ในขณะที่กระแสการสนับสนุนให้เจ้าของหรือผู้บริหารเอสเอ็มอีหันมาให้ความสนใจกับการอัปสกิลเพื่อพัฒนาตนเองและนำพาธุรกิจของตนเองให้ก้าวต่อไปสู่การเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนเริ่มที่จะลดน้อยถอยลงไป
แต่ความสำคัญของการอัปสกิลในธุรกิจเอสเอ็มอี ยังคงถือได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่งในการเพิ่มขีดความสามารถของเอสเอ็มอีได้เป็นอย่างดี
และเมื่อเปรียบเทียบเอสเอ็มอีที่อยู่ในธุรกิจในภาคการผลิตกับธุรกิจในภาคการบริการ จะเห็นได้ว่าความเป็นระบบระเบียบในการบริหารจัดการธุรกิจภาคบริการ จะมีลักษณะที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ง่ายกว่าธุรกิจในภาคการผลิต
จนอาจทำให้เจ้าของหรือผู้บริหารที่มีหน้าที่กำหนดทิศทางธุรกิจของตนเองเกิดความลังเลไม่แน่ใจในกระแสและทิศทางของธุรกิจว่าจะยังเดินอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่
ในปัจจุบัน ธุรกิจบริการ นอกจากประเด็นที่ยังคงมีความสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสร้างความแตกต่าง การสร้างประสบการณ์ลูกค้า ที่จะนำไปสู่ความพึงพอใจและความผูกพันกับตัวธุรกิจแล้ว เรื่องของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาทักษะใหม่ ตลอดจนการสร้างเครือข่ายธุรกิจไปยังกลุ่มธุรกิจอื่นที่เดิมไม่เคยให้ความสนใจมาก่อน
ดังนั้น ผู้บริหารธุรกิจบริการ ที่ต้องการสร้างความเข้มแข็งและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันได้ในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งในประเทศและระดับสากล จำเป็นที่จะต้องอัปสกิลตัวเอง ให้คุ้นเคยกับทักษะใหม่ๆ เหล่านี้ จนถึงระดับนำมาใช้จริงได้กับธุรกิจของตนเอง
ในเรื่องของการปรับตัวให้เร็วเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง จะต้องติดตามแนวโน้มและเทรนด์ของเทคโนโลยีที่มีต่อพฤติกรรมของลูกค้าเดิมและผู้บริโภคทั่วไปอย่างใกล้ชิดและสม่ำเสมอ เพื่อนำมาสร้างความแตกต่างให้สอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการ โดยเฉพาะในเรื่องของจุดเด่นในการให้บริการ
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วในการให้บริการ การแสดงความสนิทสนมเป็นกันเองกับลูกค้า การแสดงความเชี่ยวชาญเฉพาะทางที่แตกต่าง
ซึ่งการนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาใช้ประกอบในธุรกิจจะช่วยให้การปรับตัวเหล่านี้เป็นได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลที่มีรายละเอียดมากยิ่งขึ้น การขยายตัวสู่ตลาดออนไลน์ ระบบบัญชีการเงินออนไลน์ การตลาดผ่านโซเชียลมีเดีย และระบบบริหารงานภายในธุรกิจ ฯลฯ เป็นต้น
นอกจากนี้ เจ้าของหรือผู้บริหารธุรกิจเอสเอ็มอีภาคบริการ ยังควรติดตามให้ความสนใจกับทิศทางและกลยุทธ์ในระดับประเทศ เช่น การเข้าร่วมกิจกรรมที่ภาครัฐสนับสนุน การแสวงหาลู่ทางการเข้าร่วมกิจกรรมของภาครัฐในต่างประเทศ และการติดตามช่องทางของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการเข้าร่วมประกวดรางวัลต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและในระดับโลก
การเข้าร่วมกิจกรรมภายนอกเหล่านี้ ยังจะเป็นโอกาสที่ทำให้ผู้บริหารสามารถนำธุรกิจเข้าร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรใหม่ๆ เช่น ภาคชุมชน หรือ ภาคธุรกิจการผลิต การจัดจำหน่าย เพื่อเชื่อมโยงโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจของตนเองได้ง่ายขึ้น
จะเห็นได้ว่า การพัฒนาทักษะใหม่ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ได้จำกัดอยู่กับเอสเอ็มอีภาคการผลิตเท่านั้น เอสเอ็มอีภาคบริการก็สามารถและนำเทคโนโลยีและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงระดับโลก มาสร้างความพร้อมและความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจได้เช่นกัน!!??!!

