‘งานแพลตฟอร์ม’ เสริมความมั่นคงทางการเงิน พัฒนาทักษะ ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ขับขี่ชาวไทย

ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่เผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งภาวะชะลอตัวจากปัจจัยโลก ภัยพิบัติน้ำท่วมที่สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐาน ความตึงเครียดบริเวณชายแดนกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ภาคการท่องเที่ยวเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจไทยก็ซบเซา นักท่องเที่ยวต่างชาติลังเลที่จะเดินทางเข้ามา ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวหดตัวอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ มีปัจจัยหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางการเงินของคนไทย นั่นคือ “งานแพลตฟอร์ม” ซึ่งกำลังกลายเป็นทางเลือกสำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล จากผลสำรวจล่าสุดโดย Kantar Insight Thailand ร่วมกับ Bolt Thailand พบว่า 93% ของผู้ขับขี่ระบุว่างานแพลตฟอร์มช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว และเกือบหนึ่งในสามมีรายได้สูงสุดถึง 40,000 บาทต่อเดือน สูงกว่าค่าแรงเฉลี่ยของประเทศกว่า 150%
คนไทยยุคใหม่ : รายได้หลายทางเพื่อความมั่นคงและความสุขในวันนี้
ในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน หนี้ครัวเรือนของไทยพุ่งสูงขึ้น ความกังวลต่ออนาคตทำให้คนไทยต้องคิดใหม่เรื่องการหารายได้ จากเดิมพึ่งพางานประจำเพียงอย่างเดียว วันนี้คนจำนวนมากหันมาสร้าง “รายได้หลายทาง” เพื่อประคองชีวิตและรักษาความฝันในการใช้จ่ายเพื่อความสุข แม้เงินในกระเป๋าจะจำกัดก็ตาม
พฤติกรรมนี้สะท้อนความจริงที่ว่า คนไทยยังต้องการใช้จ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตและความสุขในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเล็ก ๆ การซื้อของที่ชอบ หรือการดูแลครอบครัว แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากหนี้สินและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ใช่เพียงความฟุ่มเฟือย แต่เป็นการเติมเต็มความสุขและลดความเครียดในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ คนไทยจึงแสวงหา ทางเลือกใหม่ในการหารายได้ โดยเฉพาะงานที่ให้ความยืดหยุ่นและอิสระในการบริหารเวลา เช่น งานแพลตฟอร์ม งานฟรีแลนซ์ หรือธุรกิจออนไลน์ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มรายได้ แต่ยังมอบโอกาสในการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและงาน
รายงานของ Kantar Insight Thailand และ Bolt Thailand ชี้ว่า งานแพลตฟอร์มกำลังเป็น “Safety Net” สำคัญในยุคเศรษฐกิจผันผวน โดยกว่า 90% ของผู้ทำงานแพลตฟอร์มระบุว่าช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงิน และหลายคนสร้างรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มนี้สะท้อนว่าคนไทยพร้อมเปิดรับอาชีพทางเลือกที่ให้อิสระและตอบโจทย์ความต้องการในชีวิตจริง “งานแพลตฟอร์ม” ไม่เพียงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่ยังเป็นแหล่งรายได้สำคัญช่วยเสริมความมั่นคงทางการเงิน พัฒนาทักษะ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้ขับขี่ชาวไทยจำนวนมากทั่วประเทศ
จากข้อมูล พบว่า 93% ของผู้ขับขี่ระบุว่างานแพลตฟอร์มช่วยเพิ่มความมั่นคงทางการเงินให้ครอบครัว และเปิดโอกาสให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายในชีวิตอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ
44% ซื้อรถจักรยานยนต์ 43% ซื้อรถยนต์ 30% ใช้จ่ายเพื่อการศึกษาของตนเองหรือสมาชิกในครอบครัว
