ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นตามที่แจกแจงให้เห็นดังนี้ ถือว่าเรายังต้องการการพัฒนาคน และปรับปรุงระบบงานให้เข้าที่เข้าทางมากยิ่งขึ้น
บทความครั้งที่ผ่านมา ที่ได้นำเสนอถึงการพัฒนาหัวหน้างาน ตามแนวทาง TWI (Training Within Industry) ที่จัดทำขึ้นเพื่อพัฒนากองกำลังทหารของกองทัพสหรัฐในสมัยสงครามโลก และเลิกใช้ไป หลังจากนั้นก็นำมาปัดฝุ่นใช้กันใหม่ในประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่พ่ายแพ้สงคราม บางท่านอาจยังไม่ทราบว่าภายหลังญี่ปุ่นถูกสั่งห้ามไม่ให้มีกองทัพ มีได้เพียงกองกำลังปกป้องดินแดนเท่านั้น เพื่อไม่ให้สร้างแสนยานุภาพทางทหารอีก อันจะก่อให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยจนเป็นชนวนสงครามในอนาคต
แต่มาตรการต่างๆ ที่ออกมากำกับดูแลและช่วยเหลือญี่ปุ่นฟื้นฟูประเทศของสหรัฐนั้น กลับกลายเป็นผลดีทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นทุ่มเทให้กับการพัฒนาประเทศในทางเศรษฐกิจและสังคม มากกว่าการทุ่มงบประมาณไปในทางทหาร รวมถึงการทำงานอย่างใกล้ชิดกับภาคอุตสาหกรรม จนทำให้มีแบรนด์สินค้าชั้นนำมากมายผงาดอยู่ในตลาดการค้าระหว่างประเทศ
เบื้องหลังของความสำเร็จอันหนึ่งคือคุณภาพของคนในทุกระดับชั้น ในบริบทขององค์กรก็คือตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง จนถึงพนักงานระดับปฎิบัติการ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการผลิต และการปรับปรุงคุณภาพสินค้า ในกรณีของโรงงานอุตสาหกรรมถ้าเราพุ่งเป้าไปที่กระบวนการผลิต จะพบว่าหัวหน้างาน หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า ซุป (Supervisor) นั้นเป็นผู้ที่ใกล้ชิดคนและเครื่องจักรมากที่สุด อีกทั้งมีหน้าที่ในการควบคุมให้กระบวนการผลิตเป็นไปโดยไม่มีปัญหาหรือข้อบกพร่อง
นอกจากนั้นยังเป็นผู้ที่เข้าไปถึงจุดที่เกิดปัญหา และสั่งการแก้ปัญหาได้เร็วที่สุด ดังนั้นการมีหัวหน้างานในสายการผลิตที่ดีมีคุณภาพ จะช่วยให้โรงงานนั้นๆ ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยทั่วไปหัวหน้างานจะมาจากสองทาง ทางแรกคือมาจากพนักงานปฏิบัติการที่มีประสบการณ์ ทำงานมานานจนรู้จักขั้นตอนต่างๆ เป็นอย่างดี ที่สำคัญมีมนุษยสัมพันธ์และความคิดที่เป็นระบบ ก็จะได้รับการเลื่อนขั้น ให้ขยับขึ้นมาเป็นหัวหน้าสายการผลิต (Line Leader) และเมื่อมีความสามารถในการควบคุมดูแลหลายสายการผลิตก็จะขยับขึ้นสู่ตำแหน่งระดับหัวหน้ากระบวนการในที่สุด อีกทางหนึ่งคือรับจากผู้ที่จบระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง แน่นอนความคิดวิเคราะห์ มุมมองและการตัดสินใจในภาพกว้าง น่าจะทำได้ดีกว่าแบบแรก แต่ก็อ่อนประสบการณ์ด้านเทคนิคการผลิต
องค์กรทั่วไปจึงมักมีหัวหน้างานทั้งสองแบบผสมกัน อีกเหตุผลหนึ่งก็เป็นการเปิดช่องทางให้มีการไต้เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นของพนักงานระดับปฏิบัติการตามเส้นทางอาชีพ (Career path) แต่ไม่ว่าจะมาจากช่องทางใด การฝึกอบรมและเตรียมคนเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นก็ยังมีความจำเป็น และมีประโยชน์มากมายหลายอย่าง ยิ่งขึ้นไปในระดับที่สูงขึ้น อาทิ ผู้จัดการ หรือผู้บริหารแล้ว ความรู้ในองค์กร ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจอุตสาหกรรม ความรู้ด้านเทคโนโลยี ยิ่งจำเป็น เพราะต้องมองภาพรวมให้เห็นความเชื่อมโยงให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด และก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรอย่างใหญ่หลวง
