ในยุคปัจจุบันที่ข่าวสารสามารถเข้าถึงได้ง่ายผ่านจอมือถือของแต่ละคน “เจ้าของ” หรือ “ผู้บริหารธุรกิจ” คงได้รับข่าวสารการเคลื่อนไหวทางธุรกิจและเศรษฐกิจแทบจะเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว
ข่าวสารธุรกิจเหล่านี้ จะมีส่วนเข้ามาในการตัดสินใจทางธุรกิจเอสเอ็มอีของท่านได้มากน้อยแค่ไหน ก็จะขึ้นอยู่กับเจ้าของหรือผู้บริหารเอสเอ็มอีแต่ละท่านจะสามารถมองเห็นได้ว่าความเคลื่อนไหวของข้อมูลเศรษฐกิจจะมีส่วนมาสร้างผลกระทบให้ธุรกิจของท่านอย่างไร โดยเฉพาะในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
การจะนำข้อมูลเศรษฐกิจมาใช้ในการปรับทิศทางอนาคตของธุรกิจ ย่อมจะขึ้นอยู่กับการทำความเข้าใจเบื้องหลังว่าข้อมูลแต่ละประเด็นหมายถึงอะไร และจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของแต่ละท่านอย่างไร
ส่วนใหญ่ข้อมูลเศรษฐกิจที่ปรากฏทั่วไป มักจะเป็นข้อมูลในระดับกว้าง เช่น เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจระดับกลุ่มประเทศ หรือระดับประเทศ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจในระดับย่อยลงมา มักเป็นในรูปของความเคลื่อนไหวในระดับอุตสาหกรรม หรือในระดับกลุ่มธุรกิจ
ความน่าสนใจก็คือ เราจะนำข้อมูลการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจในเชิงกว้างมาเกี่ยวข้องหรืออธิบายการเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมหรือกลุ่มธุรกิจในวงแคบ ในระดับประเทศ หรือในระดับประเภทธุรกิจที่แตกต่างกันได้หรือไม่
เช่น คิดว่าการเติบโตของจีดีพีโลก จีดีพีกลุ่มประเทศ หรือจีดีพีประเทศ จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจประเภทไหน อย่างไร หรือจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจเอสเอ็มอีของเราหรือไม่ ก็ย่อมเป็นหน้าที่โดยตรงของเจ้าของหรือผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีที่จะต้องเป็นผู้ประเมินและตัดสินใจอนาคตให้กับธุรกิจของตน
พฤติกรรมของธุรกิจและตลาดที่พอจะทราบและเข้าใจกันโดยทั่วไป เช่น เรื่องของความต้องการของตลาด กับปริมาณการผลิตหรือการจัดหาสินค้าที่จะมาป้อนตลาด หากตลาดมีความต้องการมาก แต่ปริมาณสินค้ามีจำนวนน้อยกว่าความต้องการ ราคาขายก็จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ถือได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ปกติส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกลไกด้านเศรษฐศาสตร์
ในระดับที่ลึกลงไป เอสเอ็มอี อาจคิดต่อไปว่า ความต้องการของตลาดมากน้อยแค่ไหน จึงจะทำให้ต้องเพิ่มราคาขายเท่าไร ทั้งนี้เพราะธรรมชาติเช่นกันบอกว่า ถ้าราคาสูงเกินไป ความต้องการซื้อก็จะลดลง
จุดที่เหมาะสมจะทำให้ตั้งราคาได้สูงสุด เพื่อให้ได้กำไรสูงสุดจากพฤติกรรมทางเศรษฐศาสตร์ในลักษณะนี้ จะแฝงอยู่ในข้อมูลหรือสถิติที่เรียกว่า “ความยืดหยุ่นของราคา” ซึ่งหากเอสเอ็มอีได้ข้อมูลนี้มาสำหรับธุรกิจของตนเอง ก็ย่อมจะได้เปรียบคู่แข่งหรือในตลาดที่ยังไม่รู้ว่าจะตั้งราคาสูงจนขายไม่ออก หรือไม่เพิ่มราคาจนเสียโอกาสในการทำกำไร โดยไม่จำเป็น
เป็นโอกาสที่เจ้าของหรือผู้บริหารที่เห็นข้อมูลเศรษฐกิจผ่านตาทุกวัน แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการนำข้อมูลเหล่านั้นมาสร้างความเข้มแข็งหรือสร้างกำไรให้ธุรกิจของตนเองได้อย่างไร จะต้องหันมาพิจารณาว่า
ควรจะ “อัปสกิล” หรือเพิ่มพูนความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ให้กับตัวเองได้อย่างไร ในขณะที่เชื่อว่า “ความเป็นเซียน” เชิงการเป็นพ่อค้าของตนเอง มีเหนือ “คู่แข่ง” อย่างแน่นอน!!??!!





