Social Network อดีตและปัจจุบัน

Social Network อดีตและปัจจุบัน

คำว่า Network เป็นคำที่เราคุ้นเคยได้ยินมานานแล้ว ในทางสังคม คือ เครือข่ายของกลุ่มคนที่มีลักษณะเครือข่ายทางสังคม ที่สมาชิกของกลุ่ม

จะดำเนินการไปในทางเดียวกันหรือทำตามกันกับทางคอมพิวเตอร์ Network ที่เป็นข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการติดต่อส่งข่าวสารข้อมูล
 

ข่ายทางสังคมนี้ ถือว่าสำคัญที่เป็นอิทธิพลกลุ่มในทางสังคม อย่างไรก็ตาม ข่ายทางสังคม จะเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติธรรมชาติชิงมนุษย์อยู่แล้ว แต่เหตุที่มีการพูดถึงและให้ความสำคัญกับข่ายทางสังคมมากในวันนี้  ก็ด้วยเพราะ ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคนี้ ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก จึงยิ่งเสริมให้เครือข่ายทางสังคมมีพลังอิทธิพลมากขึ้น จากการติดต่อสื่อสาร ได้รวดเร็วในทันที และแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างทั่วถึง โดยอาศัย "ข่ายของคอมพิวเตอร์" เป็นเครื่องช่วยสำคัญ   
 

จากการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาจนถึง ณ วันนี้ จึงหมายถึง ข่ายทางสังคมกับข่ายทางคอมพิวเตอร์ ที่เปลี่ยนแปลงและไปด้วยกันตลอดเวลา ในท่ามกลาง นวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีตลอดเวลา
 

ในรอบกว่าสามสิบปี ข่ายทางสังคม คือ ปัจจัยสำคัญที่สำคัญกับการมีผลทำให้เกิดสิ่งบางอย่างขึ้น ซึ่งมีให้เห็นได้อย่างต่อเนื่อง  
 

ถึงวันนี้ เวลาผ่านไปไวมาก ทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็ว ทั้งมากมายและหลากหลาย ซึ่งยังมีอยู่ให้เห็น แต่ความเป็นมา หรือการเกิดขึ้นอย่างไรนั้น บางคนอาจไม่เข้าใจ เนื่องจากมักไม่มีใครจดบันทึกเอาไว้ ทั้งนี้ ผมจึงจะใช้วิธี ใคร่ขอยกตัวอย่าง สิ่งที่เกิดอันเป็นเครือข่ายทางสังคมเป็นหลัก นั่นคือ การเกิดของ นสพ. The Nation รพ.พระราม 9 โครงการ  MBA ของธรรมศาสตร์ หรือ แม้แต่บุคคลบางคน ที่รู้จักใช้เครือข่ายทางสังคมเป็นเครื่องมือสร้างผลสำเร็จให้กับตนเอง ดังเช่น เรื่องต่อไปนี้ ล้วนเกิดขึ้นมาก และ เปลี่ยนแปลงไปกับขยายตัวเติบใหญ่ รวมทั้งการล่มสลายไปด้วย 
 

ขอใช้วิธีเล่าความจากเรื่องที่บังเอิญกำลังเป็น วาระหรือประเด็นขึ้นมาในขณะนี้ คือ
 

กรณี รพ.พระราม 9 ซึ่งก่อตั้งมาได้นานถึงยี่สิบปีแล้ว โดยทราบจากโบรชัวร์ ของ โรงพยาบาลพระราม 9  ชื่อ “9 ทันโรค” พร้อมกับมีคำขวัญติดที่บอร์ดว่าก่อตั้งมาครบ 20 ปีแล้ว และจะก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการสร้าง ระบบ HISM หรือ “ระบบข้อมูลด้านสุขภาพ” ซึ่งดูจะก้าวหน้ามาไกลมาก แต่หากดูเรื่องจริงที่เป็นมาแล้ว แท้จริงการเกิดของ รพ. พระราม 9 ได้เกิดขึ้นจาก ความคิดของ Social Network ขนาดเล็ก และ เริ่มต้นกันง่ายๆ ด้วย 
 

