วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

น่าเสียดายเทศกาลอาหารไทย

ในวันที่ 21-28 กันยายนที่ผ่านมา มีเทศกาลอาหารไทยที่จัดโดยสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศในนครนิวยอร์ค

แถมมีการประกาศให้เป็นสัปดาห์อาหารไทย


โครงการนี้ที่จริงถือเป็นสิ่งที่ดีที่หน่วยราชการไทยมีความคิดสร้างสรรค์ แต่พอมาดูเนื้อในก็ได้พบว่า...


การจัดงานก็เป็นไปอย่างเร่งรีบ เพื่อให้ตรงกำหนดการการมาเยือนของนายกรัฐมนตรีและคณะ รวมถึงรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์เป็นกระทรวงต้นสังกัดของสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างประเทศไทย


การประชาสัมพันธ์ก็กระจายไม่ทั่วถึง มีการเชิญพวกพ้องที่ไม่ใช่กลุ่มธุรกิจร้านอาหารมาร่วมงานกันเป็นจำนวนมาก ขณะที่แทบไม่มีการเชิญสื่อนักเขียนนักข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอาหารมาร่วมงาน


ตรงข้าม กลับมีการออกข่าวเอิกเกริกทางเมืองไทยจากบางสำนัก ซึ่งไม่มีผลต่อธุรกิจร้านอาหารไทยที่นิวยอร์กและอเมริกาแต่อย่างใด


ความสมบูรณ์ในการจัดงานครั้งนี้จึงมีความเป็นมืออาชีพค่อนข้างน้อย ดูเหมือนเป็นไฮโซ แต่ทำงานกันแบบร้านแถวบ้าน


การประชาสัมพันธ์ไปไม่ถูกจุดและไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย ขาดผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดเข้ามาร่วม ภาพของงานเน้นแต่พิธีเปิดและลดราคาอาหาร บางร้านลด 30-35 เปอร์เซ็นต์ซึ่งไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาการขายให้ร้านอาหารไทยเลย


หากทำอย่างนี้ต่อไป อาหารไทยของเราก็จะถูกลงๆ จากการสำรวจพบว่า บางวันไม่มีลูกค้านำคูปองมาใช้ที่ร้านเลย บางวันมีเพียง 1–2 เปอร์เซ็นต์ และหากเราทำคูปองอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ความมีค่า มีราคา ของอาหารไทยก็จะหายไป และจะถูกหาว่า ร้านอาหารไทยที่ขายโดยคนไทยชอบขายของถูก ของลดราคา


สู้ฝรั่งมังค่าไม่ได้ที่นำเอาอาหารไทยของสดมาขาย ยกระดับให้มีราคา แค่แกงแดงหนึ่งถ้วย 37 เหรียญ ขายดีแบบเทน้ำเทท่า ลูกค้าต้องรีบจอง

ที่จริงอาหารไทยไม่มีพรมแดน ขายที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ อาหารไทยกินได้ทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ ไม่แบ่งแยกสีผิว อาหารไทยเป็นเรื่องของความสุข ความอิ่มหนำสำราญ อาหารไทยมีประวัติมายาวนาน เราต้องทำอาหารไทยให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ทำให้ครัวไทยของเราเป็นครัวโลก


เราจะมีอนาคตสดใสได้ ต้องเข้าใจด้านการผลิตอาหารและการเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน ตลอดจนนำนวัตกรรม การเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่นๆ ในท้องถิ่นที่ธุรกิจอาหารไทยตั้งอยู่ จึงจะถือว่าเป็นการพัฒนาธุรกิจร้านอาหารไทยและอาหารไทยอย่างแท้จริง


ปัญหาของการร่วมมืออย่างหลวมๆ ของหน่วยงานภาครัฐ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีองค์กรกลางเกี่ยวกับธุรกิจอาหารเข้ามาประสานงาน เพื่อปิดช่องโหว่ระหว่างหน่วยงานของราชการให้สอดคล้องกับสังคมไทยและอเมริกาในระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศ จึงจะถือว่าเป็นการสร้างทีมครัวไทยครัวโลกอย่างแท้จริง

