ลอนดอนโอลิมปิก 2012

ลอนดอนโอลิมปิก 2012

กีฬาโอลิมปิก 2012 ที่กรุงลอนดอน เริ่มขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ โดยมีพิธีเปิดไปเมื่อคืนวันที่ 27 กรกฎาคม ตรงกับเช้ามืดวันที่ 28 ในประเทศไทย

จึงอาจจะมีผู้รับชมการถ่ายทอดสดไม่มากนัก
 

กีฬาโอลิมปิกมีทั้งในฤดูหนาวและฤดูร้อน  ดิฉันขออนุญาตนำเอาบางส่วนของความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิกที่เคยเขียนเอาไว้เมื่อสี่ปีก่อน มาลงอีกครั้งหนึ่งเพื่อปูพื้นให้กับผู้อ่านที่ยังไม่เคยอ่านค่ะ


“กีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ 776 ปีก่อนคริสตกาล ก่อนหน้านั้นอาจมีการจัดแต่ไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และจัดขึ้นทุกๆ 4 ปี ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ


คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว เพราะเราไม่เคยส่งนักกีฬาเข้าร่วม เนื่องจากบ้านเราไม่มีหิมะ ไม่มีน้ำแข็ง เราจึงไม่ถนัดที่จะเล่นกีฬาประเภท สกี สเก็ตน้ำแข็ง  โอลิมปิกฤดูหนาวก็จัดทุก 4 ปีเช่นกันค่ะ แต่จะสลับจัดกับโอลิมปิกฤดูร้อน โดยจัดห่างกัน 2 ปี เพื่อไม่ให้มาจัดชนในปีเดียวกัน


กีฬาโอลิมปิกแข่งขันกันครั้งแรกที่บริเวณเทือกเขาโอลิมเปีย ในประเทศกรีซ ช่วงแรกมีแต่นักกีฬาชาย และมีหลักฐานปรากฏว่าเปลือยกายเล่น เพื่อให้ผู้ชมเห็นความงดงามของกล้ามเนื้อของร่างกาย


โอลิมปิกสมัยใหม่ เริ่มในปี ค.ศ. 1896 โดยปิแอร์ เดอ กูแบร์แต็ง นักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ผู้ประทับใจในสปิริตอันยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์ของการแข่งขันโอลิมปิกยุคโบราณ และปรารถนาจะสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างชาติต่างๆ จึงเสนอให้มีการจัดแข่งขันโอลิมปิกยุคใหม่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดขึ้นที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อปี 1896 มีหยุดแข่งไปบ้างเพราะสงคราม ทั้งสงครามโลก และสงครามระหว่างประเทศเจ้าภาพกับเพื่อนบ้าน


กีฬาโอลิมปิกกลับมาแข่งขันกันได้อย่างราบรื่นในปี 1948 เมื่อกรุงลอนดอนเป็นเจ้าภาพ โดยมีการจัดแข่งขันอย่างสม่ำเสมอทุก 4 ปี แม้จะมีบางครั้งที่มีประเด็นการเมืองทำให้บางชาติไม่เข้าร่วมแข่งขันบ้าง”
 

โอลิมปิกในปี 2012 นี้ เป็นครั้งที่ 30 ค่ะ กรุงลอนดอนได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพอีกครั้งหนึ่ง นับเป็นเมืองแรกที่ได้เป็นเจ้าภาพโอลิมปิกถึง 3 ครั้ง (1908, 1948 และ 2012) โดยจะทำการแข่งขันกันในช่วงวันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 12 สิงหาคม 2555 และมีการแข่งขันพาราลิมปิก ในช่วง 29 สิงหาคม ถึง 9 กันยายน
 

ครั้งนี้จะมีการแข่งขันกีฬา 26 ประเภท มีนักกีฬาเข้าร่วม 10,500 คน จาก 205 ประเทศ  การแข่งขันส่วนใหญ่จัดที่โอลิมปิกพาร์ค ในย่านสแตรทฟอร์ด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงลอนดอน และมีการแข่งขันเกิดขึ้นทั่วสหราชอาณาจักร โดยหลังจากการแข่งขัน สนามแข่งขันนี้จะมีชื่อเรียกว่า ควีนอลิซาเบธโอลิมปิกพาร์ค 


