วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

แปลงสินค้าหรู สู่ใจผู้บริโภคตลาดแมส

เมื่อพูดถึงความหรู (luxury) บ่อยครั้งก็ได้ยินคำถามว่ามันคืออะไร จุดยืนอยู่ที่ไหน และทำไมต้องหรู ในวันนี้จึงอยากจะไขข้อสงสัย

เรื่องนิยามของความหรูยุคใหม่ และความสำคัญของการใช้กลยุทธ์แบบแบรนด์หรู จากมุมมองที่แท้จริงของผู้บริโภค
 

คำว่า luxury เป็นอะไร สำหรับผู้บริโภคนั้น เป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะช่วงหลายปีที่ผ่านมาคอนเซปต์ของคำว่า Luxury นั้นทำให้คนสับสนมากยิ่งขึ้น เพราะปรากฏการณ์ที่ความพิเศษ เฉพาะตัว (Exclusive) กับความเข้าถึงได้ง่ายในระดับมวลชน (Mass) สองขั้วที่แตกต่างถูกนำมาหลอมรวมกันเป็นทางเดียวกันหรือ “ความหรูหราที่สามารถเข้าถึงได้”
 

โดยด้านหนึ่ง คือ การที่เราเห็นแบรนด์ที่จัดอยู่ในตลาดแมสใช้กลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ ในระดับที่สูงขึ้น หรือเรียกว่าTrading Up จากตลาดล่างขึ้นสู่ตลาดบนเพื่อขายสินค้าให้กับคนกลุ่มบนและกลุ่มอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างกลุ่มแมสและกลุ่มคลาส และหลีกเลี่ยงการเข้าสู่กับดักการห้ำหั่นทางด้านราคา ส่วนอีกด้านหนึ่งคือแบรนด์หรูแบบดั้งเดิมก็ Trade Down หรือการทำแบรนด์ที่มีตำแหน่งทางการตลาดที่ต่ำลง จากตลาดบนลงสู่ตลาดล่าง ขยายฐานลูกค้าโดยการออกสินค้าในโมเดลขนาดเล็กและราคาที่ถูกมากขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ในระดับล่างๆ ลงมา ที่เรียกว่ากลุ่มแมสจากเดิมที่จับแต่ลูกค้ากลุ่มคนรวยที่เรียกว่ากลุ่มไฮคลาส กลยุทธ์การตลาดแบบนี้ ในปัจจุบันนิยมใช้คำว่า Masstige (มาจากคำว่า Mass market บวกกับ Prestige)
 

โดยหลักทั่วไปของแบรนด์ที่นำเสนอสินค้า Masstige มีอยู่ 2 อย่างได้แก่ 1.สินค้านั้นต้องถูกจัดอยู่ในประเภทสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยหรือคุณภาพสูง 2.ราคาสินค้าจะถูกวางอยู่ในช่วงระหว่างแบรนด์ระดับกลางและแบรนด์หรูของตลาดนั้นๆ
 

เราจะเห็นว่ามีหลายแบรนด์ดัง ที่วางตำแหน่งทางการตลาดของตัวเองอยู่ในกลุ่ม Masstige แบรนด์เหล่านี้รวมสินค้าที่ถูกจัดอยู่ในประเภทสินค้าหรูหราฟุ่มเฟือยหรือคุณภาพสูง และราคาสินค้าจะถูกวางอยู่ในช่วงระหว่างแบรนด์ระดับกลางและแบรนด์หรูของตลาดนั้นๆ แตกต่างจากแบรนด์หรูแบบเดิม ตรงที่ให้ความรู้สึกหรูแต่ราคาสามารถเข้าถึงได้สำหรับคนส่วนใหญ่ มีหลายแบรนด์ที่ตบเท้ากันเข้ามาขึ้นห้างในเมืองไทยแล้วและเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เช่น ZARA, TOP SHOP, TOP MAN
 

