ขอส่งความปรารถนาดีมายังท่านผู้อ่าน กรุงเทพธุรกิจ ทุกท่านในวันแรกของปี 2556
ในฐานะที่ตั้งวงเสวนาผ่านคอลัมน์นี้มาตลอดทั้งปีอย่างต่อเนื่องและอบอุ่นยิ่ง
ปีที่ผ่านมาเป็นปีของข่าว และความเห็นที่คึกคักทุกๆ ด้าน และคนไทยเราในภาพรวมก็สามารถฟันฝ่าผ่านมาได้ในระดับที่ดีพอสมควร แม้ว่าจะมีบาดแผลและรอยช้ำบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับบาดเจ็บหนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านประเทศอื่น
แน่นอนว่า เรายังหอบเอาปัญหาหนักๆ หลายด้านข้ามมาถึงปีใหม่ ด้วยความสำนึกว่าความล้มเหลวที่สำคัญที่สุดคือเรายังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งทางสังคมได้อย่างไร
เศรษฐกิจเราพอจะลากถูกกันไปได้ แต่ที่เราล้มเหลวอย่างชัดเจนเห็นจะเป็นเรื่องการไม่สามารถทำอย่างที่พูดได้ว่า “แตกต่างแต่ไม่แตกแยก”
เพราะเอาเข้าจริงๆ แล้ว “ความเป็นคนไทย” ที่เราเคยเชื่อว่าจะสามารถประนีประนอมปรองดองกันเป็นไทยๆ ด้วยรอยยิ้ม และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ไม่ฝังความแค้นกันยาวนานนั้น ก็ไม่เป็นความจริง
ประสบการณ์หลายปีที่ผ่านมาจวบจนก้าวเข้าสู่ปีใหม่วันนี้ตอกย้ำว่า “ความเป็นคนไทย” ของเราเปราะบางเหลือเกิน เพราะยังมีคนเลือกที่จะมองผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มในระยะสั้น ไม่อาจจะมองภาพรวมที่เป็นประโยชน์ส่วนรวม และเลือกที่จะเชื่อเฉพาะสิ่งที่เราอยากเชื่อมากกว่าที่จะถกแถลงกันด้วยเหตุและผล
เราฟังเฉพาะสิ่งที่เราอยากฟัง และเราเชื่อเฉพาะสิ่งที่เราอยากเชื่อ แม้กระทั่งการบริโภคข่าวสารก็เลือกเฉพาะที่เราเห็นพ้องต้องกันเท่านั้น ไม่สามารถจะเปิดใจเพื่อรับฟังความเห็นและเรื่องราวที่เราเชื่อว่าอยู่คนละข้างกับเรา
นี่คือ สภาพสังคมที่ส่งต่อเข้ามาสู่ปีใหม่ ที่ผมหวังว่าคนไทยเราส่วนใหญ่จะตระหนัก และตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะปรับเปลี่ยนวิธีคิดและทัศนคติเช่นนั้นได้
เพราะหากว่าเราข้ามพ้นสภาพจมปลักในความคิดเช่นนี้ไม่ได้ การขยับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีพลังก็จะยากเย็นยิ่ง และความหวังของเราที่จะสามารถยืนตระหง่านในเวทีสากล หรือเป็นประเทศแนวหน้าของ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” (AEC) ก็จะเหือดหายไปอย่างแน่นอน
ภารกิจความเป็น “คนบ้าข่าว” ของผมในปีใหม่นี้ ก็จะยังคึกคักและเร่าร้อนต่อไป ด้วยปณิธานว่าจะทำหน้าที่การรายงาน วิเคราะห์ เสนอความเห็น และเล่าเรื่องราวเบื้องหลังข่าวคราวที่สำคัญต่อความเป็นไปของบ้านเมืองอย่างคนข่าวที่เคารพในมาตรฐานวิชาชีพ พร้อมจะฟังความทุกด้าน และมุ่งมั่นที่จะเปิดเวทีสำหรับผู้คนที่มีความเห็นแตกต่างในด้านต่างๆ ในอันที่จะแสวงหา “ทางออก” ของประเทศชาติร่วมกัน
หากปีที่ผ่านมาเป็นปีที่หนังสือว่าด้วยชีวิตของ Steve Jobs กระตุ้นให้ผมแสวงหาความคิดและการทำงานที่เน้นเรื่องนวัตกรรม และการฉีกแนวจากแนวคิดอ่านทั่วไป ปีใหม่นี้ก็จะเป็นปีที่หนังสือประวัติ Albert Einstein (ที่เขียนโดย Walter Isaacson เหมือนกัน) ชี้ทางให้ผมแสวงหาแนวทางการทำงานที่วิเคราะห์เจาะลึก และใช้จินตนาการขยายผลจากสิ่งที่สัมผัสในการทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนที่รับผิดชอบและซื่อสัตย์ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนต่อไป
ขอตั้งจิตตภาวนาให้ท่านผู้อ่านและประเทศชาติของเราจงประสบแต่ความสงบ สันติ เปี่ยมไปด้วยปัญญาและความกล้าหาญทางศีลธรรมและธรรมะตลอดปีและตลอดไป





