ซีอีโอ อินเด็กซ์ฯ อีเวนท์เบอร์หนึ่งของไทย อันดับ 7 ของโลก กำลังเดินสู่เป้าหมาย ASEAN Hub of Creativity โดยเฉพาะการบุกตลาดอีเวนท์พม่า
เมฆ-เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด(มหาชน) คือผู้ปลุก “ธุรกิจอีเวนท์” รายแรกของเมืองไทย จากที่บ้านเราไม่เคยรู้จักคำๆนี้ จนปัจจุบันกลายเป็นเครื่องมือการตลาดที่ขาดไม่ได้
ผลงานชัดที่กล้าการันตีกำเนิดอีเวนท์ของอินเด็กซ์ฯ เกิดขึ้นเมื่อปี 2533 (กว่า 20 ปีที่ผ่านมา) กับปรากฏการณ์รถแห่รอบกรุง มีพริตตี้สาว (เรื่องใหม่มากในยุคนั้น) มาเต้นสะบัดเชกเนสกาแฟ จนเกิดกระแสเชก(เขย่า)ๆ คลายร้อนจุดติดธุรกิจอีเวนท์เมืองไทย
เกรียงไกร บอกว่า กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ผ่านอีเวนท์ สำหรับเขาแล้วเกิดจากประสบการณ์ทำงานในแวดวงการตลาดแปลงมาเป็นกิจกรรมโดนใจผู้บริโภค หาได้มี “คนต้นแบบ” (Idol) เพื่อให้แนวทางมาจากไหน
ขณะที่ธุรกิจของอินเด็กซ์ฯเติบโตไปอย่าง Step by Step จนปัจจุบันอินเด็กซ์มี 19 บริษัทในเครือ เรียกเขาว่า “เจ้าพ่ออีเวนท์” จึงไม่ผิดนัก!
อินเด็กซ์ฯยังเกรียงไกรข้ามประเทศ ไต่ขึ้นสู่อีเว้นท์อันดับ 7 ของโลกได้ในปี 2554 จากการจัดอันดับของสเปเชียลอีเวนท์แมกกาซีน ในสหรัฐอเมริกา มีผลงานสร้างชื่ออย่างการเนรมิต Thailand Pavilion ศาลาไทยติดอันดับ 1 ใน 7 ศาลายอดนิยม จากงาน World Expo 2010 ที่เซียงไฮ้ ประเทศจีน ถัดมาปี 2012 ศาลาไทยของอินเด็กซ์ฯ ก็ติด 1 ใน 3 พาวิลเลี่ยนยอดนิยมในงาน World Expo Yeosu ที่เกาหลี
เกรียงไกร หนุ่มใหญ่วัย 50 ปี ผู้รุ่มรวยอารมณ์ขัน อุปนิสัยชอบคิดกลับหัว คิดต่างจากชาวบ้าน นำมาสู่ไอเดียสร้างสรรค์ผลงานทางธุรกิจ พลังแห่งความคิดที่พลิกสู่ธุรกิจอีเวนท์ เก็บเกี่ยวมาจากชีวิตการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่เขารักที่สุด กลายเป็น “วัตถุดิบชั้นเลิศ”
เขาใส่มันไว้ใน “ลิ้นชักความคิด” รอวันเปิดมากลั่นความคิดเจ๋งๆ ผลิตผลงานสร้างสรรค์ที่โลกตื่นตะลึงทุกครั้งที่อีเวนท์ปะทุขึ้นผ่านความคิดของเขาสำคัญต้องดึงมาใช้ให้เป็น ! เจ้าตัวบอกอย่างนั้น
“คอนเทนท์ที่นำมาใช้ครีเอทอีเวนท์ มาจากการที่ผมเป็นคนเดินทางบ่อย เจอคนเยอะ เห็นอะไรเยอะสิ่งที่เห็นก็ถูกเก็บอยู่ใน Warehouse ในหัว บางเมื่อถึงเวลาก็ดึงขึ้นมาใช้ บางเรื่องยังไม่เกี่ยวก็เก็บมันไว้ก่อน บางครั้ง 5 ปีผ่านไปเพิ่งได้งัดออกมาใช้ก็มี” เขาเล่าถึงสาระที่ได้จากการจัดหมวดหมู่ความคิด
“Never Stop Creating !” คือ “วรรคทอง” ประจำองค์กร ที่สร้างบรรยากาศการทำงานของอินเด็กซ์ฯ จุดประกายให้ลูกน้องทุกคนมี Passion (ไฟแห่งความทะเยอทะยาน) ไม่พอใจในสิ่งที่สำเร็จแล้ว ต้องไต่ความสำเร็จขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดสร้างสรรค์ เขาบอก
“น้องๆ หลายคนบอกกับผมว่าอยู่อินเด็กซ์ฯแล้วรู้สึกฟิน เพราะอะไรที่เขาคิด ฝัน แล้วสามารถทำได้"
สำหรับเกรียงไกร อันดับ 7 อีเวนท์โลก จึงยังไม่ใช่ “ที่สุด” เขากำลังขยับไปวางโพสิชั่นนิ่งใหม่ คือการเป็นวางตัวเองเป็น “ASEAN Hub of Creativity” รับโอกาสการเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ( AEC) ในปี 2558
ไม่ขีดวงตัวเองรับงานเฉพาะในประเทศไทย แต่หมายถึง 10 ประเทศในอาเซียน ขึงผ้าบุกอีเวนท์ก่อนใครในพม่าและเวียดนาม ด้วยการปักธงตั้งสำนักงาน