บทบาทและความจำเป็นของหัวหน้างานที่จะต้องรู้และมีอยู่ในแต่ละคนดังที่กล่าวไว้ในบทความครั้งที่แล้วนั้น มีที่มาที่ไปเพื่อจะให้สามารถรับมือกับปัญหา วิเคราะห์ และแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ที่สำคัญไปกว่านั้นคือการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเดิมจนอาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังได้ในที่สุด
ลักษณะปัญหาในภาคการผลิต (ในโรงงาน) ที่เรามักพบเจอกันทั่วไป สามารถแก้ไขได้ด้วยการมีระบบการผลิตที่ดี และบุคลากรที่มีคุณภาพ อยากให้ท่านผู้อ่านที่อยู่ในภาคการผลิตลองนำไปใช้สำรวจตรวจสอบดูว่า ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นตามที่แจกแจงให้เห็นดังนี้ ถือว่าเรายังต้องการการพัฒนาคน และปรับปรุงระบบงานให้เข้าที่เข้าทางมากยิ่งขึ้น ไม่เช่นนั้นต้นทุนก็จะบาน การผลิตก็จะเชื่องช้า ความสามารถการแข่งขันก็จะตกต่ำ จนไม่สามารถจะแข่งขันหรือรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้
ลักษณะปัญหาที่หัวหน้างานมักพบเจอทั่วไป และถือเป็นความรับผิดชอบที่จะต้องขจัดให้ออกไปจากหน่วยผลิต แน่นอนไม่ได้มีผลกระทบแค่ปริมาณการผลิต แต่ยังส่งผลถึงคุณภาพสินค้า และต้นทุนการผลิตอีกด้วย ได้แก่
- การผลิตล่าช้ากว่าแผนงาน จนเป็นผลให้ส่งมอบสินค้าล่าช้า
- มีของเสียจากการผลิต และสินค้าที่ด้อยคุณภาพต้องนำมาแก้ไขจำนวนมาก
- เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการผลิตเสียหายง่าย จากการเก็บ การใช้ไม่ถูกเงื่อนไข
- พนักงานไม่ปฎิบัติตามขั้นตอน และข้อกำหนดที่ระบุไว้ อาจจะด้วยมาจากปฏิบัติได้ยาก ไม่เข้าใจ ละเลย หรือกำหนดไว้ไม่ชัดเจนพอ
- คุณภาพของสินค้าไม่ตรงตามข้อกำหนด หรือมาตรฐาน
- เครื่องจักรเสียหายบ่อย อันเนื่องมาจากการใช้งานไม่ถูกวิธี หรือไม่มีการบำรุงรักษา
- อุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ตั้งแต่เล็กจนถึงเรื่องใหญ่ จนก่อให้เกิดความเสียหายบานปลาย
- งาน หรือกระบวนการต้องหยุดตัวลงชั่วขณะบ่อยๆ แม้ว่าจะหยุดในช่วงเวลาสั้น แต่ถ้าบ่อยครั้งก็คงไม่ดีแน่
- พนักงานไม่มีความสุขในการทำงาน อันเนื่องมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อ และความสัมพันธ์ภายในระหว่างเพื่อนร่วมงาน หัวหน้างาน เป็นไปแบบไม่เป็นมิตร
- พนักงานทั่วไปขาดความเอาใจใส่ในงาน ไม่มีความตระหนักต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัย
- ใช้เวลามากจากพนักงานที่ไม่มีประสบการณ์ และทักษะการทำงานที่เพียงพอ
ปัญหาทั้งหมดนี้จะหมดไป ถ้าองค์กรมีระบบการผลิตที่ดี และมีการเตรียมการวางแผนกำลังคน พัฒนาหัวหน้างานที่จะไปกำกับดูแล ชี้นำ ควบคุม ติดตาม ให้ข้อเสนอแนะ และช่วยเหลือพนักงานให้การผลิตเป็นไปอย่างมีมาตรฐานสากล






