เช็คตัวเองก่อนเริ่มเดินทาง (ตอนที่ 2)

เช็คตัวเองก่อนเริ่มเดินทาง (ตอนที่ 2)

คราวก่อนเราได้พูดคุยกันเรื่องการเช็คตัวเองก่อนการเริ่มเดินทางของท่าน ไม่ทราบว่า ท่านผู้อ่าน ได้พบอะไรบ้าง จากการทำแบบฝึกหักดังกล่าว

จากรายการสิ่งต่างๆ 4 หัวข้อที่เราคุยกัน ไม่ว่า  สิ่งอยากได้และมีอยู่แล้ว สิ่งที่ไม่อยากแต่ดันมีสิ่งที่อยากได้แต่ไม่มีและสิ่งที่ไม่อยากได้และไม่มีท่านพบว่า ท่านมีรายการในหัวข้อใดเป็นจำนวนมากที่สุด


ความจริงหากพิจารณาให้ดีๆจาก 4 หัวข้อ  จะพบว่า มี 2 หัวข้อที่เราควรทุ่มเทความสนใจเป็นกรณีพิเศษคือรายการสิ่งที่ต้องการ อยากได้ แต่ยังไม่มี และสิ่งที่ไม่อยากได้แต่กลับมีอยู่


สำหรับรายการแรก เราคงต้องสนใจ เพื่อให้ได้มา  ส่วนรายการหลังสนใจเพื่อขจัดทิ้ง


คราวก่อน มีผู้อ่านท่านหนึ่ง สอบถามว่า หากตนมีรายการสิ่งที่ไม่อยากได้ เป็นจำนวนมาก จะจัดการอย่างไร


จากสถิติ พบว่า คนส่วนใหญ่มักใช้เวลาพยายามขจัดหรือหนีสิ่งที่ตนไม่ต้องการแทนที่จะใช้เวลาในการค้นหาสิ่งที่ตนต้องการ


วันนี้ เราลองหยิบ 2 หัวข้อ เรื่อง สิ่งที่ต้องการ อยากได้ แต่ยังไม่มี และสิ่งที่ไม่อยากได้แต่กลับมีอยู่ มาทำการบ้านต่อกันค่ะ


ขั้นตอนแรกคือ สำหรับรายการ สิ่งที่ต้องการ อยากได้ แต่ยังไม่มี นั้นให้ถามตัวเองว่า เราต้องการอะไรมากที่สุดจากรายการนี้แล้วจัดลำดับความสำคัญรายการใดที่เราต้องการมากที่สุดเป็นอันดับแรกๆ ใส่ตัวเลขตำแหน่งลงไป ว่า รายการใดอยู่อันดับ 1 อันดับ 2 หรือ อันดับ 3  แล้วดูว่า รายการใดเราควรลงมือทำเพื่อให้ได้มาเป็นอันดับต้นๆ


หลังการจัดอันดับแล้ว ขอให้ประเมินด้วยว่ารายการใด ได้มาแล้วจะมีผลกระทบและก่อให้เกิดมีการเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตเรามากที่สุด แต่กลับพบว่ารายการนั้นไม่อยู่ใน  อันดับต้นๆ  ขอให้ย้ายลำดับขึ้นมา  เช่น เราต้องการเริ่มต้นแต่ละวัน ด้วยความสุขและอารมณ์ที่แจ่มใส    แม้ดูเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตอย่างมหาศาล หากเราทำได้ เพราะ หากเราพบว่า โลกนี้น่ารื่นรมย์และเราจะมีความสุขในการใช้ชีวิต  นั่นย่อมหมายความว่า  เรามีพละพลังกำลังในการทำงานมุ่งมั่นเพื่อสิ่งที่เราต้องการได้


ในทางกลับกัน หากท่านผู้อ่านเริ่มต้นแต่ละวันด้วยอารมณ์ขุ่นมัว  สับสนหรือเครียด   รับรองวันนั้น ท่านผู้อ่านจะมีแต่อารมณ์เสียหรือเรื่องไม่ดีเข้ามาตลอดทั้งวัน


สำหรับหัวข้อที่สอง  หากท่านเป็นคนหนึ่งที่มีรายการ สิ่งที่ไม่อยากได้แต่ดันมีอยู่ มากมาย ยาวมากกว่าหัวข้ออื่นๆ


ขอให้ท่านลองจัดลำดับความสำคัญของรายการสิ่งที่ไม่ต้องการเช่นเดียวกันว่า รายการใดอยากขจัดทิ้งเป็นอันดับแรก   เมื่อเสร็จแล้ว ขอให้หยิบกระดาษขึ้นมาอีก1 แผ่น นำรายการที่ท่านจัดอันดับรายการของสิ่งที่ไม่ต้องการนั้นเขียนลงในกระดาษแผ่นใหม่ ขอคิดใหม่ว่า หากรายการนั้น สามารถเปลี่ยนแปลงเป็น สิ่งที่ต้องการ อยากได้ สิ่งนั้นคืออะไรดังตัวอย่างข้างล่าง


