วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดิจิทัล คอมเมิร์ซ ศึกมวยข้ามรุ่น (ภาค 2)

สแควร์ ยังเพิ่มช่องทางการขายการ์ดรีดเดอร์ผ่านสโตร์อีกกว่า 20,000 แห่งในสหรัฐ

ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงความเข้มข้นของระบบการเก็บเงินผ่านโมบายที่สร้างกระแสและความต้องการอย่างรวดเร็ว อย่าง "สแควร์" (www.square.com) ภายในสัปดาห์นี้ สแควร์ ยังเพิ่มช่องทางการขายการ์ดรีดเดอร์ผ่านสโตร์อีกกว่า 20,000 แห่งในสหรัฐ เช่น วอลกรีนส์ สเตเพิลส์ และเฟดเอ็กซ์ ออฟฟิศ ทั้งหมดนี้ ยังไม่รวมถึงสโตร์ที่จำหน่ายอยู่แล้วอย่าง แอ๊ปเปิ้ล เบสท์บาย ออฟฟิศแม็กซ์ เรดิโอแชค ทาร์เก็ต ยูพีเอส และวอลมาร์ท โดยตั้งราคาขายไว้ที่ 9.99 ดอลลาร์เท่านั้น

 

 วันนี้ร้านค้าไหนๆ ก็รับบัตรเครดิต เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กกว่า 1 ล้านราย สามารถรับรูดเงินผ่านบัตรเครดิตได้แล้ว บางรายพบว่า สแควร์ ทำให้ขายของเพิ่มขึ้นถึง 25% ความรวดเร็วของการแข่งขันด้านนวัตกรรมใหม่นี้ จึงจำเป็นที่เจ้าสนามต่างๆ ต้องกระโดดเข้าร่วมชิงชัย

 ต้นตำรับ "เพย์พัล" เดินเกมรุกหรือตั้งรับ

 

 เพย์พัล ให้บริการจ่ายเงินออนไลน์ที่นิยมในหมู่นักช้อปไซเบอร์ ในเดือน มี.ค. เพย์พัล จับมือกับ โฮมดีโปต์ เครือข่ายร้านขายวัสดุก่อสร้างชื่อดังในสหรัฐ ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อให้บริการออฟไลน์เรียกว่า “เพย์พัล สโตร์ เช็คเอาท์” ที่ร้านโฮมดีโปต์กว่า 2,000 สาขา เพื่อให้ลูกค้าสามารถจ่ายเงินผ่านบัญชีของ เพย์พัล เพียงกรอกหมายเลขโทรศัพท์และเลขพิน หรือใช้ เพย์พัล เพย์เมนต์ การ์ด รูดผ่านอุปกรณ์ที่ติดตั้งไว้

 

 แม้จะเพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน แต่ก็ยังไม่ดึงความสนใจได้เท่ากับบริการที่เรียบง่ายมีสไตล์ของคู่แข่งรายสำคัญอย่าง สแควร์ ทำให้ เพย์พัล ต้องหันมาลงแข่งในสนามดิจิทัล คอมเมิร์ซ อย่างเต็มรูปแบบ โดยเปิดบริการใหม่ที่เรียกว่า “เพย์พัล เฮียร์” (www.paypalhere.com) ติดตั้งอุปกรณ์รูปสามเหลี่ยมเข้าที่ช่องหูฟังของเครื่องมือถือหรือไอแพดเช่นเดียวกับ สแควร์ ซึ่งเพย์พัล เปรียบเทียบอุปกรณ์นี้ว่าเป็นธนูที่ยิงตรงสู่กลุ่มเมฆ (หรือ Cloud นั่นเอง)  คิดค่าบริการครั้งละ 2.7% ต่ำกว่า สแควร์ ซึ่งคิดค่าบริการครั้งละ 2.75%

 

 เพย์พัล เฮียร์ ทำงานใกล้เคียงกับ สแควร์ แต่มีฟังก์ชันมากกว่า คือ ความสามารถในการสแกนเช็คสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้พกบัตรเครดิต ทำให้ร้านค้ารับเช็คและเรียกเก็บเงินกับลูกค้าได้ ขณะเดียวกัน เพย์พัล ยังเปิดบริการที่เรียกว่า “โลคอล” ซึ่งเทียบเท่ากับบริการการ์ดเคสของ สแควร์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถค้นหาร้านค้าใกล้เคียงผ่านระบบฐานที่ตั้ง และยังช่วยเตือนให้ร้านค้าทราบว่ามีลูกค้าเข้ามาใกล้ร้านแล้ว

 