ท่านที่มีโอกาสชมพิธีเปิดจะเห็นว่าอังกฤษได้แสดงประวัติศาสตร์ในยุคต่างๆ ตั้งแต่สมัยพิลแกรมอพยพมาถึงเกาะซึ่งเริ่มจากยุคเกษตรกรรม ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม มาจนถึงยุคปัจจุบัน และนำเอาจุดเด่นหรือศิลปินดังของประเทศเข้ามา พร้อมทั้งให้คนจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วมในพิธีเปิด และไม่ได้ร่วมแบบต้องสมบูรณ์แบบเหมือนของจีนเมื่อสี่ปีก่อน แต่ร่วมในฐานะมีส่วนร่วมจริงๆ


มีคนพิการเข้ามาแสดงในหลายๆช่วง เช่นช่วงการเต้น ร็อคแอนด์โรล มีคนพิการนั่งวีลแชร์มาโยกไปมาอย่างสนุกสนาน ช่วงคณะนักร้องประสานเสียงร้องเพลงชาติ เป็นเด็กๆสวมชุดนอน ซึ่งเป็นชุดนอนหลากหลายแบบ จนอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะเป็นชุดที่เด็กๆใส่นอนอยู่เป็นประจำก็ได้ แถมยังมีทั้งเด็กที่เป็นใบ้ เด็กนั่งรถเข็น ฯลฯ ออกมาร่วมร้องเพลง


อาสาสมัครที่เข้าร่วมแสดงมีหลายเชื้อชาติ เน้นความหลากหลายและการทำงานเป็นทีม และแม้กระทั่งการจุดคบเพลิง ณ จุดสุดท้าย ยังใช้ทีมนักกีฬา 8 คนเป็นผู้จุด กล่าวได้ว่า อังกฤษเน้น “การมีส่วนร่วม” เป็นหัวใจสำคัญของการจัดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมวลมนุษยชาติในครั้งนี้


ดิฉันเห็นว่าอังกฤษ ได้ใช้ระบบไฮดรอลิกให้เป็นประโยชน์ได้มาก สมกับเป็นต้นกำเนิดวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการโยกให้ปล่องไฟโรงงานสูงขึ้นมาจากพื้น ในตอนแสดงการเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมเป็นอุตสาหกรรม หรือการยกกลุ่มคบเพลิงเล็กๆขึ้นมารวมกันก่อนชูสูงขึ้นไปในอากาศ เรียกว่างดงาม และมีเสน่ห์


ภาพการตีเหล็กของช่าง จนเกิดวงแหวน 5 วง ลอยขึ้นไปเป็นวงแหวนโอลิมปิก 5 ห่วง ที่มีพลุน้ำตกตกลงมาสว่างโชติช่วงก็เป็นภาพที่สวยงาม


และที่ทำให้คนแปลกใจที่สุด เห็นจะเป็นภาพยนตร์สั้นที่เจมส์ บอนด์ เข้าเฝ้าเพื่อกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่สอง เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์มาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน มีการผสมผสานภาพยนตร์กับภาพจริง ทำให้ดูสนุก  ต้องให้เครดิตกับแดนนี บอยด์ ซึ่งเป็นผู้กำกับงานทั้งหมด
 

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทันทีว่า พิธีเปิดนี้เป็นอังกฤษแท้มากๆ  ซึ่งก็ดีนะคะ เพราะอังกฤษไม่ได้มีงบประมาณในการจัดมากมายแบบจีน  พิธีเปิดครั้งนี้ใช้งบประมาณไป 27 ล้านปอนด์ หรือ ประมาณ 1,350 ล้านบาท ใช้ผู้แสดง 10,000 คน
 

ครั้งนี้ประเทศไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 37 คน  ขอช่วยส่งกำลังใจไปเชียร์นักกีฬาของเราด้วยค่ะ ไทยเราได้เหรียญทองแดงโอลิมปิกครั้งแรกจาก พเยาว์ พูนธรัตน์ ในกีฬามวยสากลเมื่อปี 1976 และว่างเว้นไม่ได้เหรียญ ในปี 1980  แต่ตั้งแต่โอลิมปิกที่ลอสแองเจลิสปี 1984 ที่ทวี อัมพรมหา ได้เหรียญเงิน เป็นต้นมา ไทยเราได้เหรียญมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งปัจจุบัน 
 

สู้!สู้! ค่ะ  เพื่อชื่อเสียงของประเทศไทยของเรา