Fund Flow จากญี่ปุ่น

Fund Flow จากญี่ปุ่น

ผมได้มีโอกาสพาบริษัทจดทะเบียน 5 แห่งไปโรดโชว์ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

สวัสดีปีใหม่ไทยครับ ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านทุกท่านคงได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา ตัวผมเองได้มีโอกาสพาบริษัทจดทะเบียน 5 แห่งไปโรดโชว์ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 9-10 เมษายน ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 6 เดือนที่บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ได้จัดงาน Thailand Corporate Day ขึ้นที่โตเกียว ซึ่งต้องยอมรับว่าไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะการจัดงานลักษณะนี้ (จัดสถานที่ประชุมให้นักลงทุนท้องถิ่นได้เข้าพบกับบริษัทไทยแบบ one-on-one meetings) มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และ บล. ส่วนใหญ่จะไม่เลือกจัดในประเทศที่ไม่มี Exposure กับตลาดหุ้นไทยมากนัก ปกติ บล.ทิสโก้ จะจัดงานแบบนี้ในฮ่องกงและสิงคโปร์ปีละประมาณ 2 ครั้ง เพราะ 2 ประเทศนี้มีกองทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยจำนวนมาก ส่วนเมืองใหญ่อื่นๆ ที่มีค่าครองชีพสูงอย่างลอนดอน หรือ นิวยอร์ก เราจะจัดเพียงปีละครั้งด้วยเหตุผลเรื่องค่าใช้จ่ายและขนาดของตลาดหุ้นไทยที่ยังเล็กมาก เมื่อเทียบกับขนาดของกองทุนในเมืองเหล่านี้
 


แล้วทำไมผมถึงเลือกจัด Thailand Corporate Day ที่โตเกียวอีกทั้งๆ ที่เพิ่งจัดไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
 


ผมขอสรุปเหตุผลหลักดังนี้ครับ
 


ข้อที่หนึ่ง : ในระยะ 6 เดือนที่ผ่านมาผมสังเกตเห็น Fund Flow จากประเทศญี่ปุ่นไหลเข้าตลาดหุ้นไทยในปริมาณที่สูงขึ้นมาก จากการสอบถามไปยังบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็น Partner ของทิสโก้ในญี่ปุ่น ก็ได้รับคำตอบว่ามีการออกกองทุนใหม่ๆ ในญี่ปุ่นประเภท International Funds เป็นจำนวนมากในช่วง 6-12 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะกองทุนประเภท ASEAN Funds ก็เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้น จากการที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์มีผลตอบแทนที่โดดเด่นมากในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมไปถึงขนาดและสภาพคล่องของตลาดหุ้นส่วนใหญ่ใน ASEAN รวมถึงไทย ก็เริ่มอยู่ในเกณฑ์ที่กองทุนใหญ่ๆ ในญี่ปุ่นสามารถเข้าลงทุนได้
 


ข้อที่สอง : ผมเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินจากญี่ปุ่นไหลเข้าตลาดหุ้นไทยอีกเป็นจำนวนมาก กองทุนในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ยังอยู่ใน Stage ของการเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้นไทย Fund Managers ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับบริษัทไทยมากนัก ดังนั้น จึงยังไม่ค่อยกล้าเข้าลงทุนเต็มที่ ผมเชื่อว่าเมื่อไรที่เขามีความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดหุ้นไทยและมีความมั่นใจเรื่อง Corporate Governance ของบริษัทไทยสูงขึ้น ผมเชื่อว่าโตเกียวจะกลายเป็น Source ของ Fund Flows ที่สำคัญ สำหรับตลาดหุ้นไทยในอนาคต
 


ข้อที่สาม : ผมได้รับ Requests จากกองทุนในญี่ปุ่นที่เป็นลูกค้าของเราจำนวนมากให้ช่วยพาบริษัทจดทะเบียนไทยไปพบกับเขา เพราะกองทุนเหล่านี้ส่วนมากจะมีกฎเหล็กที่ห้ามไม่ให้ Fund Managers ลงทุนในบริษัทที่ตัวเองไม่เคยไป Company Visit และพบกับผู้บริหารระดับสูง การที่ผมจัดโรดโชว์ขึ้นก็จะสามารถช่วยทำให้เขามีตัวเลือกในการเข้าลงทุนในหุ้นไทยที่เพิ่มขึ้น       
 


