วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พลาดแล้วลุกให้เร็ว

ความหวังและผิดหวังในยุค IT แม้จะเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน แต่ต้องไม่ผิดซ้ำ แก้ไขให้เร็ว และใช้ภาวะปัจจุบันของเทคโนโลยีเข้าช่วย

ความหวังและผิดหวังในยุค IT แม้จะเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน แต่ต้องไม่ผิดซ้ำ แก้ไขให้เร็ว และใช้ภาวะปัจจุบันของเทคโนโลยีเข้าช่วย เพราะบทเรียนต่างๆ รวมถึงตลาดวิชาการไม่ว่าจะสาขาใด ค้นหาได้ครอบคลุมรวดเร็วด้วยอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะประสบการณ์นับสิบหรือร้อยปี มีการถูกถ่ายทอดและนำเสนออย่างมากมาย เข้าถึงได้ง่ายให้ศึกษา
 

การจะสร้างนวัตกรรมในปัจจุบัน ต้องทุ่มเทแบบสุดๆ มากกว่าเดิมหลายเท่า เนื่องจากความเร็วในยุคนี้พูดกันเป็นวินาที ประวัติและเนื้อหาเชิงลึกในการสร้างงานนั้น จะต้องถูกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีข้อยกเว้น ชัดเจน สามารถแจ้งแหล่งตรวจสอบได้ การเจรจาความทางการค้าสามารถใช้โทรศัพท์แบบเห็นหน้าหรือวีดิโอจัดประชุมโดยไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องใช้เวลาตัดสินใจเป็นอาทิตย์หรือเดือน นั่นก็หมายความว่า ไม่สามารถประวิงดึงเวลาเพื่อเตรียมการแก้ไขหรือวางแผนแนวทางต่อสู้เช่นเดียวกันกับแต่กาลก่อน ความฉลาดรอบรู้และความพร้อมนั้นต้องอยู่กับตัวตลอดเวลาโดยใช้ IT เป็นผู้ช่วยให้เต็มประสิทธิภาพ
 

จากภาวะแข่งขันที่กล่าวถึง การนำเสนอแผนงาน ต้องได้อรรถรสทั้งภาพ เสียง แบบตัดต่อได้เองในทันทีที่ลูกค้ามีข้อเสนอแนะ ไม่ต้องรอช่างเทคนิคอีกต่อไป การเรียงภาพ เรื่อง เพื่อแสดงให้เห็นที่มาที่ไป ต้องสามารถถ่ายเพิ่มได้ด้วยโทรศัพท์มือถือส่ง mms หรือ e-mail แทรกต้นเรื่องได้เลยถ้าลูกค้าต้องการดูแก้ไขเพิ่มเติมในเวลานั้นทันทีเช่นกัน เกิดสมดุลใหม่ของความต้องการ เพื่อตอบสนองต่อข้อแก้ไข เป็นข้อจำกัดแบบใหม่แก่ทีมงานในทุกจุด เพราะการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการปรับตัวของภาวะเศรษฐกิจที่กระทบทั้งรายได้ รายจ่าย การจ้างงาน ครอบครัว ความเป็นอยู่และภาวะของสังคม สุดท้ายในทุกจุดของการคิดต้นทุน การเพิ่มยอดจำหน่าย ปฏิกิริยาที่เกิดต่อเครือข่าย ผลกระทบภายนอกสู่สิ่งแวดล้อมซึ่งเทคโนโลยีจะช่วยได้ทั้งการป้องกัน ปรับปรุง พร้อมงานคิดค้น ไม่เว้นแม้แต่วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องที่เป็นภาวะโดยรอบในการวิเคราะห์จะมีอิทธิพลในรูปแบบที่เปลี่ยนข้อจำกัดไปจากเดิมเนื่องจาก IT จึงเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า ยุคนี้ พลาดแล้วจึงต้องลุกให้เร็ว แล้วเราควรจะเดินชีวิตให้พลาดหรือ? เพราะเราอาจลุกขึ้นได้ไม่เร็วเพียงพอสำหรับยุคนี้ก็เป็นได้ แล้วจะทำอย่างไร?
 