ผู้ขับขี่ส่วนใหญ่ทำงานเฉลี่ย 21-30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ โดย 29% มีรายได้ 20,001-40,000 บาทต่อเดือน สูงกว่าค่าแรงเฉลี่ยของประเทศไทยในไตรมาส 4 ปี 2567 (15,738 บาท) ถึง 154% ตัวเลขนี้สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และความยืดหยุ่นที่ “งานแพลตฟอร์ม” มอบให้
ผู้ขับขี่ให้เหตุผลตรงกันว่าสิ่งที่ทำให้พวกเขาเลือกทำงานบนแพลตฟอร์ม คือ “ความยืดหยุ่นในการใช้ชีวิต”
99% ระบุว่างานแพลตฟอร์มช่วยให้จัดการชีวิตส่วนตัวและครอบครัวได้ดีขึ้น 88% บอกว่ามีอิสระเต็มที่ในการกำหนดตารางเวลาทำงานของตนเองความสามารถในการ “เป็นเจ้านายของตัวเอง” และสร้างรายได้ตามเงื่อนไขของตัวเอง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้คนเลือกทำงานรูปแบบนี้
ความสามารถในการ “เป็นเจ้านายของตัวเอง” และสร้างรายได้ตามเงื่อนไขของตัวเอง ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ผู้คนเลือกทำงานรูปแบบนี้
จากงานชั่วคราวสู่เส้นทางอาชีพ : การยอมรับงานแพลตฟอร์มในสังคมไทย
ครั้งหนึ่ง งานแพลตฟอร์มเคยถูกมองว่าเป็นเพียง “งานเสริม” หรือ “ทางออกชั่วคราว” แต่หลังวิกฤติโควิด-19 ทัศนคตินี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อแพลตฟอร์มต่างๆ เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน ตั้งแต่การเดินทาง การสั่งอาหาร ไปจนถึงการส่งสินค้า ทำให้ไม่เพียงผู้บริโภคเท่านั้นที่ยอมรับ แต่คนทำงานเองก็เริ่มมองอาชีพนี้ด้วยความภาคภูมิใจ
งานแพลตฟอร์มในวันนี้ไม่ใช่แค่ “งานชั่วคราว” แต่กลายเป็น เส้นทางอาชีพที่มีโอกาสเติบโต พร้อมความยืดหยุ่นและอิสระในการจัดการเวลา ตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคใหม่ที่ต้องการสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงการปรับตัวของสังคมไทยต่อเศรษฐกิจดิจิทัล และการยอมรับรูปแบบการทำงานที่หลากหลายมากขึ้น
จากผลสำรวจพบว่า 97% ของผู้ขับขี่รู้สึกว่าได้รับการยอมรับจากสังคม เป็นการท้าทายภาพจำเดิมๆ ว่า “งานแพลตฟอร์มเป็นงานสำหรับคนรุ่นใหม่หรือคนที่ไม่มีทักษะ” ผลสำรวจล่าสุดยังตอกย้ำการเปลี่ยนแปลงนี้ โดยแสดงให้เห็นว่าผู้ขับขี่ไม่เพียงเห็นคุณค่าของความยืดหยุ่น แต่ยังได้รับพลังทั้งในเชิงอาชีพและการเงินด้วย
นอกจากรายได้แล้ว ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า “งานแพลตฟอร์ม” เป็นแหล่งพัฒนาทักษะอาชีพที่สำคัญ
63% ของผู้ขับขี่ระบุว่ามีทักษะด้านการบริหารเวลาและการบริการลูกค้าที่ดีขึ้น 53% ได้รับทักษะใหม่ๆ ด้านดิจิทัลและการสื่อสาร เกือบครึ่งรายงานว่าทักษะการนำทาง การจัดการโลจิสติกส์ และความรู้ทางการเงินของตนพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
แพลตฟอร์มแรงหนุนยุทธศาสตร์ดิจิทัล
ประเทศไทยกำลังก้าวหน้าภายใต้นโยบาย เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล (Digital Platform Economy) นำโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ทั้งสองหน่วยงานมีบทบาทสำคัญในการผลักดันระบบนิเวศดิจิทัลที่เปิดกว้าง ส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการแข่งขันอย่างเป็นธรรมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัลไทย
ในบริบทนี้ ผลสำรวจของ Kantar ถือเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยสนับสนุน การกำหนดนโยบายโดยอ้างอิงข้อมูลจริง (Evidence-Based Policymaking) เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐเข้าใจถึงบทบาทของ “งานแพลตฟอร์ม” ต่อการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ การพัฒนาทักษะ และความมั่นคงของครัวเรือนไทยทั่วประเทศ
งานแพลตฟอร์มไม่เพียงสอดคล้องกับแผนของกระทรวงดิจิทัล แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรลุเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติด้านเศรษฐกิจดิจิทัล โดยส่งเสริมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน กฎหมาย และนวัตกรรม