เป้าหมายแรกคือการจัดอีเวนท์ของสินค้าคอนซูมเปอร์โปรดักท์ทั้งหลาย (FMCG- Fast Moving Consumer Goods) โดยเฉพาะในพม่า ที่เป็นเป้าหมายที่ใครต่อใครก็หมายปอง โดยในปี 2556 อินเด็กซ์ทุ่มงบเพื่อการนี้ในตลาดพม่ามากถึง 100 ล้านบาท
“พม่าเหมือนกระพริบตาทีหนึ่งก็เป็นอีกภาพหนึ่ง เป็นประเทศที่เปลี่ยนเร็วมาก ใน 5 ปีจะไล่ตามไทยได้ทันจากที่ห่างกัน 20-30 ปี” เขาคาดการณ์ โดยหวังอัตราการเติบโตก้าวกระโดดของอาณาจักรอินเด็กซ์ในพม่า หลังการร่วมทุนกับฟอร์เอฟเวอร์ กรุ๊ป สื่อยักษ์ใหญ่ในพม่า ในชื่อ MICV (Myanmar Index Creative Village) ที่อินเด็กซ์ถือหุ้น 50%
ที่ผ่านมาอินเด็กซ์ยังชิมลาง 2 อีเวนท์ยักษ์ประจำปี ประเดิมด้วยการมอบรางวัลนักแสดง Academy Award 2011 และงานวันชาติ (Union Day 2012) โดยรัฐบาลพม่าต้องการสื่อสารถึงความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติที่เต็มไปด้วยชนกลุ่มน้อย
ขณะที่แผนในการรุกตลาดอีเวนท์ในพม่าในระยะถัดไป เกรียงไกรเล่าว่าจะใช้แผน"เชิงรุก" โดยยอมทุ่มทุน 35 ล้านบาท แจ้งเกิดผลงานอีเวนท์ในพม่าให้กับตัวเอง (Own Event) ด้วยการ "โชว์เคส" งานเฉลิมฉลอง "Countdown Yangon 2013 ที่ย่างกุ้ง"
“อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ !!!” ยอมควักกระเป๋าโชว์ผลงาน แบบไม่ง้อสปอนเซอร์
เป้าหมายของอินเด็กซ์ ไม่เพียงบริการจัดงานอีเวนท์ในพม่า แต่ยังมองไกลไปถึงการดำเนินธุรกิจตลอดซัพพลายเชนของอีเวนท์ ตั้งแต่ เครื่องมือ แสงสี เสียง เวที ในช่วงเวลาที่ยังไม่มีใครเข้าไปชิงเค้ก เพราะคนพม่ายังไม่รู้จักคำว่าอีเวนท์ จนต้องเข้าไปสร้างการรับรู้ในเรื่องเหล่านี้ให้กับประชาชน ภาครัฐ และสปอนเซอร์ในอนาคตว่า..บิ๊กอีเวนท์หน้าตาเป็นแบบไหน ?
"ยังไม่มีใครนึกภาพออกกว่า Countdown ปีใหม่ครั้งแรกในพม่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศนี้มาก่อน โดยงานจะจัดขึ้นที่ Myanmar Ground พื้นที่ของกระทรวงกลาโหม ประมาณ 40 ไร่ โดยมีเจดีย์ชเวดากอง เป็นฉากหลัง ผมจะใช้โมเดลเดียวกับในไทยที่ทำให้ Central world เป็นศูนย์กลาง Countdown อันดับ 8 ของโลก"
เกรียงไกร ยังเล่าว่า คนส่วนใหญ่ในพม่าพอรู้ว่าอินเด็กซ์จะจัดงาน Countdown สิ่งที่พวกเขาถามคือ .. What is countdown ? เพราะส่วนใหญ่เขามักร่วมงานปีใหม่กันในครอบครัวแบบเงียบๆ มากกว่าจะออกมาร่วมเฉลิมฉลองกับฝูงชน
“เมสเสจที่สื่อออกไปในงาน Countdown ครั้งนี้ คือการให้ทุกคนออกมาร่วมงานเพื่อสร้างตำนานการเปิดประเทศพม่าให้ออกไปสู่สายตาชาวโลกร่วมกัน"
ส่วนแม่เหล็กที่จะใช้เรียกแขก ดึงดูดคนออกมาร่วมงานคือการนำนักแสดงและนักดนตรีพม่าที่มีชื่อเสียงระดับท็อปของประเทศ มาร่วมงาน ทำให้มหาชนได้ใกล้ชิดกับเซเล็บบริตี้ สัมผัสตัวจริงเสียงจริงในงานคอนเสิร์ตใหญ่ พร้อมจัดพลุุชุดใหญ่
ทว่า สิ่งที่ท้าทายสำหรับอินเด็กซ์ คือ พวกเขากำลังเล่นกับเมืองที่มีความอนุรักษ์นิยม (Conservative) สูงมาก จึงต้องหาหนทางสร้างสรรค์เพื่อทำให้งานที่จัดขึ้นออกมาสนุกให้ได้
“เรากำลังเล่นกับ Traditional ของคนพม่า ซึ่งส่วนใหญ่อีเวนท์เน้นไปที่งานที่เกี่ยวข้องกับศาสนา แต่เรากำลังจะทำให้การ Countdown เป็นงานสนุกสนาน ดึงดูดใจคนมากขึ้น” เขาบอก