ในด้านของผลตอบรับในรอบนี้ ก็ถือว่าดีเกินคาด Theme หลักของงานครั้งนี้ คือ Thailand’s Consumption and Investment Recovery ซึ่งเป็น Theme ที่กองทุนในญี่ปุ่นให้ความสนใจอย่างมาก ทุกบริษัทที่ผมพาไปไม่ว่าจะเป็น เจริญโภคภัณฑ์อาหาร เหมราชที่ดิน เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน และทิสโก้ไฟแนนเชี่ยลกรุ๊ป แทบจะไม่มีเวลาได้พักจากการประชุม เพราะมี Fund Managers ขอเข้าพบเต็มตลอดทั้ง 2 วัน ที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้น คือ Fund Managers ที่มาร่วมงานเกือบทั้งหมดจะเป็นระดับ Senior และทุกคนทำการบ้านกันมาอย่างดี ซึ่งแสดงว่าเขาสนใจที่จะเข้าลงทุนในตลาดหุ้นไทยจริง ไม่เช่นนั้น คงไม่มีการเตรียมตัวมาดีขนาดนี้
 


คำถามส่วนใหญ่ที่ Fund Managers เหล่านี้ให้ความสนใจจะเป็นประเภท Strategic Direction ของบริษัท วิสัยทัศน์ของผู้บริหาร รวมไปถึงแนวโน้มเศรษฐกิจระยะยาวของประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่จะเข้ามาลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นไทยมากกว่าที่จะเป็นการลงทุนระยะสั้นแบบการทำ Tactical Asset Allocation หรือลงทุนประเภท Trading ที่น่าสนใจ ก็คือ คำถามที่เกี่ยวกับการเมืองไทยจะมีค่อนข้างน้อยในรอบนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะภาพพจน์ของไทยเริ่มดูดีขึ้นในสายตาของคนญี่ปุ่น หรือไม่ก็นักลงทุนในญี่ปุ่นเริ่มชินกับสถานการณ์ทางการเมืองของบ้านเราและเริ่มเห็นว่าที่ผ่านมาการเมืองก็ไม่ได้ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาว
 


ผมเชื่อว่าในอนาคตการลงทุนในตลาดหุ้นไทยของกองทุนในญี่ปุ่นจะมีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ข้อดีก็คือเม็ดเงินจากญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นเงินกองทุนระยะยาว ซึ่งจะช่วยส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยมีความผันผวนที่น้อยลง ภาครัฐและผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทยรวมถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ควรต้องให้ความสำคัญกับกองทุนในญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่ตลาดทุนโลกเต็มไปด้วยกองทุนระยะสั้นๆ ประเภท Quantitative Funds หรือ High Frequency Trading การได้เม็ดเงินลงทุนระยะยาวที่เพิ่มขึ้นจะช่วยสร้างความสมดุล และเพิ่มเสถียรภาพให้กับตลาดทุนได้ดียิ่งขึ้น
 


ระหว่างที่ท่านอ่านบทความชิ้นนี้อยู่ ผมกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินภารกิจในฐานะประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทยในการร่วมคณะของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการเพื่อเปิดโอกาสทางธุรกิจ ผมจะใช้โอกาสนี้ชักชวนให้กองทุนจากจีนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยให้มากขึ้น แต่ต้องยอมรับว่ากองทุนในจีนยังมีข้อห้ามค่อนข้างมากในการเอาเงินไปลงทุนในต่างประเทศ คงต้องใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าที่จีนจะมีบทบาทที่สำคัญต่อตลาดหุ้นไทย ไว้ถ้ามีอะไรที่น่าสนใจจากการเดินทางครั้งนี้ ผมจะถือโอกาสมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังในคราวต่อไป
 


แล้วพบกันใหม่ครับ สวัสดี