คนไทยชอบพูดนักพูดหนาว่า การทำงานให้ตรงเวลาเหมือนฝรั่ง ขยันขันแข็งให้เหมือนคนจีน ทำงานเป็นทีมเป็นกลุ่มให้เหมือนญี่ปุ่น อ่อนน้อมคาราวะหน้าด้านหน้าหนาให้เหมือนคนไทย (ยุคใหม่)


เพราะสำหรับคนไทยสมัยเก่าก่อน เขาถือนักถือหนาเรื่องบาป-กรรม ที่ดินของวัด แม้แต่ทรายเม็ดเดียวก็ห้ามเอาเข้าบ้าน เรื่องของบาปกรรม ถึงแม้จะมาช้ามาเร็ว ก็มาให้เห็นแน่


ภาครัฐของไทยถือว่า ให้ความสำคัญธุรกิจอาหารไทยในต่างแดนน้อยมาก ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพสวยหรูมากกว่าการปฏิบัติทำงานจริงจัง


เทียบกับชาติอื่นๆ คนจีนเขาปิดถนนกลางไทม์สแควร์ เพื่อทำเทศกาลอาหารจีนและมีการลำดับท็อป 100 ในอเมริกา เทศกาลอาหารของมาเลเซียเรื่องการตลาดมีความพร้อม จัดพร้อมไปทุกส่วนทั่วอเมริกา จนดูเหนือกว่าไทยในทุกด้าน ทั้งๆ ที่อาหารไทยในเมนูเราเหนือกว่าหลายเท่าตัว และบางรายการอาหารก็ยังไม่มีการพิสูจน์ว่า ใครขโมยสูตรของใครไป


หากวันใดวันหนึ่ง อาหารพม่าเกิดขึ้นชื่อลือชา ใช้ ออง ซาน ซู จี เป็นตัวชูโรง เพื่อเผยแพร่อาหารพม่า คู่แข่งทางตลาดก็จะเพิ่มขึ้น


ดังนั้นขณะที่โอกาสยังเป็นของอาหารไทย เราควรทำให้ดี น้ำขึ้นให้รีบตัก และปรับยกระดับมาตรฐานอาหารไทยให้มีราคา ดีกว่าทำงานแค่เฉพาะหน้า

มิได้ตั้งใจติติงการทำงานของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จัดงานดีก็ปรบมือให้ แต่หากทำด้วยภาระหน้าที่ที่ไม่เข้าใจธุรกิจร้านอาหารไทย ก็ต้องยอมรับการติติงของหลายๆ ฝ่าย เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกัน อาหารไทยที่บรรพบุรุษได้บุกเบิกในดินแดนอเมริกา ก็ต้องเก็บรักษาให้ยาวนาน


ฝากผู้จัดงานทุกฝ่ายให้รู้ว่า เสียงสะท้อนที่บ่นออกมา อย่างน้อยก็เป็นหลายกระบอกเสียง เป็นกระจกหลายบานที่สะท้อนให้เห็นว่า ผู้จัดงานทำอะไรลงไป หากร้านค้าไม่เห็นด้วย งานก็จะขาดความเป็นเอกภาพ ทำไปก็ไร้คนสนใจ


อะไรที่ทำลงไป มีหลายคนหลายชาติมองดูอยู่ แม้จะแก้ไขไม่ได้ในปีนี้ และคาดว่าปีหน้ายังไม่สาย อย่างน้อยก็รู้ว่า มิใช่วัวหายแล้วล้อมคอก


ขอร้องว่า อย่าทำงานแบบผักชีโรยหน้าอย่างที่ทำกันอยู่


เพราะดูไม่เป็นมืออาชีพ อับอายขายหน้าลูกค้าอาหารไทย