วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุยน้ำมาแล้ว ต้องทำอย่างไร?

เดือน ก.ย. ที่หลายคนบนโลกใบนี้ พร้อมใจกันเรียกว่ากันยามหาโหด เพราะมีเรื่องราวร้าย ๆ เกิดขึ้นมากมาย

KEY POINTS

  • ตรวจสอบภายในรถโดยรื้อพรมปูพื้นออกมาดูความชื้น ทำความสะอาดและเป่าให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันสนิมที่อาจเกิดขึ้นกับพื้นรถ
  • สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่จอดแช่น้ำนาน ควรเรียกรถยกไปที่ศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าโดยตรง
  • ก่อนสตาร์ทรถยนต์น้ำมันหรือไฮบริด ให้บิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง ON เพื่อเช็กไฟเตือนบนหน้าปัด หากมีความผิดปกติให้รีบดับเครื่องและเรียกรถยกทันที
  • กรณีรถเสียหายหนักจนบริษัทประกันตีราคา “คืนทุน” ควรพิจารณาและเจรจาเงื่อนไขกับบริษัทประกันและสถาบันการเงินเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

เดือน ก.ย. ที่หลายคนบนโลกใบนี้ พร้อมใจกันเรียกว่ากันยามหาโหด เพราะมีเรื่องราวร้าย ๆ เกิดขึ้นมากมายเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่สุดก็คือ เครื่องบินพุ่งเข้าชนตึกเวิลด์เทรดในสหรัฐ มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายมากมาย แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเป็นสิบปีแล้วก็ตาม แต่ก็ยังฝังอยู่ในใจของคนอเมริกันและชาวโลกทั่วไป

ในทางการเมืองที่มีความเห็นต่างกันและฝังใจชาวโลกนั้น ยังมีขบวนการทางการเมืองที่ตั้งชื่อกลุ่มว่า กันยายนทมิฬ หรือ Black Septemberทำการก่อการประทุษร้ายผู้ที่เห็นต่าง หรือเรียกร้องในสิ่งที่ตนเองต้องการบ่อยครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ในการแข่งขันกีฬาระดับโลกอย่างโอลิมปิก ที่ขบวนการดังกล่าวบุกเข้าไปในค่ายพักนักกีฬา แล้วก็มีผู้บาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น

ในประเทศไทยของเราเองก็มีเรื่องร้าย ๆ หลายครั้ง โดยเฉพาะการพยายามเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ซึ่งเหตุผลที่เกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย.  เป็นเพราะว่าพอสิ้นสุดเดือน จะมีการโยกย้ายข้าราชการทุกหมู่เหล่าเกิดขึ้น

ข่าวคราวเรื่องใครจะโดนย้ายไปตำแหน่งใด จะถูกลดชั้นหรือเลื่อนชั้นอย่างไร มักจะถูกสื่อมวลชนนำไปคาดเดา และขยายความกันตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย. ทำให้คนที่อยู่ในข่ายผิดหวังเกิดความโกรธแค้น จึงมีคลื่นใต้น้ำเกิดขึ้นในหน่วยงานราชการนั้น ๆ

ซึ่งหากเป็นหน่วยงานราชการที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธยุทโธปกรณ์ ก็ยังไม่ค่อยน่าเป็นห่วงในเรื่องของความพยายามล้มล้างรัฐบาล แต่หากเป็นหน่วยงานทหารหรือตำรวจ โดยเฉพาะหน่วยที่มีกำลังอาวุธพร้อมพรั่ง และหากมีหน่วยราชการพลเรือนระดับสูงเข้าร่วมด้วย โอกาสที่จะเกิดการก่อการเพื่อเปลี่ยนรัฐบาลก็เกิดขึ้นได้เสมอ

ปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราก็ตกอยู่ในภาวะที่ค่อนข้างวิกฤต ที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ นั่นคือมีฝนตกหนัก ทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตเมืองหลวงคือกรุงเทพฯ  และปริมณฑล ถึงขั้นที่รัฐบาลต้องประกาศให้วันทำงานปรกติ เปลี่ยนเป็นวันหยุดราชการพิเศษขึ้นมา

ในช่วงดังกล่าวถนนหลายสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลถูกน้ำท่วม จนไม่สามารถเดินทางโดยรถยนต์ทั่วไปได้ รถยนต์จมน้ำนับพันคัน มีความเสียหายเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์น้ำมันที่เรียกกันว่าเครื่องสันดาปภายในก็ตาม

หลังจากนี้ก็คือการบูรณะซ่อมแซมบ้านเรือนและเครื่องใช้ไม้สอย รวมไปถึงรถยนต์ โดยที่รถยนต์จำนวนนับพันคันที่เอาประกันไว้ บริษัทประกันภัยตีราคาชดใช้ในระดับ “คืนทุน” จำนวนไม่น้อย

ซึ่งผมเคยแนะนำไปเมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมที่หาดใหญ่ในปีที่แล้วเอาไว้ว่า หากจำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยคืนทุนมานั้น ครอบคลุมเงินที่ยังต้องผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน ก็ตัดสินใจได้ไม่ยากที่จะยอมรับเงื่อนไขการคืนทุนดังกล่าว