นั่นคือเกิดมาจาก Social Network ขนาดเล็กมาก เริ่มต้นไม่เกินสิบคน จากพวกเราที่เป็นเด็กจากต่างจังหวัดเข้ากรุงจนมีอาชีพแตกต่างกันไป แล้วมาวันหนึ่ง เพื่อนนักเรียนคนหนึ่งจากโรงเรียนโชติรวี นครสวรรค์ เป็นแพทย์ ที่ รพ.รามาฯ ได้มาพบกับผม แล้วเล่าเรื่อง พร้อมแนวคิดการตั้ง รพ.เอกชน แห่งใหม่ ณ ที่ดินแถวถนนพระราม 9 แล้วการเริ่มต้นคุยก็มีกัน 3 คน คือ Social Network ขนาดเล็กของคนที่จบไปจากโรงเรียนเดียวกันในอดีต คือ หมอหนึ่งคน ทนายความ (เดชอุดม ไกรฤทธิ์) และผม อาจารย์ธรรมศาสตร์ คณะพาณิชย์ฯ โดยแนวคิดชัดเจน หมอคนที่มาช่วยคุยนั้น เรียนจบจากญี่ปุ่นแล้วไปได้บอร์ดเฉพาะด้านจากสหรัฐฯ คิดการใหญ่จะตั้ง รพ.พระราม 9 เพื่อจับตลาดด้วยลูกค้าชาวญี่ปุ่นในไทย ที่เขาได้เห็นโอกาสจากที่ไปทำพิเศษที่ รพ.กรุงเทพ โดยความเป็นไปได้จะอยู่ที่การรวมตัวของหมอไทยที่จบจากญี่ปุ่น 9-11 คน ตกลงที่จะชวนข้ามาร่วม
 

นับว่าเป็นกลไกที่สำคัญมากในการได้แพทย์ที่จบจากญี่ปุ่นนี้เอง คือ Social Network ที่สำคัญของกลุ่มวิชาชีพแพทย์ ที่จบมาจากญี่ปุ่น เพราะรู้ทั้งภาษากับได้รับการฝึกฝนมาตามแบบของญี่ปุ่นโดยตรง 
 

ซึ่งสมัยนั้น คอมพ์ยังไม่ก้าวหน้า Internet ยังไม่มี แต่ Nettwork ทางสังคม ในความหมายของกลุ่มคนที่สนิทสนม ที่เข้ามารวมตัวเจอกัน แล้วพูดคุย แลกเปลี่ยนหรือคิดทำอะไรด้วยกันนั้นได้มีมานานแล้ว และนั่นเองที่เป็นจุดกำเนิดของหลายอย่าง  
 

อีกเรื่อง คือ การเกิดหนังสือพิมพ์ The Nation ที่มีอายุนาน 42 ปีแล้ว หนังสือพิมพ์ฉบับนี้เกิดขึ้นจาก กลุ่มทางสังคมกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ที่เป็นคนหัวก้าวหน้า ได้ไปเรียนจบมาจากเมืองนอกมามาก
 

นสพ.The Nation ได้เกิดขึ้นในบรรยากาศนั้นเช่นกัน คือ หลังปี พ.ศ. 1970 สงครามโลกได้เลิกมากว่า 20 ปีแล้ว พวกเราเป็นพวกเกิดใกล้ยุคสงคราม กำลังโตเป็นหนุ่ม-สาว อายุ 25-30 ปี เมื่อเลิกงาน ต่างก็ออกสังคมไปนัดเพื่อนฝูงเจอกัน เพื่อคุย ฟังเพลง รับประทานอาหาร จนดึกจึงกลับ สถานที่นี้ คือ กลุ่มใหญ่ นักเรียนนอก ต่างมาเจอกัน โดยสถานที่นัดหมาย ก็คือ  โรงแรมอิมพีเรียล (เก่า) ถนนวิทยุ ทะลุซอยฤดี โดยด้านหลังของตัวโรงแรมจะมีโรงอาหารขนาดใหญ่ โดยคนในกลุ่มที่พวกเราไปเจอกัน ณ ที่นั้น มีทั้งคุณอากร ฮุนตระกูล เจ้าของโรงแรม จะเดินถือแก้วเหล้าเดินมักทายกันไปตามโต๊ะ ทักทายกับเพื่อนไปเรื่อย บางคนคุยธุระกันในห้องอาหารด้านหน้าก่อน เสร็จแล้วจึงมาร่วมคุยกันกับพวกเรา ที่โรงอาหาร
 

