วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

3 ข่าว (จะ) ดังฝั่งยุโรปปี 2013

โปรดจงเชื่อเถิดว่ามาตรการที่ทางอีซีบีจะออกมา จะมีความเพียงพอต่อความอยู่รอดของตัวยูโร

ปี 2012 มีข่าวในยุโรปที่สร้างความฮือฮาด้วยกันหลายประเด็น ในปีนี้ ก็คงจะไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ผู้เขียนขอทำนายว่า 3 ข่าวต่อไปนี้ จะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเศรษฐกิจโลกได้ไม่น้อย

เริ่มจากข่าวแรก ต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งที่ยูโรสามารถผ่านพ้นวิกฤติในปี 2012 มาได้ เนื่องจากตลาดมีความมั่นใจว่าธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวประธานอีซีบี นายมาริโอ ดรากิ ที่ประกาศว่าอย่างไรเสีย โปรดจงเชื่อเถิดว่ามาตรการที่ทางอีซีบีจะออกมา จะมีความเพียงพอต่อความอยู่รอดของตัวยูโร

ทั้งนี้ มาตรการที่ออกมาใหม่เมื่อเดือนกันยายน 2012 OMTs (Outright Monetary Transactions) ในการซื้อพันธบัตรแบบไม่จำกัดจำนวนในตลาดรอง โดยเลือกที่จะซื้อพันธบัตรอายุไม่เกิน 3 ปี นั้น ได้ส่งผลให้เสถียรภาพของทั้งตลาดเงิน ตลาดทุนและตลาดอัตราแลกเปลี่ยนสูงขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลาดมีความเชื่อถือต่อมาตรการดังกล่าวเป็นอย่างมากว่าจะสามารถแก้หรือบรรเทาวิกฤติยูโรได้ หากเกิดสถานการณ์คับขันขึ้นมาในอนาคต คำถามคือ OMT จะช่วยได้จริงไหม หากวิกฤติยูโรเกิดปะทุขึ้นมาในอนาคต ซึ่งก็ต้องบอกว่ามีโอกาสสูงพอควรที่จะเกิดขึ้นใน 1-2 ปีหน้า

คำถามที่น่าสนใจ คือ ในปี 2013 หากสเปนไม่สามารถที่จะทนต่อแรงกดดันจากภาคประชาชน ที่มีอัตราการว่างงานอยู่สูงมาก ในการตัดลดงบประมาณของรัฐบาลให้สถานภาพการคลังของตนเอง สามารถอยู่รอดได้ในอนาคต แล้วรัฐบาลสเปนจะเข้าร่วมโครงการขอรับความช่วยเหลือทางการเงิน OMTs หรือเปล่า สมมติว่า สเปนไม่ยอมเข้าร่วม ถึงแม้ไม่ว่าอีซีบีจะยอมลดเงื่อนไขหรือไม่ก็ตามที ตรงนี้ ตลาดอาจมองว่า OMTsไม่ได้มีบทบาทต่อการแก้ไขวิกฤติยูโร อย่างที่เข้าใจกัน ซึ่งอาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นว่าอีซีบีจะเป็นฮีโร่ช่วยแก้วิกฤติยูโรให้ได้นั้นสั่นคลอนลง แน่นอนว่า โดมิโนจากความไม่มั่นใจในความอยู่รอดของสเปนในยูโรอาจส่งผลให้ความอ่อนไหวต่อความเป็นเอกภาพของประชาคมยุโรปเกิดขึ้นอีกครั้งก็เป็นได้

ข่าวที่สองมาจากแวดวงธนาคารครับ เมื่อช่วงกลางปี 2012 หลายเสียงจากผู้นำยุโรปได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าก่อนปี 2013 ทางยูโรจะสามารถจัดตั้งสหภาพการธนาคาร หรือ Banking Union อันประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ หนึ่ง การให้หน่วยงานเดียวในการทำหน้าที่กำกับสถาบันการเงินทั่วยุโรป สอง การมีกระบวนการและแหล่งเงินที่ชัดเจนในการจัดการสะสางปัญหาสถาบันการเงินที่ต้องการความช่วยเหลือในช่วงวิกฤติ (Resolution) หากเกิดมีอันต้องล้มละลายลง และ สาม การจัดตั้งสถาบันประกันเงินฝาก (Deposit Insurance) ที่ช่วยจ่ายเงินคืนให้กับผู้ฝากเงินหากแบงก์เกิดเจ๊งขึ้นมาให้สำเร็จ

