วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม 2569

Login
Login

เมื่อโลกของผู้บริโภคเปลี่ยน ความไวของแบรนด์คือ ‘เงื่อนไขการอยู่รอด’

เมื่อโลกของผู้บริโภคเปลี่ยน ความไวของแบรนด์คือ ‘เงื่อนไขการอยู่รอด’

ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมของผู้บริโภคไทยเปลี่ยนเร็วที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เศรษฐกิจสมัยใหม่ ไม่ว่าจะการฟื้นตัวจากโรคระบาด วิกฤติค่าครองชีพ ภาระหนี้ครัวเรือน การแข่งขันบนโลกออนไลน์ หรือการเข้ามาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เร่งให้การตัดสินใจซื้อเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีตัวแปรใหม่เข้ามากำกับ “การมองเห็น” และ “การถูกเลือก” ของแบรนด์มากกว่าที่เคย

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ “เทรนด์ตลาด” แต่คือ บรรทัดฐานใหม่ที่กำลังทำให้ทั้งตลาดและกลยุทธ์ธุรกิจต้องเร่งปรับตัว หากแบรนด์ไม่ขยับเร็วพอ ความได้เปรียบเชิงการแข่งขันอาจกลายเป็นภาระที่ค่อยๆ ลดทอนพลังตลาดของตัวเองลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บทความนี้สรุปชุดข้อมูลและอินไซต์ล่าสุดจาก Kantar Thailand และ Kantar Global Marketing Trends เพื่ออธิบายว่า ปี 2026 จะเป็นปีที่ทุกแบรนด์ต้องเข้าใจผู้บริโภคแบบ “เจาะลึกกว่าเดิม” และต้องสร้างกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ทั้งมนุษย์และอัลกอริทึมไปพร้อมกัน

ชีวิตที่กดดันขึ้น และความต้องการเล็กๆ ที่สำคัญกว่าเดิม เมื่อมองลึกเข้าไปในชุดข้อมูลเชิงสังคมและเศรษฐกิจ จะพบภาพเดียวกันทั่วประเทศ ผู้บริโภคไทยกำลังรับมือกับแรงกดดันหลายด้านพร้อมกัน - หนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น ค่าใช้จ่ายดำรงชีวิตเพิ่มขึ้น บทบาทในครอบครัวที่หลากหลายขึ้น และความไม่แน่นอนในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นงาน รายได้ หรือสุขภาพ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขากลับมองหาวิธีเติม “ความสุขเล็ก ๆ” ให้กับตัวเองมากขึ้น นี่คือจุดกำเนิดของ Treatonomy - การใช้จ่ายกับสิ่งที่ทำให้วันธรรมดามีความหมายหรือวันที่แย่ให้รู้สึกดีขึ้น เช่น กาแฟแบบพรีเมี่ยม สกินแคร์ที่ใช้แล้วรู้สึกดี ขนมที่กินแล้วสบายใจ หรือการช้อปออนไลน์ที่ “ให้รางวัลตัวเอง” หรือการฉลองให้กับสิ่งที่ไม่คาดคิดหรือความผิดหวัง ผู้บริโภคไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือย แต่กำลังใช้เงินกับสิ่งที่สร้าง Emotional Value “ของชิ้นเล็ก แต่ทำให้ใจใหญ่ขึ้นได้” นี่คือมนุษย์ในปี 2026 และคือโอกาสสำหรับทุกแบรนด์ที่มองเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านความหมายของการใช้จ่าย

ประชากรต่างช่วงอายุ แต่วิธีตัดสินใจคล้ายกันมากขึ้น โครงสร้างประชากรของไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ - ครอบครัวมีขนาดเล็กลง การแต่งงานลดลง คนมีลูกน้อยลง คนโสดมากขึ้น และผู้สูงอายุเติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อพฤติกรรมชีวิตเปลี่ยน รูปแบบการใช้เงินก็เปลี่ยนตาม เช่น

• กลุ่มทำงานช่วงอายุ 30-45 ปี ต้องการความมั่นคงและความสะดวก

• คนรุ่นใหม่ 18-25 ปี ขับเคลื่อนด้วยความต้องการลองสิ่งใหม่

• ผู้สูงอายุเริ่มเปิดรับสินค้าที่ทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นและปลอดภัยขึ้น

