วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน 2569

Login
Login

เป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย ‘ไม่ง่าย’

เป็นนายกรัฐมนตรี ของประเทศไทย ‘ไม่ง่าย’

นายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหารที่ถูกแย่งชิงทุกครั้งในการเลือกตั้ง โดยประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีมาแล้ว 32 คน มี อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนล่าสุด

ที่ได้ตำแหน่งจากการโหวตของสภาผู้แทนราษฎร 311 คะแนน ชนะ ชัยเกษม นิติสิริ ที่ได้ 144 คะแนน พร้อมประกาศเป็นรัฐบาลระยะสั้นที่พร้อมยุบสภาภายใน 4 เดือน เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งรอบใหม่ เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลได้ดำเนินงานเร่งด่วนหลายเรื่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนรวมถึงการแต่งตั้งโยกย้าย

รัฐบาลได้เผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่จากภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่น้ำท่วมรุนแรงมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งนักวิชาการประเมินเหตุการณ์น้ำท่วมจากหลายปัจจัยที่ทับซ้อนกัน ทั้งสภาพอากาศที่ทำให้มีปริมาณน้ำฝนสูงมาก ผสมโรงกับปรากฏการณ์ลานีญาที่เป็นสถานการณ์ปริมาณฝนมาก ผนวกกับระบบการบริหารจัดการน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐานที่มีไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนในภาวะสภาพอากาศแปรปรวน

ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมที่รุนแรงขึ้น ซึ่งไม่เฉพาะหาดใหญ่ที่โครงสร้างพื้นฐานและระบบรองรับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้แล้ว แต่เหตุการณ์ซ้ำร้ายของประเทศไทยถูกซ้ำเติมจากการใช้งบบริหารจัดการน้ำที่ด้อยประสิทธิภาพลง เมื่อถูกบรรดานักการเมืองซอยโครงการเล็กลงส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ถูกเลื่อนออกไป และความสามารถในการรับภัยพิบัติลดลงจึงเป็นปัญหาที่ฐานราก
    
ไม่เฉพาะประเด็นน้ำที่ปัญหาฝังลึกคนจนยากจะแก้ไข แต่รวมถึงปัญหาอื่นของประเทศที่จำเป็นต้องแก้ไขในเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ภาคการผลิตยังพึ่งพารูปแบบเดิม รวมถึงปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงเป็นตัวบั่นทอนการจับจ่ายใช้สอยของครัวเรือน ในขณะที่ประเทศไทยเผชิญสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุ แต่ยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปสู่ประเทศรายได้สูงได้จึงเห็นได้ว่าประเทศไทยมีกับดักเต็มไปหมด
    
การเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในสถานการณ์ปัจจุบันคงไม่สามารถทำงานหวังผลเฉพาะหน้าได้อีกแล้ว ไม่อย่างนั้นประเทศจะอยู่ในภาวะถดถอย รวมถึงเศรษฐกิจที่ขยายตัวในอัตราต่ำ 1-2% ดังนั้นการเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย มีความจำเป็นที่สังคมต้องกดดันให้นักการเมืองวางเป้าหมายประเทศระยะยาวเพื่อให้หลุดจากกับดักต่างๆ ผู้ที่เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีจะหาเสียงด้วยแผนบริหารประเทศแบบเดิมไม่เพียงพอแล้ว และไม่ใช่ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้อีกต่อไป