วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

ดัชนี RSI เดือน ก.พ.2569 เพิ่ม 9.7 จุด จากแรงหนุนหลักจากอีเวนต์และส่งเสริมการขายในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล

ดัชนี RSI เดือน ก.พ.2569 เพิ่ม 9.7 จุด จากแรงหนุนหลักจากอีเวนต์และส่งเสริมการขายในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล

ผลสำรวจความเชื่อมั่น (Retail Sentiment Index) ของผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่ง (ความร่วมมือระหว่าง สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย) ในภาพรวมพบว่า ดัชนี RSI เดือน ก.พ.2569 เพิ่มขึ้น 9.7 จุด เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2569 

โดยปรับเพิ่มขึ้นในทุกองค์ประกอบของดัชนีในมิติต่างๆ SSSG (MoM) Spending Per Bill และ Frequency of Shopping ดัชนีความเชื่อมั่นกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ในเดือน ก.พ.2569 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2569 

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด จะพบว่า โดยทั่วไปยอดขายเพิ่มขึ้นมากในทุกประเภทร้านค้าปลีก และที่เด่นชัดก็คือ ห้างสรรพสินค้า ร้านแฟชั่นไลฟ์สไตล์ สำหรับ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ยอดขายทรงตัวในร้านค้าปลีกประเภทห้างสรรพสินค้า และ ภัตตาคารร้านอาหารเชนใหญ่  ขณะเดียวกัน ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์ต และวัสดุก่อสร้าง ยอดขายลดลงเล็กน้อย “ภาคใต้” เป็นภูมิภาคที่ดัชนีความเชื่อมั่นลดลงค่อนข้างมาก เป็นการลดลงจากทุกประเภทร้านค้า ยกเว้นร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ซึ่งยังคงมีการใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมหลังน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้

ปัจจัยหลักในการปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนี RSI เดือน ก.พ.

ในภาพรวมพบว่า ดัชนี RSI เดือน ก.พ.2569 เพิ่มขึ้น 9.7 จุด เมื่อเทียบเดือน ม.ค.2569 โดยปรับเพิ่มขึ้นทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่ SSSG (MoM) ยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จ (Shopping Per Basket) และความถี่ในการใช้บริการ (Frequency of Shopping)

แต่การฟื้นตัวเป็นไปในลักษณะ K Shape กรุงเทพฯ และปริมณฑล แสดงชัดเจนเป็น K ขาขึ้น...แต่ภูมิภาคอื่นๆ ยังคง K ขาลง

หลังการเลือกตั้ง 2569 ภาพรวมการเมืองไทยอยู่ในสภาวะ “รอความชัดเจน” ของการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ผู้ประกอบการกังวลว่าหากการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าไปเกิน เดือน เม.ย.2569 จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ความไม่แน่นอนทางการเมืองอาจทำให้การลงทุนภาครัฐลดลงเหลือเพียง 1.7% จาก 2.4% จากปีที่ผ่านมา รวมถึงความกังวลต่อการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ซึ่งจะมีผลเดือน ต.ค.2569 หากล่าช้าจะทำให้เม็ดเงินภาครัฐที่จะลงสู่ระบบเศรษฐกิจหยุดชะงักยาว

ผู้ประกอบการยังมองอีกว่า เศรษฐกิจปี 2569 เป็นปีแห่งการ “ประคองตัว” (Slowdown) มากกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตัวเลข GDP สภาพัฒน์และสถาบันการเงินส่วนใหญ่ (เช่น SCB EIC, วิจัยกรุงศรี) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 น่าจะเติบโตเพียง 1.5- 2% ซึ่งชะลอตัวลงจากปี 2568 ที่โตประมาณ 2.4% 

เครื่องยนต์หลักที่ยังทำงานก็มีเพียง “การท่องเที่ยว” ที่ยังคงเป็นพระเอก โดยตั้งเป้านักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 35-36 ล้านคน แต่ก็มีความท้าทายจากกำลังซื้อที่ลดลงของนักท่องเที่ยวจีน หนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง กดดันการบริโภคภายในประเทศโดยเฉพาะภูมิภาคนอกเหนือจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล 

ความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้น 7.8 จุด ยืนเหนือระดับ 50 จุด ผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นต่อผลการเลือกตั้งและมีความหวังต่อเสถียรภาพรัฐบาล

ภาพรวมเดือน ก.พ.2569 เป็นอย่างไร

เมื่อเปรียบเทียบในรายละเอียดเดือน ก.พ.2569 กับเดือน ม.ค.2569 เราจะพบว่า ดัชนีเดือน ก.พ. ปรับเพิ่มขึ้นทุกองค์ประกอบดัชนีในมิติต่างๆ ทั้ง SSSG (MoM) Spending Per Bill และ Frequency of Shopping

SSSG (MoM) ปรับจาก 23.8 จุด ไปที่ 31.1จุด เพิ่มขึ้น 7.3 จุด

Spending Per Bill ปรับจาก 26.3 จุด ไปที่ 36.1จุด เพิ่มขึ้น 9.8 จุด

Frequency of Shopping ปรับจาก 31.9 จุด ไปที่ 43.9 จุด เพิ่มขึ้น 12.0 จุด

ผลจาก SSSG (MoM) ปรับเพิ่มขึ้น 7.3 จุดสะท้อนให้เห็นว่า โดยภาพรวมยอดขายเดือน ก.พ.2569 เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2569 ดีขึ้นเล็กน้อย สะท้อนให้เห็นว่ากำลังซื้อโดยรวมเริ่มฟื้นตัว ในขณะที่ Spending Per Bill เพิ่มขึ้น 9.8 จุด สะท้อนถึงกำลังซื้อยังอ่อนแอ ผู้บริโภคระมัดระวังในการจับจ่าย ส่วน Frequency of Shopping เพิ่มขึ้น 12.0 จุด สะท้อนถึงผู้บริโภคเริ่มออกมาทำกิจกรรมนอกสถานที่ โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันตรุษจีนและวันวาเลนไทน์

กล่าวโดยสรุป

สรุปสั้นๆ หลังเลือกตั้ง 2569 ผู้ประกอบการมีความกังวลอย่างสูงในภาวะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “สุญญากาศทางการเมืองระยะสั้น” ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว ทุกสายตาจึงจับจ้องไปที่ความเร็วในการตั้งรัฐบาล เพราะยิ่งช้า เศรษฐกิจยิ่งเสี่ยงจะโตต่ำกว่า 1.5%