“Revenue is vanity, profit is sanity, but cash is king.” รายได้คือความภูมิใจ กำไรเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่เงินสดคือทุกสิ่ง เป็นคำกล่าวของ Alan Miltz ผู้ก่อตั้ง Cash Flow Story บริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับซอฟต์แวร์และเครื่องมือวิเคราะห์ทางการเงิน (Financial Analysis Software) และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและกูรูธุรกิจชาวออสเตรเลียที่พูดถึงแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจเมื่อเผชิญกับภาวะวิกฤติ...
คำกล่าวนี้ยังคงทรงพลังอย่างยิ่งในห้วงเวลาปัจจุบัน เมื่อความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้ส่งแรงกระเพื่อมมาสู่ราคาพลังงานโลกกดดันต้นทุนของธุรกิจทุกภาคส่วน ในขณะที่สถานการณ์ยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนว่าจะสิ้นสุดลง
บริหารต้นทุน-รักษากระแสเงินสด-สร้างโอกาสทางธุรกิจ
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ธุรกิจที่มีความสามารถในการบริหารกระแสเงินสดเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน ขยายงาน และสร้างโอกาสในการขับเคลื่อนธุรกิจ จึงเป็นหัวใจสำคัญท่ามกลางวิกฤติ แนวทางการบริหารธุรกิจให้มี “กระแสเงินสด” ที่เพียงพอจึงต้องเปลี่ยนผ่านจากการวางกลยุทธ์ธุรกิจที่มุ่ง “เน้นการเติบโต” (Growth Strategy) มาสู่กลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับ “การบริหารจัดการต้นทุน - รักษากระแสเงินสด - สร้างโอกาสทางธุรกิจ” (Cost Optimization, Cash Flow Targets and Strategic Opportunities) เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวข้ามผ่านภาวะวิกฤติครั้งนี้ ซึ่งมีต้นตอมาจากต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้น (Cost Push) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับภาคการผลิต การบริหารจัดการโครงสร้างต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องบริหารจัดการวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง ให้เพียงพอต่อการผลิต โดยการสต็อกวัตถุดิบล่วงหน้าในราคาที่ควบคุมได้ เพื่อให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง
LPN : กลยุทธ์ต้นทุน AI และความยืดหยุ่นเชิงรับ-เชิงรุก
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่าง บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) การบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพคือการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และคู่ค้า โดยการสต็อกวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าในราคาที่ควบคุมได้ เพื่อให้เพียงพอกับการก่อสร้างโครงการจนสามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ตามสัญญา
นอกจากนี้ LPN ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการบริหารจัดการต้นทุน พัฒนาระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CEM) งานขาย และเครื่องมือสำหรับนักลงทุน ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถวิเคราะห์ข้อมูลตลาดแบบ Real-time ตัดสินใจได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้นในภาวะที่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุน การวางแผนธุรกิจอย่างมีความยืดหยุ่น (Resilience) ถือเป็นสิ่งจำเป็น
ในสถานการณ์ปกติ องค์กรวางแผนธุรกิจ 1-3 ปี แต่เมื่อเผชิญกับความเสี่ยงในปัจจุบัน ต้องมีการประเมินและปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์แบบเดือนต่อเดือน LPN จึงดำเนินทั้งแผนเชิงรับและเชิงรุกควบคู่กัน เพื่อรักษากระแสเงินสดและสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ไปพร้อมๆ กัน
“เราไม่สามารถทำแผนระยะยาวแล้วเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นที่เกิดขึ้นได้ ช่วงเวลานี้จึงต้องให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยใช้ข้อมูล (Big Data) ในการประเมิน และวางแผนธุรกิจในระยะสั้นเพื่อนำไปสู่เป้าหมายในระยะยาว”
การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการ “กระแสเงินสด” ขององค์กร เป้าหมายที่แท้จริงคือการมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับความเสี่ยงทางธุรกิจ และยังมีทรัพยากรเหลือเพียงพอสำหรับการสร้างโอกาสท่ามกลางวิกฤติ “ถึงแม้จะมีวิกฤติ แต่ท่ามกลางวิกฤติ เราสามารถแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้เสมอ”
โดยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่ชะลอตัว จากสถาบันการเงินที่เข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยจากภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง LPN จึงปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง (Recurring Income) ทั้งจากธุรกิจด้านบริการและการปล่อยเช่า เพื่อสร้างสมดุลระหว่างรายได้ประจำและรายได้จากการขาย ให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา กลยุทธ์นี้ไม่ใช่แค่การ “หนีการแข่งขัน” แต่คือการสร้างฐานรายได้ที่มีความแข็งแกร่งและคาดการณ์ได้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารกระแสเงินสดในระยะยาว
ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสะท้อนให้เห็นชัดเจน ปัจจุบัน LPN มีพอร์ตสำหรับปล่อยเช่ามากกว่า 2,000 ยูนิต โดยมีอัตราการเช่า (Occupancy Rate) สูงเกือบ 100% ประกอบด้วยผู้เช่าชาวไทยกว่า 75% และชาวต่างชาติ 25% ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการย้ายถิ่นฐานหรือลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์
นอกเหนือจากการขยายฐานผู้เช่าต่างชาติแล้ว LPN ยังขยายฐานลูกค้าจากกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย ไปสู่กลุ่มนักลงทุนที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อปล่อยเช่า โดยได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ย 6-8% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจากสถาบันการเงินอย่างมีนัยสำคัญ LPN ใช้แนวทาง “ขายพร้อมหาผู้เช่า” ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขาย เพิ่มกระแสเงินสด และยังเป็นการบริหารสินค้าคงเหลือ (Inventory) ให้มีประสิทธิภาพไปพร้อมกัน แนวทางดังกล่าวสามารถนำไปปรับใช้ได้ในธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องการสร้างสภาพคล่องทางการเงินในสภาวะที่ตลาดชะลอตัว
“ภายใต้สถานการณ์วิกฤติ ทุกองค์กรต้องปรับเปลี่ยนให้เร็วตามความผันผวนของเศรษฐกิจ (Economy of Speed) โดยหาบริบทที่เหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง สำคัญที่สุดคือ การบริหารกระแสเงินสดของธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ เพราะ Cash is King คือการมีเงินสดที่เพียงพอ และคือที่สุดของการบริหารองค์กรให้ก้าวข้ามวิกฤติ”