อีกแบรนด์ที่น่าจับตามองก็คือ H&M แบรนด์สัญชาติสวีเดน เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่มียุทธศาสตร์การขายแบบ quick fashion cheap price why pay more และมียอดขายถล่มทลายในยุโรปและอีกหลายประเทศในเอเชีย ที่ผ่านมา H&M จับมือร่วมกับดีไซเนอร์ระดับท็อปในแวดวงแฟชั่นโลกสร้างปรากฏการณ์  "แบรนด์แฟชั่นชั้นสูงร่วมมือกับแบรนด์แมสยอดนิยม" เช่นการมี Roberto Cavalli,  Marni, อัลเบอร์เอลบาซ แห่ง Lanvin หรือ Karl Lagerfeld แห่ง Chanel มาออกแบบให้ซึ่งถือได้ว่าเป็นการยกระดับแบรนด์ให้กับ H&M แต่ลึกๆ แล้ว H&M เข้าใจจุดสำคัญที่เกี่ยวกับผู้บริโภคดีว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการความคุ้มค่า ต้องการมากกว่าราคาที่จ่ายไป โดยเฉพาะลูกค้าระดับล่างมีเงินน้อยอยากอินเทรนด์ มีของก๊อบปี้แบบพิมพ์เขียวให้ไม่พอแล้ว เพราะมันไม่มี value ของสินค้าลูกค้าระดับล่างอยากใส่เสื้อผ้าดีไซเนอร์ระดับโลกที่ออกแบบโดยตรงให้พวกเขาและผลตอบรับก็สามารถบ่งชี้ว่าทฤษฎีที่เรียกว่า Masstige ประสบความสำเร็จเกินคาด
 

จะเห็นได้ว่าแบรนด์ที่กล่าวถึงล้วนมีการทำตลาดหรือมียุทธศาสตร์การทำธุรกิจที่เหมือนกันมาก ซึ่งเป็นการปรับตัวที่ตอบโจทย์ยุคเศรษฐกิจของเราได้เป็นอย่างดีผู้บริโภคปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกค่อนข้างชัดขึ้นเรื่อยๆ เป็นสองกลุ่มคือกลุ่มตลาดล่าง Masstige ที่เน้นราคาถูกคุณภาพดีรูปแบบก๊อบปี้ดูแพง หรือมีชื่อดีไซเนอร์ระดับแนวหน้าแสตมป์ตรารับรองอีกกลุ่มผู้บริโภคคือกลุ่มคนชั้นกลางที่ตะเกียกตะกายหนีคนตลาดล่างทิ้งความน่าเบื่อของแบรนด์ไฮ สตรีททั่วไป หนีไปชอปปิงซูเปอร์แบรนด์ เช่นPrada, Dior, Gucci, Burberry และอีกหลายแบรนด์ดังๆ เพียงเพราะพวกเขารู้สึกว่าเพิ่มเงินอีกหน่อยเก็บเงินอีกนิดจ่ายซื้อสินค้าแบรนด์เนมของแท้ ให้ทั้งความหรูหรายกระดับอิมเมจและปลอดภัยจากของปลอมปรากฏการณ์เช่นนี้สร้างยอดขายให้กับแบรนด์เนมชื่อดังทั้งหลายทะยานทะลุเป้าอย่างไม่น่าเชื่อว่าลูกค้าจะสามารถจ่ายเงินได้ถึงเพียงนี้
 

เรื่องของความหรูยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ แต่ขอฝากเรื่องนิยามของความหรูที่ทำให้ผู้บริโภคแตกขั้วเป็นสองฝั่งคือค้นหาสินค้าราคาถูกเปลี่ยนแฟชั่นเร็วชอบของก๊อบปี้กับอีกกลุ่มหนึ่งคือสนใจสินค้ามีระดับยอมจ่ายแพงอีกนิดเพื่อสินค้า
 

คุณภาพและความมั่นใจไว้ให้คิดกันต่อเพราะแบรนด์ทั่วๆ ไป โดยเฉพาะที่อยู่ในระดับกลางๆ ที่ไม่ได้ปรับตัวหรือปรับตัวไม่ทันอาจเข้าตาจนยอดขายตกลงลูกค้าไม่เดินเข้าก็เป็นได้ เตรียมรับมือกันให้ดี เพราะสมรภูมิค้าปลีกบ้านเราจะแข่งกันดุเดือดเลือดพล่านกระทบชิ่งตั้งแต่ในห้างหรูจนตลาดนัดข้างทางเป็นแน่