ให้ประเมินค่าความเสียหายจากการที่ต้องอนุญาตให้ลูกน้องตัดสินใจ แล้วตั้งราคาเอาไว้ กำหนดให้แต่ละระดับตัดสินใจได้เท่าไหร่
ลึกๆ แล้ว ผมตั้งใจมาตลอด พยายามจะไม่พูดเรื่องการเมือง หรือถ้าจะพูด ก็ให้น้อยที่สุด เพราะขณะที่บ้านเมืองกำลังเข้าสู่ยุคปรองดอง เราควรต้องระมัดระวัง และสื่อเองก็ควรวางตัวเป็นกลางให้มาก
พูดถึงเรื่องนี้ จำได้แม่นครับ ในคลาสวิชากฎหมาย ผมเคยถามอาจารย์ที่ธรรมศาสตร์ หากประชาธิปไตยคือเสียงส่วนใหญ่ ยุคไหนใครที่มีอำนาจ และครองพลเรือนได้อยู่ จะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่…
เราจะกล้าเรียกประชาธิปไตยได้เต็มปากจริงหรือ? แล้วแท้ที่จริงประชาธิปไตยคืออะไรกันแน่?
ไม่เว้นแม้กระทั่งรายการประเภทเรียลลิตี้ ที่เปิดให้คนร่วมเป็นส่วนหนึ่ง โหวตและส่ง SMS กันเข้ามา ยิ่งมาก ก็ยิ่งดี เสมือนเป็นกำลังใจให้คนที่เชียร์ได้ไปต่อ
พร้อมๆ กับข้ออ้างที่ว่า เสียงของประชาชนคือเสียงตัดสิน ตัว Commentator ไม่มีสิทธิ์ เพราะจะทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้ความเห็น หรือสร้างสีสันให้รายการเท่านั้น
ถึงบัดนี้ ส่วนตัว ผมก็ยังฉงน และไม่ค่อยสบายใจกับกติกาการโหวตมาตลอด
แต่มิใช่เพราะไม่ชอบผู้ชนะ หรือไม่ชอบผู้จัด เพียงแต่ต้องการให้การตัดสิน ยุติธรรม โปร่งใส และมาจากเสียงสวรรค์ของคนส่วนใหญ่จริงๆ
ในเรื่องเดียวกัน คุณนิกรเพื่อนผมที่เป็นผู้กำกับละคร Theatre 8x8 ก็เคยพูดไว้น่าคิด
รายการต่างประเทศที่มีการโหวตทั้งหลาย เขาค่อนข้างเคารพต่อสิทธิ์และการออกเสียง เพราะจะให้เวลาเปิดปิดโหวตไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น และที่สำคัญ บางรายการก็ยังสร้างสำนึกประชาธิปไตยให้ประชาชนทางบ้าน โดยจะอนุญาตให้หนึ่งเบอร์โทรศัพท์ โหวตได้เพียงหนึ่งเสียงเท่านั้น
ทีนี้ต่อให้คุณมีเงินแค่ไหน คุณก็มีแค่เสียงเดียวจริงๆ ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้
ในฐานะที่ทำมาร์เกตติ้งมานาน คลุกคลีเรื่องระบบลงทะเบียนก็เยอะ ผมเชื่อครับว่า การจะ Set หนึ่งเบอร์ หนึ่งโหวต ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากเราศรัทธาประชาธิปไตยจริง และยึดมั่นในหลักการ ทุกสิ่งล้วนเปลี่ยนแปลงได้
ที่สำคัญ ผู้จัดต้องยอมก้าวผ่านความเป็นพาณิชย์ออกไปให้ได้ เพราะแน่นอนว่า เม็ดเงินที่วิ่งผ่านระบบก็ต้องลดน้อยถอยลง ตามกติกาที่เปลี่ยนใหม่
มิเช่นนั้นแล้ว ใครที่มีกำลังทรัพย์ มีพวกมาก ก็ใช้ช่องโหว่อันนี้ เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ ซึ่งแท้จริงแล้ว ก็อาจไม่ขาวสะอาดพอ เป็นเสียงสวรรค์ที่ถูกเคลือบแคลง
ในบริบทองค์กร ผมตั้งคำถามต่อว่า เราเป็นประชาธิปไตยกันแค่ไหน?
