วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โจทย์ใหม่ของ Property Management ในภาวะวิกฤติพลังงานโลก

โจทย์ใหม่ของ Property Management ในภาวะวิกฤติพลังงานโลก

ความผันผวนของพลังงานกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญมากขึ้น จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก และทำให้ราคาพลังงานมีความไม่แน่นอนมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

แม้ประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง แต่ผลกระทบทางอ้อมยังคงสะท้อนผ่านต้นทุนพลังงานที่เปลี่ยนแปลง และทำให้การวางแผนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพกลายเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องให้ความสำคัญ

ในบริบทนี้ การบริหารจัดการอาคารจึงมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ผู้ใช้พลังงาน” รายหนึ่งของเมือง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าอาคารในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน หรืออาคารเชิงพาณิชย์ ต่างมีการใช้พลังงานผ่านระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นระบบปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าส่วนกลาง ระบบลิฟต์ หรือระบบระบายอากาศ

การดูแลระบบเหล่านี้ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการบำรุงรักษา แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการใช้พลังงานในภาพรวมของอาคาร

ในทางปฏิบัติ แนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร อาจเริ่มต้นจากการจัดการในรายละเอียดที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เช่น การกำหนดช่วงเวลาเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าในพื้นที่ส่วนกลางให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง การปรับเพิ่มอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศขึ้น 1-2 องศา ในบางพื้นที่ทำให้ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศลง จะส่งผลต่อการลดการใช้พลังงานของอาคาร การดูแลอุปกรณ์ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ตลอดจนการปรับค่าการใช้งานของระบบต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยลดการใช้พลังงานโดยไม่กระทบต่อคุณภาพการใช้งาน

ขณะเดียวกัน "พฤติกรรมของผู้อยู่อาศัย" หรือ "ผู้ใช้อาคาร" ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่มีผลต่อการใช้พลังงานโดยรวม การสื่อสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม จึงเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการที่ช่วยให้การลดการใช้พลังงานเกิดขึ้นได้จริงในระยะยาว เช่น การแจ้งข้อมูล การให้ความรู้ การขอความร่วมมือ เป็นต้น

นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมผ่านแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ หรือ Business Continuity Plan (BCP) ถือเป็นอีกแนวทางสำคัญ โดยเฉพาะในกรณีที่อาจเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน แม้ในขณะนี้ประเมินว่าผลกระทบอาจเกิดขึ้นในระยะสั้น แต่อาคารควรเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ในหลายรูปแบบ พร้อมมีแผนรองรับเพื่อให้ระบบสำคัญสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

แผน BCP เพื่อรับมือกรณีการไฟฟ้าหยุดจ่ายไฟ ควรครอบคลุมตั้งแต่ก่อนไฟฟ้าดับ-ขณะไฟฟ้าดับ-และหลังจ่ายไฟตามปกติ อาทิ การจัดเตรียมน้ำมันสำรอง การควบคุมการใช้พลังงาน รวมถึงการฟื้นฟูและตรวจสอบความพร้อมระบบภายหลังเหตุการณ์ ที่สำคัญแผนต้องมีการซ้อมการใช้งาน และติดตามผล เพื่อให้สามารถจัดการได้ในสถานการณ์จริง

ในวันที่พลังงานมีความไม่แน่นอนมากขึ้น การบริหารจัดการอาคารจึงเป็นอีกหนึ่งกลไกที่ช่วยให้การใช้พลังงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านทั้งการดูแลระบบ การวางแผน และความร่วมมือของผู้ใช้งาน

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การใช้พลังงานอย่างเหมาะสม อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดการในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในทุกวัน และสามารถสะสมเป็นผลลัพธ์ที่มีนัยสำคัญในภาพรวมได้