วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทศกาลอาหารที่ไมอามี

ผมมีโอกาสไปร่วมงาน เทศกาลอาหารที่ไมอามี งานนี้ชื่อว่า Best of the Best เป็นการนำอาหารอร่อยจากทุกชาติ และเชฟดังๆ จากทุกวงการร้านอาหาร

มาปรุงอาหารให้ทุกคนได้รับประทานอย่างอิ่มหมีพีมัน เป็นงานที่สนับสนุนโดย Bank of America พร้อมบริษัทไวน์ชื่อดัง Southern Wine & Spirit of America


ทางผู้จัด ได้จัดงานนี้ขึ้นทุกปีในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ภายในงานจะมีทั้งงานใหญ่ งานเล็ก งานในเรือ งานบนดิน งานในร้านและนอกร้าน แค่ช่วงเวลาที่จัดเพียง 3 วัน คือ  ศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ก็มีงานมากกว่า 40 งาน
 

แม้จะขายบัตรกันในราคาทุกระดับ ตั้งแต่ 10-350 ดอลลาร์ แต่ก็มีคนจองเข้ามาล่วงหน้าถึง 4 เดือน ไม่มีเหลือจำหน่ายขายหน้างาน
 

การจัดเทศกาลอาหารในรัฐต่างๆ ทั่วอเมริกา ถือ เป็นการกระตุ้นให้ผู้คนออกมาร่วมรับประทานอาหารนอกบ้าน จ่ายเงินเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจให้คนมีงานทำ ส่วนร้านอาหารในรัฐบางรัฐที่มีร้านอาหารเป็นจำนวนน้อย ก็ได้ออกมาร่วมทำกิจกรรม พบปะกับผู้ร่วมงานในวงการร้านอาหาร ตั้งแต่เรื่องรสชาติอาหาร จนถึงการเขียนบทความเกี่ยวกับอาหาร รายการโทรทัศน์  พร้อมกับดาราฮอลลีวู้ดบางท่านที่ทำให้รายการ การจัดเทศกาลอาหารในแต่ละรัฐมีสีสันมากขึ้น
 

ทุกครั้งที่มีการจัดงาน เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของอาหาร รสชาติ รูปแบบ ตลอดจนความคิดเห็น และพ่อครัวใหญ่บางราย ก็นำรายการอาหารที่น่าสนใจมาให้เราได้ลิ้มรสชาติ ไม่ต่างกับการดูภาพยนตร์ มีหลากหลายแนว หลายประเภท พ่อครัวใหญ่ที่มีความคิดใหม่ๆ ก็สามารถนำเสนอผลงาน ออกมาให้ลูกค้าได้ชิม ได้ทดลอง
 

การจัดงานเทศกาลอาหาร มิได้คำนึงถึงยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการกระตุ้น ตั้งแต่การเที่ยว กิน ดื่ม และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ได้เห็นสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ  เคยได้ยินเชฟดังๆ พูดกันว่า รัฐบางรัฐในอเมริกาหาอาหารอร่อยแทบไม่เจอ หรือวิธีการปรุงอาหารไม่เหมือนเมืองใหญ่ๆ แบบนิวยอร์ก
 

อาหารดังๆ ที่ขึ้นชื่อลือชาในเมืองไมอามี ชื่อว่า โจ สโตน แครป ร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี  1913  อยู่บนหาดไมอามี ตั้งแต่หาดนี้ยังเงียบเหงา ผู้คนแค่แวะผ่านนั่งพูดคุย จนถึงวันนั้น เป็นร้านโด่งดังที่มีเอกลักษณ์ประจำร้าน คือ ขาปู
 

พูดถึงขาปู ทางร้านจะไม่ฆ่าปู แต่จะหักขาปูและปล่อยปูลงทะเลไป และขาปูก็จะงอกออกมาใหม่ทุก 12-24 เดือน และเราก็มีสิทธิกินขาปูได้ 5-6 อัน ในช่วงวงจรชีวิตของปูตัวนั้นๆ ถือว่าเป็นการไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นการรับประทานอาหารที่ไม่ผิดศีล เพราะถ้าหากเราไม่กินขาปู ธรรมชาติของมันเองก็จะหลุดอยู่ตามชายทะเล ก็เป็นอาหารให้กับสัตว์อื่นที่อยู่ในท้องทะเล ร้านอาหารทั่วโลกน่าจะเอาเป็นแบบอย่าง
 

ส่วนอีกร้านหนึ่ง ชื่อร้าน De Rodriguez Cuba   http://www.drodriguezcuba.com/ เจ้าของชื่อดักลัส ร็อดริเก้ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของการจัดงานอาหารและไวน์ที่ไมอามี ดักลัสค่อนข้างมีอัธยาศัยดีและมีใจสปอร์ต ในช่วงมื้อเย็นที่ไปถึง ดักลัส ให้พ่อครัวปรุงอาหารมาให้ชิม เกือบ 30 รายการ และเป็นของหวานอีกประมาณ 10 รายการ
 

คุยกับเขาว่า การจัดงานครั้งนี้ ส่วนตัวเขาเองทำทุกอย่างเพื่อให้งานนี้เกิดขึ้นและเขาก็ยอมเสียสละค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นจำนวนเงินไม่น้อยกว่า 3-4 หมื่นดอลลาร์ การจัดงานใหญ่แบบอาหารและไวน์นี้ต้องใช้เงินในการจัดไม่ต่ำกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ทั้งองค์กรใหญ่และองค์กรเล็ก ต่างร่วมมือกัน เสียสละเงินทองถือเป็นเรื่องเล็ก แต่ภาพรวมของการจัดงาน อาหารและไวน์ที่ไมอามี เป็นภาพใหญ่ไปแล้ว และเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาไปทั่วอเมริกา นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องจองบัตรล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 4 -5 เดือน เพราะตั๋วขายหมด
 

ทุกเทศกาลของเขาทำงานใหญ่ แต่มีการวางแผนงานระดับบน 3-4 คน แล้วกระจายงานตามสาย  จัดเป็นแบบอย่างที่น่าสนใจ อาจจะดูแปลกกว่าการจัดงานแบบไทยๆ ที่เราไม่ค่อยชอบจัดงานร่วมกับชาติใดๆ หากมองในแง่ดี คือ อาการรักสันโดษ หากมองให้เห็นถึงการแก้ไข การรักสันโดษมากจนเกินไป บางครั้งมันสุดเหงา หรือเข้ากับคนอื่นเขาไม่ได้กันแน่
 

เอาเป็นว่า ถือเป็นตัวอย่างที่น่าชมเชยสำหรับงาน Best of the Best