เมื่อหันมามองในอีกมุมหนึ่งสำหรับเรื่องทั่วๆ ไปของชาวบ้าน เสียงคำอธิษฐาน ขอพรให้ชีวิตยืนยาว 100 ปี อยู่อย่างแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้ รวยๆ มีฐานะมั่นคง ค้าขายก็ขอให้ขายคล่อง สิ่งนี้น่าจะเป็นสิ่งที่บุคคลปกติธรรมดาคิดต้องการจะได้รับพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถ้าขอได้ และก็คงจะอธิษฐานใกล้เคียงกันในความคิดของประชากร 7,000 ล้านคนของโลกยุคปัจจุบันเช่นกันที่ไม่ใช่นัก IT
 

คำขอนี้ยังไม่เปลี่ยนแปลง แสดงว่ายังมีอีกส่วนหนึ่งในมนุษย์ทั่วไปที่อนาคตต้องใช้เวลาสร้างตลอดชีวิตที่มีอยู่ แต่มีอยู่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันท่ามกลางความแตกต่างอันมากมาย นั่นคือความพลาดแม้เพียงนิดเดียวของอดีต ก็สามารถทำให้ชีวิตหมดอนาคตได้ในช่วงเวลาเพียงพริบตาเช่นเดียวกันไม่ว่าจะเป็นยุคใดๆ ตัวอย่างเช่น การขับรถโดยประมาท หรือเมา จนเกิดอุบัติเหตุ จะชนเพียงตัวเองได้รับบาดเจ็บหรือหนักกว่านั้นคือทำให้ผู้อื่นได้รับทุกข์ร่วมจากการถูกชน
 

ผลที่ปรากฏ ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งจะดีกว่าผู้ถูกชนทุพพลภาพ หรือหนักสุดคือเสียทั้งทรัพย์สินและชีวิต หรือนักศึกษาจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ไม่อ่านหนังสือ สอบเข้าไม่ได้ ต้องรออีกหนึ่งปีจึงจะสามารถสอบใหม่ หรือเมื่อกระทำผิด สร้างความเสียใจกับใครไว้ สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงอยู่ ไม่สามารถลืมเลือนได้ด้วยกฎใดๆ ดังนั้น การคืนชีวิต คืนเวลา คืนอดีต สิ่งเหล่านี้ IT ย้อนกลับหรือคืนให้ไม่ได้ คนในยุคดิจิทัลจึงต้องเตือนตนเองไว้มากๆ ชีวิตไม่เหมือนในจอหรือในเกม
 

สุดท้ายคงจะหาวิธีการที่นำเข้ามาควบคุมความพลาดพลั้งของชีวิตยากแล้วละครับ ในช่วงเวลาขณะนี้ที่ให้อิสระท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงซึ่งเชิญชวนให้ขาดสติได้ง่าย คงต้องเป็นหน้าที่ของสามัญสำนึก ศีลธรรม จริยธรรม ยิ่งมีความรู้เป็นผู้ได้รับโอกาสจากสังคมยิ่งต้องละอาย ละวาง พร้อมช่วยเหลือสังคม เยาวชน และสำคัญที่สุดคือความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีในตัวเอง เป็นสิ่งที่นำมาตัดสินความเป็นไปของโลกยุคนี้ ต้องรักและรู้คุณค่าของคนอื่นๆ เข้าแถวเมื่อเกิดพิบัติภัยและต้องแบ่งปันเพื่อความอยู่รอด สละโอกาสเหมือนคนสูงอายุที่ญี่ปุ่นอาสาเข้าไปแก้ปัญหานิวเคลียร์ เพราะต้องการมอบโอกาสและชีวิตแก่เยาวชนในปัจจุบันที่เป็นกำลังสำคัญของชาติ เป็นคุณค่าที่เกิดขึ้นโดยตนเอง ไม่มีวันเสื่อมสลายและต้องคงอยู่ให้ได้ในโลกของเรา พยายามและเชื่อมั่นครับ