พูดให้ง่ายขึ้นครับ ในการประชุมงาน หรือนำเสนอแผนงาน เมื่อถึงเวลาต้องเลือก หรือต้องตัดสินใจ เรา “ใช้เสียงส่วนใหญ่” หรือ “ใช้เสียงคนใหญ่” กันแน่
โดย Norm ที่ยึดถือปฎิบัติ ผมเห็นองค์กรทั่วไป มักจะให้หัวหน้าเป็นผู้ชี้ขาด เพราะความเชื่อที่ว่าผู้นำมีประสบการณ์เยอะกว่า เห็นรอบกว่า และมีบางมุมที่ลูกน้องอาจมองไม่เห็น
ผมสังเกตต่อว่า เวลาที่หัวหน้าเคาะ แล้วไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองคิด บางคนก็มักจะโกรธ ยอมรับไม่ได้ แถมบางทีก็ลามปาม เผลอด่าแกมดูถูกเจ้านายลับหลังด้วยว่าไม่มีกึ๋นบ้าง เผด็จการบ้าง
ขออนุญาตครับ ผมไม่สนับสนุนให้คิดแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ผมจะเข้าข้างว่าเจ้านายถูกเสมอ
สิ่งที่ผมมักจะสอนตัวเองและบอกลูกทีมคือ เขาจ้างเรามาให้ทำหน้าที่ “นำเสนอสิ่งที่ดีที่สุด” อย่าไปสนใจว่าการตัดสินใจจะออกมาในรูปแบบไหน หรือจะเจ็บปวดรวดร้าว หากเขาไม่เลือกสิ่งที่เรา propose
แค่ถามตัวเอง เราทำหน้าที่ของเรา ดีพอแล้วหรือยัง?
แต่ในเมื่อสิทธิ์ขาดอยู่ที่คนเป็นหัวหน้า คนๆ นี้จึงต้อง “MAN” พอ และใจกว้างระดับหนึ่ง
ทฤษฏีผมก็ง่ายๆ ครับ ให้ประเมินค่าความเสียหายจากการที่ต้องอนุญาตให้ลูกน้องตัดสินใจ แล้วตั้งราคาเอาไว้ กำหนดให้แต่ละระดับตัดสินใจได้เท่าไหร่ หากเขาเกิดตัดสินอะไรพลาดไป ก็ต้องยอมรับ ให้อภัย ถือซะว่าเป็นค่าเรียนหนังสือ ที่สุดท้ายเขาจะได้ไม่ทำอะไรผิดพลาดซ้ำๆ
ในบางเรื่อง ก็อาจต้องยอมใช้ประชาธิปไตย แบบเสียงส่วนใหญ่ โดยเฉพาะถ้าเรื่องนั้นๆ มันดิ้นได้ มีความ Subjective เข้ามาเกี่ยว เสียงหัวหน้าเสียงเดียว อาจไม่เหมาะ
ของอย่างนี้มันไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว มันสอนกันไม่ได้ มันเป็น Gut ก็ไม่ผิดนัก
ก่อนจบ มีเรื่องเล่าหนึ่งเรื่องครับ ผมเคยได้ยินมาว่า ประธานาธิบดีของประเทศหนึ่ง เรียกประชุมคาร์บิเนตทั้งคณะ เป็นการด่วน เพื่อขอความเห็นต่อการเข้าร่วมสงครามครั้งนี้
มติของที่ประชุม เสียงเอกฉันท์ ซึ่งรวมรัฐมนตรีกลาโหม เห็นสมควรให้เข้ารบ ด้วยเหตุผลต่างๆ นานา
แต่แล้วกาลก็กลับตาลปัตร ท่านผู้นำเคาะ ตัดสินใจ สั่งให้ประเทศไม่เข้าร่วม ซึ่งโชคดีมากๆ เพราะประเทศไม่ได้รับผลกระทบ การวางตัวเป็นกลาง นำมาซึ่งผลดี เกินคาด
ในวันแถลงข่าว สื่อมวลชนก็เกิดอุตริ ตั้งคำถามว่า ในเมื่อประเทศเราเป็นประชาธิปไตย เพราะเหตุใดท่านจึงตัดสินใจโดยไม่ฟังเสียงข้างมาก?
ท่านตอบสั้นมากครับ “เขาเลือกผมเป็นประธานาธิบดี ไม่ได้เลือกผมมานั่งนับคะแนนคนยกมือในที่ประชุม”
แล้วเราหล่ะครับ วันนี้เรานิยาม คำว่า “ประชาธิปไตยในที่ทำงาน” แตกต่างกันแค่ไหนครับ?






