายจะปะทุอีกรอบเดือนหน้านี้แหละ เพราะจะต้องออกกฎหมายปรับเพดานหนี้ของรัฐบาลสหรัฐอีกรอบ เพราะนักการเมืองฝ่ายค้านถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำให้ โอบามา ยอมตามเงื่อนไขของตนอย่างจริงจังในเรื่องนี้

พรรครีพับลิกัน ไม่ชอบเรื่องขึ้นภาษีคนมีเงิน แต่ต้องการให้ โอบามา ลดค่าใช้จ่ายสำคัญๆ เพื่อลดปัญหางบประมาณขาดดุล

หนี้ของรัฐบาลสหรัฐยังเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ทุกๆ วันยอดหนี้เพิ่มขึ้น 4 พันล้านดอลลาร์ (120,000 ล้านบาท โดยประมาณ) โดยยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำแต่อย่างไร

เดโมแครต ของ โอบามา ต้องการขึ้นภาษีคนมีสตางค์ และปกป้องโครงการสวัสดิการสังคมสำหรับชนชั้นกลางและคนแก่ กับคนไร้ที่พึ่ง ซึ่งเป็นฐานเสียงทางการเมืองของตนต่อไป

โอบามา อ้างว่า หากพรรครีพับลิกัน พยายามจะตัดลดงบประมาณบางอย่างที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ ก็จะส่งผลทางลบให้กับประเทศทันที

อีกหนึ่งประเด็นที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายต้อง ปะ ฉะ ดะ กันอีกรอบ คือ กฎหมายชะลอ และเลื่อนการตัดลดงบประมาณของหน่วยราชการทั้งหลาย รวมถึงกระทรวงกลาโหมจะหมดอายุลงในเดือนหน้า

ทำให้ โอบามา ต้องลุกขึ้นปกป้อง ขณะเดียวกันฝ่ายรีพับลิกัน ต้องเปิดศึกเรื่องงบประมาณอีกรอบหนึ่ง

กลเม็ดการต่อรองระหว่างสองขั้วอำนาจทางการเมืองของสหรัฐ ทั้งดุเดือดและพลุ่งพล่าน...ที่เราต้องเฝ้ามอง เพราะว่าผลการเผชิญหน้าระหว่างทำเนียบขาวกับรัฐสภา ที่ต่างคนต่างมีอำนาจคานกันตามรัฐธรรมนูญนั้น ส่งผลกว้างไกลไปทั่วโลก

อย่าได้วางใจเป็นอันขาด เพราะว่ายักษ์ใหญ่ตัวนี้ มีอาการป่วยเรื้อรังมากมายหลายเรื่อง ที่คณะแพทย์ยังวินิจฉัยโรคไม่จบ และคนไข้ก็ 'ดื้อยา' อย่างยิ่ง!