ณ ตรงนั้นเอง ที่ทำให้เป็นจุดเกิดของ นสพ.The Nation ที่มีคุณสุทธิชัย หยุ่น คุณโชติ โสภณพนิช หลายๆ คนจาก TISCO ได้มาเจอกัน แล้วหลังจากได้พูดคุยกันจนเข้าที่ก็เกิดความคิดรวมกันตั้ง นสพ.ขึ้น โดยเป็น นสพ.ภาษาอังกฤษ ซึ่งในครั้งแรกนั้น ท่านเสด็จในกรมกรมหมื่นนราธิปฯ ดร.ป๋วย และ อ.เสน่ห์ จามริก จะเป็นผู้ใหญ่กลุ่มแรกๆ ที่พวกเราที่นั่นนับถือยกย่อง และให้การสนับสนุนแก่เราในเวลาต่อมาด้วย
 

มาถึงวันนี้ The Nation ได้แตกลูกออกหลานโตขึ้นมากมาย สำเร็จมากจนเติบใหญ่ ขยายทำสื่อประสม โดยมีทั้ง Nation TV นสพ.แนวธุรกิจ “หัวขาว” พอคเก็ตบุ๊ค Nationejobs มีมหาวิทยาลัย แล้วยังมีการสร้าง นสพ. “คม ชัด ลึก” เข้าจับตลาดล่างได้อีก นับเป็นผลสำเร็จของกลุ่มทางสังคมกลุ่มแรกที่ผมเห็น
 

แม้ผมจะไม่ได้เป็นผู้ตั้งชื่อ นสพ.นี้ แต่กล้าอ้างว่า ขณะเขียนบทความ ผมได้เป็นคนพูดถึง “วิสัยทัศน์ สู่การปฏิบัติ” ว่า ต้องทำอย่าง “กว้างไกล แหลมลึก และคมชัด” จึงจะค้นคิดกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพได้
 

ต่อกรณีนี้ ตัวผมเองกลายเป็น Social Network ให้อีกชั้นหนึ่ง โดยการอ้างอิงและส่งต่อให้ น้อง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการเสนอนักลงทุนและธนาคาร ด้วยค่าที่ปรึกษาที่ราคาถูกสุด  อีกทั้ง ค่าใช้จ่ายเพื่อประชุมจัดตั้งบริษัท ก็ใช้สำนักงานของผมเป็นที่นัดพบโดยการอนุเคราะห์จากผมให้ใช้ฟรี  
 

สุดท้ายผมได้รับการชักชวนให้เป็น ผอ.คนแรก ซึ่งผมตอบปฏิเสธ เพราะ ผมเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายที่ใหญ่มาก เพราะกว้างขวาง มีเพื่อนกับคนรู้จักมากมาย คือ เพื่อนจากทุกอุดมศึกษาที่เคยอยู่หอพักเซเวียน์  เพื่อนนักเรียนนอกจากมหาวิทยาลัยใหญ่ที่มีคนจาก ม.เกษตร รับทุนไปเรียนมากมาย แล้วยังเคยย้ายเปลี่ยนงานหลายแห่งในสิบปีแรก กับสำคัญที่สุดคือ ผมคือ ผอ. MBA ของ ม.ธรรมศาสตร์ คนแรก จึงอยู่ในใจกลางของกลุ่มอาจารย์พิเศษทั้งผู้ใหญ่ในภาครัฐและเอกชนกับ กลุ่มสังคมคนเรียนเก่งที่ได้เข้ามาช่วยเป็นอาจารย์พิเศษ ในโครงการ MS และ MBA ของธรรมศาสตร์
 

ท้ายนี้  ต้องขอบอกว่า เครือข่ายทางสังคมมีความสำคัญมากมานานแล้ว ยิ่งสมัยนี้เครือข่ายคอมพิวเตอร์มีความทันสมัยครอบโลกทั้งใบให้สื่อถึงกันได้ตลอดเวลา จึงสำคัญยิ่งที่จะเป็นอาวุธใช้ทำลาย หรือ เป็นเครื่องมือสร้างสิ่งดีๆ ได้ สำคัญก็เพียงแต่ว่าจะรู้จักและใช้มันอย่างไร