ตามล่าหาอำนาจ

ตามล่าหาอำนาจ

ช่วงเวลาที่ผ่านมา มีจังหวะหัวเลี้ยวหัวต่อของบ้านเมืองอยู่เนืองๆ ทำให้เราล้วนลุ้นระทึกว่า จะเกิดเรื่องวุ่นวาย หรือจะคลายกังวล

จะได้ผ่อนลมหายใจ ว่าผ่านวิกฤติไปได้หวุดหวิดอีกครั้ง แต่ต่างก็ตระหนักว่าต้องเตรียมกายใจ รอครั้งต่อไปที่เขาจะประลองอำนาจกันใหม่อย่างไม่เกรงใจชาวบ้าน

 โอกาสนี้น่าจะเป็นจังหวะอันดีที่เราจะคุยกันถึงเรื่อง "อำนาจ"

 “อำนาจ” และ “พลัง” เป็นของขลัง ใช้ดีก็เกิดคุณนานัปการ ทั้งกับตนเองและคนรอบตัว ใช้ไปในทางชั่วร้าย อำนาจที่คล้ายจะมี ก็จะมีอันเป็นไป และอันตรธานหายวับได้ ไม่จีรัง

 มาลองดูนะคะว่าอำนาจเขามาจากไหน

 กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านอำนาจ ที่ได้รับการยอมรับสูงสุดกลุ่มหนึ่ง คือ อาจารย์ John French และ Bertram Raven นักจิตวิทยาสังคม ที่ศึกษาเจาะลึกเรื่องผู้นำกับอำนาจ

 จากการศึกษา ท่านแจกแจงว่าแหล่งที่มาของอำนาจในการทำงาน อันจะทำให้เราสามารถโน้มน้าวนำชาวบ้านได้ มาจาก 2 ขุมใหญ่ ได้แก่

 Position Power หรืออำนาจที่มาจากตำแหน่ง และ Personal Power หรืออำนาจที่เกิดจากตัวเราเอง ไม่จำเป็นต้องพ้องเกี่ยวกับตำแหน่งใดๆ

 อำนาจทั้งสองมีที่มาต่างกันไป

 1.ได้มาจาก 3 Position Power ได้จาก 3 แหล่ง คือ

         1. Legitimate Power หรืออำนาจตามกติกา ไม่ว่าจะเป็นกติกาองค์กร หรือ สังคม อาทิเช่น อำนาจของ นายกรัฐมนตรี  ซีอีโอ  ผอ. พ่อแม่ 

         2. Reward Power อำนาจที่เกิดจากความสามารถในการให้คุณ เช่น การขึ้นเงินเดือน การให้ตำแหน่ง การให้โอกาสพัฒนากับผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นต้น

         3. Coercive Power อำนาจที่เกิดจากความสามารถในการให้โทษ ไม่ว่าจะเป็นการที่หัวหน้าตักเตือนลูกทีม  ไล่ไปถึงคาดโทษ และลงโทษตามกฎกติกาที่มาอย่างเป็นทางการ

2.มีที่มาจาก ส่วน Personal Power สั่งสมได้จาก 2 แหล่ง คือ

        1. Expertise Power หรืออำนาจที่ได้รับจากการยอมรับ เพราะความเชี่ยวชาญ ความรอบรู้ เป็นผู้แก้ปัญหา มีปัญญา มีความเห็น ทั้งยังแจกแจงประเด็นได้ขาด ปราดเปรื่องเรื่องงาน 

        2. Referent Power พลังและอำนาจนี้มาจากวิธีการวางตนที่ทำให้คนนับถือ ยกมือไหว้อย่างไม่แสลงใจ ยกให้เป็นลูกพี่ เพราะเขาเป็นคนดี เพราะเขาช่วยเหลือ เผื่อแผ่ ไม่เห็นแก่ได้ โปร่งใส ยุติธรรม เป็นต้น

 สำหรับมืออาชีพทั่วไป หากตีโจทย์เรื่องอำนาจแตก แยกแยะแหล่งที่มา จะเห็นว่าอำนาจแสวงหาได้ หาไม่ยาก ถ้าอยากหา

 ยิ่งอำนาจแบบชอบธรรม ลึกล้ำ ยืนยง เป็นปัจจัยที่อยู่ในอำนาจเราที่จะไขว่คว้าได้ ไม่ต้องรอขอตำแหน่งแต่งตั้ง ที่บางทีต้องแต่งตัวรอเก้อ ชะเง้อว่าเมื่อไรใครเขาจะเมตตา

 ดังนั้น แม้เราจะเป็นพนักงานตัวจ้อย โดยตำแหน่งอาจไม่มีอำนาจบาตรใหญ่แต่ประการใด กูรูทั้งสองท่าน กระซิบว่า ไม่น่ากังวลครับ เพราะ Personal Power ส่วนตัว สร้างสมได้ ไม่ต้องง้อใคร

 ตั้งหลักไว้ในนาทีนี้เลยว่า ฉันจะรู้อะไรสักอย่างให้ลึกซึ้ง เอาให้คนอึ้งด้วยความทึ่ง เป็นที่พึ่งใครๆ

 ตั้งหลักไว้ในนาทีนี้เลยว่า ฉันจะเป็นพี่เป็นเพื่อนร่วมงานในฝัน ใครเดือดเนื้อร้อนใจ หากฉันช่วยได้จะไม่เกี่ยง ใครเพลี่ยงพล้ำ ฉันจะไม่ซ้ำเติม พร้อมเป็นแรงเสริม เป็นพลังและกำลังใจให้คนรอบตัว

 ยิ่งให้พลัง ยิ่งได้พลัง

 ที่สำคัญ พลังแบบนี้ สั่งสมได้ เขาจะไม่หนีเราไปไหน ตกน้ำได้ ไม่ไหล ตกไฟได้ ไม่ไหม้

 ต่างกับพลังอำนาจที่ได้จากตำแหน่งหน้าที่นอกกาย พอถูกย้าย ถูกยกตกจากเก้าอี้ อำนาจที่เคยมี ย่อมหมด หดหาย สลายไปกับสายลม ล่มไปพร้อมคำยกยอสรรเสริญเกินจริง

 นอกจากนั้น Personal Power ที่เกิดจากความเชี่ยวชาญ และการได้รับการยอมรับนับถือ ย่อมเอื้อให้ได้มาซึ่งความก้าวหน้าและตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งมีอำนาจ Position Power ติดมาด้วย หากยิ่งใช้อำนาจตามกติกาได้อย่างมืออาชีพ โปร่งใส มีเมตตา ยิ่งนำมาซึ่ง อำนาจส่วนตัวที่เพิ่มพูน

 ต่างเป็นตัวคูณกันและกันในวงจรบรรเจิด

 ในทางตรงข้าม อำนาจจากตำแหน่งยิ่งใหญ่ หากกระหน่ำย้ำใช้อย่างไม่เป็นธรรม อำนาจนี้ ไม่ว่ามีมากเท่าไร ในที่สุด ก็ใช้หมด แถมเป็นการลดอำนาจส่วนตัว เพราะคนก่นว่า ต่อหน้าเขาอาจวางท่ามะพลับ ลับหลังกลับเป็นตะโก

 ต่างเป็นตัวหารกันและกันในห่วงโซ่วงจรอุบาทว์ พลาดสองต่อ

 น่าจะพอเสียที