พร้อมรับมือกับการแข่งขัน ในยุค Digital Disruption

พร้อมรับมือกับการแข่งขัน ในยุค Digital Disruption

วันนี้ ส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ดิจิทัลและช่องทางสื่อสารที่สะดวกสบาย สร้างอำนาจให้ผู้บริโภคมีอิสระในการเลือกด้วยตัวเองมากขึ้น

วันนี้ ส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ดิจิทัลและช่องทางสื่อสารที่สะดวกสบาย สร้างอำนาจให้ผู้บริโภคมีอิสระในการเลือกด้วยตัวเองมากขึ้น การเข้าถึงข้อมูลและแลกเปลี่ยนข่าวสารข้ามโลกได้ทันใจ ยิ่งเร่งให้เกิดความต้องการไม่รู้จบ

บางครั้งก็จะเรียกร้องให้แบรนด์ของตัวเองผลิตสินค้าและบริการอย่างที่ต้องการด้วย ทำให้แบรนด์เจ้าของสินค้าและบริการต้องปฏิวัติตัวเองด้วยสปีดที่เร็วกว่าปกติ พร้อมๆ กับความจำเป็นในการใช้กลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติง และพัฒนาปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่สู่องค์กรที่มีการค้าขายในรูปแบบของ “ดิจิทัลคอมเมิร์ซ” มากขึ้น

เรียกว่าการแข่งขันของสนามดิจิทัลคอมเมิร์ซ เดินทางมาถึงจุดที่ผ่านการเรียนรู้ ปัจจัยรอบตัวและปรากฏการณ์ต่างๆ ย้ำว่าเราได้เข้าสู่ยุค Digital Disruption กันเต็มตัวแล้ว

นักการตลาดบ้านเราบางส่วนอาจจะคุ้นชินและยึดติดอยู่กับรูปแบบการขายออฟไลน์แบบเดิมอยู่ หากประเมินคุณค่าของกลยุทธ์ดิจิทัลคอมเมิร์ซไม่ชัดเจน ก็อาจจะพลาดโอกาสทางการตลาดและโดนคู่แข่งแซงเข้าแทนที่

ดังเช่น ผู้ครองตลาดมือถือในอดีตหลายค่าย ที่ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ แอ๊ปเปิ้ล ที่สร้างไอโฟน มือถือที่เป็นเสมือนเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตัวที่ตอบสนองได้มากกว่า เพราะเป็นสินค้าที่เกินความคาดหวัง ตอบสนองให้ผู้บริโภคมากกว่าที่คิด

ดังนั้น ธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้ทันกับโลกยุคนี้จำเป็นต้องพึ่งวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ที่ต้องตีโจทย์และควรมองให้เห็นความสำคัญของดิจิทัลเทคโนโลยี และเริ่มพัฒนาองค์กรตามความจำเป็นก่อนหลังได้

หลักการเตรียมตัวแข่งขันด้วยกลยุทธ์ดิจิทัลคอมเมิร์ซในยุค Digital Disruption มีดังนี้

1. ผู้บริหารต้องเข้าใจและมีวิสัยทัศน์ต่อการขยายธุรกิจโดยใช้ดิจิทัล

วิสัยทัศน์ของผู้นำอาจกลายเป็นอุปสรรคได้ หากไม่มีนโยบายการลงทุนที่จริงจัง จะมีผลต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว เน้นระบบปฏิบัติการ เป็นสำคัญ และการลงทุนด้านอีคอมเมิร์ซที่ไม่ใช่ของฟรี

องค์กรที่ตั้งเป้าเพียงแค่การทดลอง และไม่ได้จัดสรรงบประมาณลงทุนอย่างเป็นระบบในระยะยาว เมื่อให้เวลาสั้นไป ทีมงานยังขาดความเชี่ยวชาญ จึงส่งผลลัพธ์ไม่ดี ทำให้ตัดสินใจสิ้นสุดโครงการไปโดยขาดการเรียนรู้และความเข้าใจที่แท้จริง

2. ศึกษาตลาดและกลยุทธ์ออนไลน์

ประชาคมอาเซียน (เออีซี) การเปิดเสรีทางการค้าเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจข้ามชาติเข้ามาฉวยลูกค้าเราไปได้ ด้วยการลงทุนออนไลน์ และดิจิทัลคอมเมิร์ซ ต้องย้อนตรวจสอบดูองค์กรของเราว่ามีการเตรียมพร้อมแค่ไหน ความเร็ว และกลยุทธ์ทางการตลาดเป็นอย่างไร องค์กรจะสามารถปรับธุรกิจเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ที่ตลาดต้องการได้หรือไม่

3. เวลา ทีมงานและกลยุทธ์ คือหัวใจธุรกิจ

กลยุทธ์ดิจิทัลคอมเมิร์ซเทียบได้กับการเปิดตลาดใหม่ของธุรกิจ การมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้แก่ทีมที่มีความเชี่ยวชาญทางการตลาด คือสิ่งจำเป็น ทีมงานควรมีทั้งนักการตลาดมือดี ร่วมงานกับทีมสนับสนุนด้านสื่อเทคโนโลยีดิจิทัล

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะองค์ความรู้ของทีมการตลาดที่แข็งแกร่ง เข้าใจภาพรวมของตลาดและคู่แข่งอย่างถ่องแท้ จะรับมือปัญหาและตัดสินใจแก้ได้ทันที เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้ทีมดิจิทัลจัดการระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วขึ้น

เห็นได้ว่าบรรดาองค์กรที่ปรับตัวแล้ว จะใช้ดิจิทัลคอมเมิร์ซเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ใช้เครื่องมือสื่อสารผ่านช่องทางดิจิทัลมาร์เก็ตติงในแต่ละแพลตฟอร์มกับผู้บริโภคมากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมาจะช่วยให้แบรนด์มีชีวิตชีวาและมีสีสันให้ลูกค้าติดตามอยู่เสมอ

ท้ายสุดแล้ว ทุกองค์กรต่างต้องมีอีคอมเมิร์ซหรืออีบิซิเนสเพื่อขายของได้ทั่วโลก ไม่แตกต่างกับระบบบัญชี หรือระบบโลจิสติกส์ที่ต้องมีอยู่ในองค์กร

ความสำเร็จของดิจิทัลคอมเมิร์ซที่สำคัญที่สุด คือ รายได้จากการขาย โดยช่องทางค้าขายออนไลน์นี้ ไม่มีขอบเขตใดมาจำกัดการเข้าถึงผู้ซื้อที่มีอยู่ทั่วโลก