แต่หากจำนวนเงินที่บริษัทประกันภัยคืนทุนมา ยังไม่เพียงพอต่อยอดการชำระเงินรายเดือนให้บริษัทการเงิน ก็ต้องตัดสินใจเลือกทางที่ดีต่อตัวเราเอง เช่น เจรจากับบริษัทการเงินว่า ขอให้รับยอดเงินที่บริษัทประกันภัยคืนทุนมาให้ แล้วปิดยอดค้างชำระให้จบกันไป

หรือหากบริษัทการเงินไม่ยอมรับข้อเสนอ ก็ต้องเจรจากับบริษัทประกันภัย ขอรับเป็นเงินสดเพื่อซ่อมรถยนต์ โดยใช้วิธีการซ่อมเพียงแค่ให้ใช้งานได้ และซ่อมโดยอู่ที่ไม่ใช่ศูนย์บริการของผู้จำหน่าย โดยยอมรับเงื่อนไขการรับประกันสินค้าที่อาจจะหมดไป แต่อย่างน้อยก็ยังมีรถยนต์ใช้งานเพื่อหารายได้มาผ่อนชำระต่อไป

ส่วนรถยนต์อื่นที่ผ่านการใช้งานลุยน้ำท่วมมา หรือต้องจอดรถอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีน้ำขังเป็นเวลานานนั้น สิ่งที่ควรทำหลังจากน้ำลด ก็คือ ตรวจสอบความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น และทำการซ่อมบำรุงให้รถกลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามปรกติ

ประการแรกคือต้องเปิดหรือรื้อพรมปูพื้นรถออกมา เพื่อตรวจสอบดูว่ามีน้ำรั่วซึมหรือเปียกชื้นไปที่พื้นรถหรือไม่ เพราะหากมีน้ำรั่วซึมหรือเกิดความเปียกชื้น ก็จะทำให้พื้นรถเกิดสนิมขึ้นมาได้ การตรวจสอบก็ทำได้ง่ายคือ โดยตรวจที่ยางปูพื้นรถและพรมว่ามีความชื้นติดอยู่หรือไม่ และเมื่อรื้อแล้ว ก็ดูว่าที่พื้นรถเปียกหรือชื้นหรือไม่ และหากมีเศษดินทรายเล็ก ๆ ติดตามซอกตะเข็บรอยเชื่อม ก็ให้แซะออกไปให้หมด

จากนั้นใช้ไดร์เป่าผมเปิดความร้อนเบาถึงปานกลาง เป่าไปตามพื้นรถจนมั่นใจว่าแห้งสนิท ส่วนยางปูพื้นและพรมก็เอาออกมาทำความสะอาด ผึ่งให้แห้งสนิทก่อนปูกลับไปเหมือนเดิม พื้นห้องเก็บของที่ฝากระโปรงหลังก็ต้องทำในแบบเดียวกัน เช่นเดียวกันกับเบาะนั่งทุกตำแหน่ง ทั้งบนตัวเบาะและตามซอกหลืบของเบาะทุกซอกทุกมุม

ในกรณีที่เป็นรถซึ่งต้องจอดบนพื้นซึ่งมีน้ำขังอยู่ ไม่ว่าจะเป็นน้ำลึกในระดับใดก็ตาม หากเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น้ำท่วมถึงพื้นรถและจอดแช่นานเกินสองสามวัน ให้เรียกรถยกมาทำการนำไปส่งให้ศูนย์บริการตรวจสอบจะปลอดภัยกว่า

แต่กรณีที่เป็นรถยนต์น้ำมันหรือรถยนต์ไฮบริด ให้เปิดสวิตช์ขึ้นมาในตำแหน่ง ON แล้วดูไฟเตือนต่าง ๆ ที่หน้าปัดรถ ถ้าไฟขึ้นตามปรกติเหมือนทุกครั้ง จึงค่อยสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นมา ซึ่งหากเป็นรถยนต์ที่สามารถปรับเลือกได้ ให้ใช้ระบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน อย่าเพิ่งไปใช้ระบบไฟฟ้า และให้อุ่นเครื่องหรือขับด้วยระบบเครื่องยนต์ไปสักพักหนึ่ง จึงค่อยปรับมาที่ระบบไฟฟ้าตามต้องการ

แต่หากพบว่ามีไฟเตือนที่หน้าปัดผิดปรกติ ก็ให้รีบดับสวิตช์ลงไปอย่างรวดเร็ว แล้วเรียกรถยกมาทำการยกรถไปให้ช่าง หรือศูนย์บริการทำการตรวจสอบและแก้ไข

รถยนต์ปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถยนต์สันดาป ล้วนแต่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยมากมาย ซึ่งหากมีระบบใดระบบหนึ่ง หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าในตัวรถ รับความชื้นเข้าไปในวงจรของอุปกรณ์นั้นๆ ก็จะทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟชอร์ตเกิดขึ้นได้ 

จึงต้องตรวจสอบทุกอย่างด้วยความรอบคอบ และห้ามใจร้อนเป็นอันขาดครับ