 เพย์พัล ได้เปรียบจากการเป็นบริษัทภายใต้กลุ่มอีเบย์ จึงไม่มีปัญหาเรื่องเงินทุน มีผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านรายทั่วโลก และผู้ใช้งานผ่านโมบายกว่า 17 ล้านราย ทำให้ปีที่แล้ว เพย์พัล มีเงินหมุนเวียนในบริการถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ และมียอดการใช้จ่ายเงินผ่านระบบ เพย์พัล 118,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ สแควร์ มียอดอยู่ที่ 4,000 ล้านดอลลาร์

 

 นอกจากนี้ เพย์พัล ยังเปิดให้บริการใน 190 ตลาดทั่วโลก และรองรับสกุลเงิน 25 สกุล ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญที่ทำให้ เพย์พัล เฮียร์ เปิดตลาดในต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำคัญคู่แข่งในกลุ่มนี้

 "อินทูอิท" ต่อยอดธุรกิจโตไว

 

 อินทูอิท (Intuit) ริเริ่มให้บริการระบบเก็บเงินผ่านโมบาย “โกเพย์เมนต์” (http://gopayment.com) มาตั้งแต่ปี 2552 จัดเป็นเจ้าสนามที่อาศัยความได้เปรียบจากการต่อยอดธุรกิจซอฟต์แวร์บัญชี “ควิกบุ๊คส์” (QuickBooks) มาตั้งแต่ปี 2526 โดยควิกบุ๊คส์เวอร์ชั่นพอยท์ออฟเซล (Point of Sale) หรือพีโอเอส ทำหน้าที่เป็นเสมือนเครื่องเก็บเงินของร้าน มีฟังก์ชันการตรวจเช็คสต็อก การขาย และการจัดเก็บข้อมูลลูกค้า รวมถึงการเตรียมรายงานการขายให้กับร้านค้าจนเป็นรู้จักเป็นอย่างดี และมีร้านค้าที่ติดตั้งซอฟต์แวร์นี้กว่า 200,000 ร้านในสหรัฐ

 

 จุดเด่นของ อินทูอิท คือ การต่อยอดการเก็บเงินบัตรเครดิตเข้ากับพอยท์ออฟเซลของร้าน ช่วยเชื่อมต่อข้อมูลการชำระเงินของลูกค้าเข้ากับข้อมูลบัญชี ราคาและสต็อกสินค้า ซึ่งนับว่ามีนัยยะสำคัญต่อร้านค้าที่ต้องการจะขยายธุรกิจให้รองรับระบบฐานข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ความนิยมของการเก็บเงินผ่านระบบโมบายนี้จึงเท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้ อินทูอิท เพิ่มศักยภาพในการให้บริการของระบบ ช่วยให้สามารถแข่งขันกับระบบขนาดใหญ่ขึ้น

 

 คงต้องติดตามว่าความเรียบง่ายของการใช้บริการอย่าง สแควร์ และ เพย์พัล จะเปลี่ยนการทำงานของร้านค้าได้หรือไม่ หรือว่าระบบบัญชีที่เชื่อมโยงข้อมูลแล้วอย่างดีของ อินทูอิท จะสามารถขยายโอกาสและบริการให้เทียบเท่าระบบบัญชีขนาดใหญ่ได้กันแน่

 แม้แต่การเมืองก็ยังต้องการนวัตกรรม

 

 ดูเหมือนนวัตกรรมดิจิทัล คอมเมิร์ซ ได้ถูกนำมาสร้างสีสันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งผู้สมัครจากทั้งสองพรรคต่างระดมทุนจากผู้สนับสนุนการเลือกตั้ง โดยเปิดรับเงินบริจาคผ่าน สแควร์ โดยเฉพาะเมื่อประธานาธิบดีบารัก โอบามา นำสแควร์มาใช้กับเว็บไซต์ www.barackobama.com ทำให้สามารถรับเงินบริจาคจากผู้สมัครตรงเข้าสู่พรรคได้ทันที 

 

 หลายท่านคงยังจำได้ถึงสีสันเหล่านี้เมื่อปี 2551 เมื่อประธานาธิบดีโอบามาไม่ยอมวางมือถือคู่ใจเลย จนเกิดเป็นกระแสใหม่ของการเลือกตั้ง และกลยุทธ์ออนไลน์ก็ถูกนำมาใช้พลิกเกมการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐเมื่อ 4 ปีที่แล้วได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

 เห็นอย่างนี้แล้วนักธุรกิจจะมองข้ามการใช้กลยุทธ์ดิจิทัล กับการแข่งขันที่เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวันนี้ได้อย่างไร ขอเชิญติดตามในตอนต่อไป