อย่างไรก็ดี ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2012 เมื่อเอาเข้าจริงมีเพียงองค์ประกอบส่วนแรกเท่านั้นที่พอจะเรียกได้ว่าสามารถตกลงกันได้สำเร็จ โดยอีซีบีจะทำหน้าที่กำกับสถาบันการเงินที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจรวม ส่วนองค์ประกอบที่สองและสามนั้น ทางรัฐบาลเยอรมันอ้างว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะทำให้บรรลุจนเป็นผลสำเร็จ ส่วนหนึ่งทางรัฐบาลเยอรมันชุดปัจจุบันเกรงว่าหากปฏิบัติจริงในตอนนี้ อาจส่งผลเสียต่อการเลือกตั้งของเยอรมันในเดือนกันยายน 2013 เนื่องจากต้องนำเงินภาษีของประชาชนบางส่วนไปช่วยอุดหนุนให้สามารถดำเนินการจนสำเร็จได้

ทั้งนี้ในปีหน้าคงจะได้พอเห็นกันรางๆ ว่า สหภาพการธนาคารของยูโรในความเป็นจริงแล้ว จะเป็นของจริงหรือแค่ล้อเล่น

ข่าวที่ (จะ) ดังสุดท้าย ได้แก่ การเลือกตั้งในอิตาลีปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งถือเป็นการชี้ชะตาทิศทางของการเดินต่อไปของวิกฤติยูโรในยกต่อไป จากรูปจะเห็นได้ว่า รัฐบาลใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้นหลังการเลือกตั้งคงจะเป็นรัฐบาลผสม จากโพลล์ล่าสุดพบว่า พรรค Democrat ของนายเพียร์ ลูจิ เบอร์ซานิ ซึ่งมีนโยบายที่สนับสนุนแผนการของเยอรมันที่จะให้ทางยูโร มีอิทธิพลเหนือรัฐบาลของแต่ละประเทศในยุโรป สำหรับการบริหารงบประมาณของตนเอง มีคะแนนนำในการสำรวจความนิยมดังกล่าว โดยมีคะแนนทิ้งห่าง 3 พรรคที่เหลือ อันประกอบด้วย พรรค Five Star Movement ซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวทางการจัดตั้งขึ้นของสหภาพยุโรป พรรค People of Liberty ซึ่งมีอดีตนายกรัฐมนตรี ซิลวิโอ เบอร์ลุสโคนี นำทีมในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงพรรคใหม่ของนักธุรกิจ นายลูกา คอร์ดิโอ ดิ มอนเตเซโมโล ภายใต้การนำของนายมาริโอ มอนติ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ที่ประกาศนโยบาย ‘เปลี่ยนโฉมอิตาลี ปฏิรูปยุโรป’

ผลของการเลือกตั้งในครั้งนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางต่อไปของยูโร โดยหากนายเบอร์ลุสโคนี ชนะการเลือกตั้งขึ้นมา อิตาลีก็อาจจะมีนโยบายที่ไม่เอื้อต่อการกลับเข้าสู่เสถียรภาพทางเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งต้องบอกว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นก็มีอยู่ไม่น้อย เนื่องจากนายเบอร์ลุสโคนี จัดได้ว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงการเมืองอิตาลี มีเงินทุนหนาและมีสื่อใหญ่ๆ อยู่ในมืออีกต่างหาก

ก็ต้องบอกว่าทั้ง 3 ข่าวดังกล่าว ท่านผู้อ่านต้องคอยจับตากันในปี 2013 ครับ