วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน 2569

Login
Login

เอสเอ็มอีกับการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะภายนอก

เอสเอ็มอีกับการปรับตัวให้เข้ากับสภาวะภายนอก

แม้ว่าการแลกเปลี่ยนซื้อขายของมนุษย์จะดำเนินมานานคู่กับวิวัฒนาการของมนุษย์จนกลายเป็นสภาวะของการทำธุรกิจที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาในยุคสมัยปัจจุบันไปแล้วก็ตาม แต่การศึกษาพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตไปได้ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นทุกวันก็ยังทำให้โลกของธุรกิจเกิดองค์ความรู้และทฤษฎีขึ้นมากมาย

ทฤษฎีทางธุรกิจ มักจะขึ้นอยู่กับการสังเกตรวบรวมพฤติกรรมและข้อมูลต่างๆ จนเชื่อมั่นว่าจะสามารถใช้ทำนายอนาคตของธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ทฤษฎีที่พบว่ายังไม่แม่นยำพอ ก็จะถูกลบล้างไป และเกิดทฤษฎีใหม่ขึ้นมาทดแทน

เช่น ทฤษฎีเกี่ยวกับความต้องการซื้อสินค้าและบริการ ที่พบว่า ความต้องการซื้อสินค้าหรือบริการจะสูงขึ้นเสมอเมื่อราคาของสินค้านั้นลดลง ก็ยังคงเชื่อถือใช้กันมาเสมอ โดยมีผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมภายนอกต่างๆ เช่น พฤติกรรมของผู้บริโภค จะพบว่าเมื่อผู้บริโภคมีความต้องการจะได้สินค้าชนิดใดชนิดหนึ่งมากขึ้น ผู้บริโภคก็จะยอมซื้อแม้ราคาของสินค้านั้นๆ จะเพิ่มขึ้น หรือเมื่อผู้บริโภคมีรายได้สูงมากขึ้น ก็จะสามารถซื้อสินค้าชนิดเดียวกันที่มีราคาสูงขึ้นได้

หรือหากสินค้าของคู่แข่งในตลาดสูงขึ้น เราก็จะสามารถปรับราคาสินค้าของเราเพิ่มตามได้เช่นกัน ในขณะที่ราคาในตลาดลดลง เราก็อาจต้องลดราคาสินค้าของเราเช่นกัน เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดได้

ราคาสินค้าจะเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน หากผู้บริโภคเกิดความคาดการณ์ว่า สินค้าในตลาดอาจจะหาซื้อได้ยากขึ้นจากเหตุการณ์ภายนอก เช่น ดินฟ้าอากาศแปรปรวน อุบัติภัย ภัยธรรมชาติ หรือเกิดสงครามความไม่สงบขึ้น

หรือทฤษฎีเกี่ยวกับการผลิตหรือการจัดหาสินค้ามาขาย เมื่อความต้องการซื้อมากขึ้น การผลิตหรือการจัดหาสินค้ามาจะเพิ่มมากขึ้นตามเสมอ โดยปัจจัยที่จะทำให้ผู้ผลิตหรือผู้จัดหาสินค้ามาขายจะสามารถทำกำไรได้มากขึ้น เช่น บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบให้ต่ำที่สุด การใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพ หรือแม้กระทั่งได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐ

กฎของความต้องการ จะบอกว่า เมื่อความต้องการสูงขึ้น ราคาจะเพิ่มขึ้น ส่วนกฎของการผลิตจะบอกในทางตรงกันข้าม หากผลผลิตเพิ่มขึ้น ราคาจะลดลง

อย่างไรก็ตาม ตลาดจะเข้าสู่สมดุลของราคาที่จะไม่แกว่งขึ้นหรือลงอย่างผิดปกติ เมื่อความต้องการซื้อกับปริมาณการผลิตมีปริมาณเท่าๆ กัน ทำให้ราคาในตลาดไม่ผันผวนไปมาก โดยราคาจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาวะสมดุลเสมอ

การติดตามหรือคาดการณ์ราคาสินค้าของตนเองในตลาด โดยดูจากทั้งด้านความต้องการของตลาดและผลผลิตที่ออกสู่ตลาด จะทำให้เอสเอ็มอีสามารถกำหนดกลยุทธ์การกำหนดราคา การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด การกำหนดแผนการผลิตและจัดหาวัตถุดิบ ฯลฯ

เพื่อสร้างกำไรที่แข็งแกร่งให้กับธุรกิจได้อย่างมั่นคงเสมอ ไม่ว่าสภาวการณ์ภายนอกจะเป็นไปอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นทั้งในทางดีหรือทางร้าย!!??!!