แม้แต่ละกลุ่มมีแรงขับเคลื่อนต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ “ความต้องการการสื่อสารที่เข้าใจเขาจริงๆ” แบรนด์ไม่สามารถใช้ข้อความกว้าง ๆ หรือสื่อแบบ mass เหมือนเดิมได้อีกต่อไป

ปี 2026 คือปีที่ “การเจาะกลุ่มย่อย” และความเข้าใจเชิงลึกแบบบริบท (contextual insights) กลายเป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์อย่างชัดเจน

ผู้บริโภคไทยเป็นนักทดลอง : ใครขยับเร็วกว่า คนนั้นได้ใจตลาด หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของตลาดไทยคือความเร็วในการทดลองสิ่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะสินค้า Beauty, Food, Lifestyle, Entertainment และบริการ Subscription ต่าง ๆ Kantar พบว่าตลาดที่มี “Experimentation Culture” หรือวัฒนธรรมการทดลองแนวคิดใหม่อย่างต่อเนื่อง จะมีอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดที่รอความชัดเจนก่อนลงมือทำ แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในปีหลัง ๆ เช่น ในสินค้า FMCG และ E-commerce ไม่ใช่แบรนด์ที่มีงบมากที่สุด แต่เป็นแบรนด์ที่ เปิดทดลองสินค้าเร็ว ทดลองรูปแบบคอนเทนต์หลายแบบ ยอมลองไอเดียใหม่แม้ยังไม่สมบูรณ์ ปรับแคมเปญแบบเรียลไทม์ตามข้อมูลตลาด

“ถ้าไม่ทดลอง ก็ไม่โต” คำนี้สะท้อนภาพตลาดไทยได้อย่างดีในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

AI : ผู้เล่นใหม่ที่ไม่ได้แค่ช่วย แต่ “กำกับ” วิธีผู้บริโภคเลือกแบรนด์ หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดคือบทบาทของ AI ในการช่วยคนตัดสินใจ วันนี้ AI เป็นทั้ง “ผู้ช่วยส่วนตัว” ของผู้บริโภค และ “ผู้คัดกรอง” สำหรับแบรนด์โดยไม่รู้ตัว ข้อมูลจาก Kantar พบว่า

• 1 ใน 4 ผู้บริโภคทั่วโลกใช้ AI ช่วยซื้อของ

• 75% ใช้ระบบ recommendation ทุกวัน

• แบรนด์ที่ถูก AI แนะนำบ่อย มีอัตราการเติบโตสูงกว่าแบรนด์ที่พึ่งพาเพียงโฆษณาดั้งเดิม

นั่นหมายความว่า เส้นทางการสื่อสารแบบเดิมไม่เพียงพออีกต่อไป ทุกแบรนด์ต้องสร้าง “AI ready content” เนื้อหาที่ เข้าใจง่าย ตรงประเด็น มีโครงสร้างข้อมูลชัดเจน ตอบคำถามที่ AI นำไปใช้ประกอบการเลือก เพราะวันนี้ Customer Journey ไม่ได้เริ่มที่ “เห็นโฆษณา” แต่เริ่มที่ “ระบบแนะนำอะไรให้เขา”

ปี 2026 : ปีที่แบรนด์ต้องเข้าใจผู้บริโภคแบบสองโลก “โลกของมนุษย์” และ “โลกของอัลกอริทึม” 3 ประเด็นที่ทุกองค์กรควรให้ความสำคัญ

1. ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ต้องเข้าใจเขาให้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งความกดดัน ความต้องการเล็กๆ และความหมายใหม่ของคำว่า “คุ้มค่า”

2. AI กำหนดการมองเห็นของแบรนด์ แบรนด์ที่ถูกแนะนำ คือแบรนด์ที่ถูกเลือก

3. Narrative คือพลังใหม่ของการแข่งขันในโลกที่ข่าวสารสั้นลง เร็วขึ้น และมีหลายเวอร์ชัน แบรนด์ที่บริหารสตอรี่ได้ดีที่สุด คือแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคได้นานที่สุด

บรรทัดฐานใหม่ ไม่ใช่ความท้าทาย แต่เป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ที่พร้อมสร้างความหมายใหม่ให้กับผู้บริโภค และพร้อมยืนอยู่ในโลกที่มนุษย์และ AI ทำงานร่วมกัน แบรนด์ที่เข้าใจความรู้สึกของคน และปรับตัวทันเทคโนโลยี จะเป็นแบรนด์ที่ถูกเลือกในปี 2026 และต่อๆ ไป