คอลัมน์นี้เคยนำเสนอเรื่องของปรากฏการณ์ที่มักจะเกิดซ้ำรอยเดิม หรือเกิดเป็นวัฏจักรหรือวงจรที่มักเกิดขึ้นในการบริหารจัดการธุรกิจในมุมมองของธุรกิจขนาดเอสเอ็มอี
ไม่ว่าจะเป็นวงจรสร้างคุณค่า วงจรที่พึงประสงค์ หรือแม้กระทั่ง วงจรอุบาทว์ ที่จะสร้างผลกระทบต่อตัวธุรกิจหากเจ้าของหรือผู้บริหารเผลอหรือไม่ทันระวังเหตุการณ์ประจำวันที่เกิดขึ้นจนเป็นปกติวิสัยในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นในระดับผู้บริหารระดับกลาง หัวหน้างาน และพนักงาน ของตนเอง
ในสัปดาห์นี้ ขอนำเสนอเรื่องของวัฏจักรที่อยู่ในวงกว้างมากยิ่งกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นภายในตัวธุรกิจ หรือผู้เกี่ยวข้องและมีส่วนได้เสียโดยตรงที่อยู่รอบตัวของธุรกิจเอสเอ็มอีเอง
วัฏจักรที่มักเกิดในวงกว้างหรือมีขอบเขตที่กว้างขวางมากขึ้นนี้ ได้แก่ วัฏจักรเศรษฐกิจ ที่มักจะเกิดขึ้นในระดับโลกหรือระดับประเทศ ที่มักจะเกิดซ้ำเป็นวงจรเดิมๆ เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวัฏจักรในแง่ของการพัฒนาเจริญเติบโตขึ้น หรือวัฏจักรในแง่ที่ตกต่ำลง
ที่มักได้ยินกันว่า เศรษฐกิจขาขึ้น หรือ เศรษฐกิจขาลง
ว่ากันว่า ความผันผวนหรือการขึ้นลงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ มักจะเกิดขึ้นเป็นวงจรที่มีลักษณะซ้ำๆ กัน และเกิดเป็นช่วงๆ ตามลำดับที่ไม่เปลี่ยนแปลง ได้แก่ 1.ช่วงการขยายตัว 2.ช่วงที่เป็นจุดสูงสุด 3.ช่วงการถดถอย และ 4.ช่วงที่เป็นจุดต่ำสุด และจะวนมาซ้ำช่วงการขยายตัวใหม่ ทุกครั้งเสมอ
พูดง่ายๆ ภาษาชาวบ้านก็คือ ถ้าเศรษฐกิจเป็นขาขึ้น เดี๋ยวมันก็จะต้องลง หรือ ถ้าเศรษฐกิจเป็นขาลง เดี๋ยวมักก็จะต้องขึ้น และมันจะต้องเป็นเช่นนี้เสมอ!!!
แต่สำหรับเจ้าของหรือผู้บริหารเอสเอ็มอีจะใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินว่า ตอนนี้เศรษฐกิจจะอยู่ในวงจรขาขึ้นหรือขาลงด้วยตัวเองไม่ได้
จุดที่จะช่วยตัดสินใจว่า วงจรเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง จะต้องดูจากตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจ หรือที่มักเรียกกันว่า “ดัชนี” ต่างๆ เช่น ดัชนีอัตราการขยายตัวของ ผลิตภัณฑ์รวมในประเทศ หรือ GDP ที่ใช้วัดรายได้ของประเทศต่าง ๆ แต่ละประเทศ
ตัวเลข GDP ที่ว่านี้ วัดได้กิจกรรมหลักทางเศรษฐกิจที่จะทำให้เกิดรายได้เกิดขึ้นในประเทศ 5 หมวด ได้แก่ 1.รายได้จากการบริโภคสินค้าและบริการของประชาชน 2.รายได้ที่เกิดขึ้นจากนักลงทุนนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศ 3.รายได้ที่เกิดจากการใช้งบประมาณประจำปีของรัฐบาล 4.รายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ และ 5.ต้องหักด้วยค่าใช้จ่ายในการนำเข้าสินค้าและบริการจากต่างประเทศ
ข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับ GDP นี้จะหาได้โดยง่ายและภาครัฐจะประกาศให้ทราบอย่างเปิดเผยทุกปี รวมถึงคาดการแนวโน้มให้อนาคตให้ด้วย
ในช่วงที่เศรษฐกิจขยายตัวเข้าใกล้จุดสูงสุด อัตราการเพิ่มขึ้นของ GDP จะมีค่าเป็นบวก การผลิตและการลงทุนขยายตัว อัตรากำไรของธุรกิจสูงขึ้น ความต้องการแรงงานและอัตราการจ้างงานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเศรษฐกิจเริ่มเข้าสู่วงจรถดถอย อัตราการเพิ่มขึ้นของ GDP จะลดลงอย่างต่อเนื่อง การลงทุนหดตัว บางธุรกิจเริ่มขาดทุน อัตราดอกเบี้ยและการขอสินเชื่อลด จนถึงจุดต่ำสุดเมื่อเศรษฐกิจซบเซา ความเชื่อมั่นของทั้งภาคธุรกิจและการบริโภคตกต่ำสุด
วงจรการฟื้นตัว จะเริ่มจากการเห็นภาคธุรกิจเริ่มการผลิต การจ้างงานเพิ่ม การตลาดเริ่มคึกคัก การจับจ่ายใช้สอยเริ่มเพิ่มขึ้น
หากเจ้าของหรือผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีจับประเด็นหรือมองเห็นว่าวัฏจักรเศรษฐกิจของประเทศและของโลกกำลังหมุนไปอย่างไร ก็จะสามารถนำมาเตรียมตัวปรับธุรกิจให้รับมือได้อย่างมั่นใจ และมีความพร้อมเสมอในการรับมือกับสถานการณ์ภายนอกที่อยู่นอกเหนือจากการควบคุมได้
“เถ้าแก่เอสเอ็มอี” ก็จะกลายเป็น “โหรเศรษฐกิจ” ได้โดยไม่ยาก!!??!!