สิ่งที่ไม่อยากได้แต่ดันมีอยู่                        ปรับเปลี่ยนใหม่เป็น             สิ่งที่ต้องการ อยากได้แต่ยังไม่มี
หุ่นอ้วนกลม น้ำหนักเกินมาตรฐาน                                                           รูปร่างสมส่วน
งานจำเจ น่าเบื่อไม่มีอนาคต                                                                  งานที่ตนเองรัก
                                                                                                       เป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง
สุขภาพเสื่อมโทรม เจ็บป่วยเป็นประจำ                                                    สุขภาพแข็งแรง


หลังจากนั้นนำรายการสิ่งที่ต้องการ แต่ยังไม่มี  นำไปรวมกับรายการในหัวข้อที่ 1 เพื่อนำไปกำหนดเป็นเป้าหมาย เพื่อวางแผนการจัดการเพื่อให้ได้มาต่อไปโดยขอให้ท่านคิดว่า มีวิธีใดที่ท่านสามารถทำได้บ้างเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ และลงมือทำทันที!โดยเริ่มจากรายการที่มีอันดับแรกๆ 3 รายการก่อน


หากท่านผู้อ่านใคร่ครวญให้ดีๆ จะพบว่ามีข้อสังเกตสำคัญประการหนึ่ง จากการแบบฝึกหัดข้างต้น คือ 2 หัวข้อนี้ แท้จริงแล้วเป็นพลังผลักดันหรือขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จของการดำรงชีวิตนั่นเองแต่ทิศทางการเคลื่อนที่วิ่งสวนทางกัน


ทิศทางหนึ่ง คือ แรงที่ดึงดูดเราเข้าไป  (Move towards)  เป็น แรงจูงใจที่นำพาเราไปสู่สิ่งที่ต้องการ อยากได้แต่ยังเรายังไม่มี หลายคนที่ประสบความสำเร็จใช้แรงขับเคลื่อนนี้ช่วยผลักดันเขาเพื่อมายืนอยู่แถวหน้าของผู้ประสบความสำเร็จ ไมว่า จะเป็นนักวาทยกรมืออาชีพ อย่างคุณบัณฑิต อึ้งรังษี หรือ นักร้องน้องใหม่ บรรดา the Star เช่น น้องโดม กับน้องแกงส้ม เขาเหล่านี้ถูกดึงดูดด้วยความฝัน ที่ผลักดันให้เขาเดินทางอย่างมุ่งมั่นเพื่อเป็นนักร้องมืออาชีพ


ส่วนแรงผลักดันอีกทิศทาง คือ แรงผลักดันให้ เราวิ่งออกห่างหรือเรียกว่าวิ่งหนี  (Away from) คือ  สิ่งที่ไม่อยากได้แต่ดันมีอยู่ พลังนี้สามารถผลักดันให้ หลายคนพยายามหลีกหนี และใช้เป็นพลังทำให้ประสบความสำเร็จ ได้เช่นกัน เศรษฐีหรือเถ้าแก่หลายคนของบ้านเราก็เกิดได้เพราะมีแรงผลักดันนี้ เพื่อนำพาชีวิตของตนจากจุดหนึ่งไปสู่อีกจุดหนึ่งที่ดีกว่าเดิม    เช่น เถ้าแก่ใหญ่ อย่าง คุณตัน ภาสกรนที หรือเถ้าแก่น้อย อย่าง อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์”


ดังนั้น การที่เราสามารถสำรวจตรวจตรา ได้ว่า เราเป็นคนที่ถูกขับเคลื่อน ด้วยแรงจูงใจหรือผลักดันแบบใด เพื่อเดินทางสู่เป้าหมายของชีวิตตามที่ต้องการ


ขอบอกว่า เทคนิคนี้ คือ เทคนิคหนึ่งที่โค้ชมืออาชีพนำมาใช้ในการนำผู้ได้รับการโค้ชไปยังเป้าหมายที่ต้องการ


วันนี้ ขอจบด้วยคำพูดที่มีความหมายในตัว จากเถ้าแก่ใหญ่คุณตัน ภาสกรนที


“ครึ่งหนึ่ง ฟ้าลิขิตมาเรียบร้อยแล้ว เราไม่มีสิทธิเลือกเกิด ว่าอยากจะเกิดในครอบครัวนี้ ประเทศนี้ จึงควรพอใจที่คุณเกิดมา อีกครึ่งหนึ่ง คือตัวคุณเอง เราพยายาม เราตั้งใจ แต่ไม่ได้หมายความว่า เราจะได้มันทันที บางครั้งต้องใช้เวลา จึงต้องมีความมุ่งมั่น อาจจะ 5 ปี 10 ปี แต่ผมทำมาแล้ว 30 ปี…….”