วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน 2569

Login
Login

ไฟไหม้รถ

ไฟไหม้รถ

เดือน พ.ค. ผ่านพ้นไป ในความรู้สึกของคนที่อยู่ในวัยชราอย่างผม รู้สึกว่าวันเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เพียงแค่แป๊บเดียวที่กลิ่นอายปีใหม่ยังไม่จาง เวลาก็เคลื่อนผ่านมาถึงเกือบครึ่งปีเข้าไปแล้ว

ในขณะที่คนหนุ่มคนสาวและเด็กในวัยเรียน กลับรู้สึกว่าวันเวลาผ่านไปช้ามากเป็นอย่างยิ่ง คนโบราณเคยกล่าวเอาไว้ว่า คนที่มีความสุขจะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว ในขณะที่คนที่มีความทุกข์จะรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า

เดือน พ.ค. ที่ผ่านมา มีข่าวคราวเกี่ยวกับรถยนต์เกิดขึ้นมากมาย ที่เป็นข่าวร้ายสุด ๆ ก็เห็นจะเป็นข่าวอุบัติเหตุ ที่มีรถไฟแล่นชนกับรถโดยสารของ ขสมก. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้เกิดข้อถกเถียงกันขึ้นในสังคม นอกจากจะเถียงกันว่าใครผิดใครถูกแล้ว ยังเถียงกันบานปลายไปถึงเรื่องที่ว่า ควรห้ามรถไฟแล่นผ่าเข้ามาในเมือง ที่มีการจราจรติดขัดหรือไม่ ซึ่งประเด็นหลังนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระมาก

ข่าวร้ายเกี่ยวกับรถยนต์ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน พ.ค. ก็คือ เกิดไฟลุกไหม้รถยนต์ไฟฟ้าที่จอดอยู่เฉย ๆ และที่จอดชาร์จไฟอยู่กับที่ ทำให้เกิดเสียงแห่งความตื่นกลัวเกิดขึ้น กลายเป็นประเด็นโต้เถียงกันแบบสนั่นเมืองขึ้นมาทันที

ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรก เกิดเหตุรถยนต์ยี่ห้อเดียวกันแต่คนละรุ่น คนขับแจ้งว่าขับไปบนทางด่วนสายกาญจนบุรีอยู่ดี ๆ เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นมาทั้งคัน แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บมาก คันหลังนี้ข่าวว่าเป็นรถยนต์เครื่องสันดาป หรือเป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันทั่วไป

ผมคงไม่ย้อนกลับไปพูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้ง ๒ กรณี แต่ถือโอกาสจะยกเอาความคิดเห็นของผม ที่เคยแสดงไว้ในคอลัมน์ออโต้คลินิกแห่งนี้เมื่อราว ๒๐ ปีที่แล้ว เกี่ยวกับการป้องกันเหตุลุกลามเมื่อมีไฟไหม้รถ เพราะในครั้งนั้นมีไฟไหม้รถยนต์เกิดขึ้นถี่มาก จนมีคำล้อเลียนเชิงเสียดสีประชดประชันว่า “เป็นเพราะใช้แก๊สโซฮอล์” หรือ “เป็นเพราะติดแก๊ส แอลพีจี”

ครั้งนั้นผมได้เสนอแนะไปว่า รถยนต์ทุกคันควรที่จะติดตั้งเครื่องดับเพลิงประจำรถ ซึ่งจะช่วยเหลือการลุกลามของเพลิงไหม้ได้เป็นอย่างดี เพราะนอกเหนือไปจากจะมีไว้ป้องกันรถของตนเองแล้ว ในเวลาวิกฤตยังช่วยเหลือรถคันอื่น ๆ ได้ด้วย

เมื่อครั้งที่ผมเขียนเรื่องนี้ออกไปนั้น ผมได้ระบุเอาไว้ด้วยว่าการดับไฟที่มีเชื้อเพลิงต่างกันนั้น ต้องการเครื่องมือดับเพลิงที่แตกต่างกันด้วยเช่นกัน เพราะหากใช้เครื่องมือหรือวิธีการที่ไม่ถูกต้อง นอกจากจะไม่สามารถดับไฟที่ลุกไหม้ได้แล้ว ยังอาจจะทำให้ไฟไหม้ลามขยายวงกินพื้นที่กว้างออกไปอีกด้วย

ตัวอย่างเช่น ไฟไหม้รถยนต์ที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงไหลปะปนออกมา หากใช้น้ำเข้าไปสาดหรือใช้สายยางฉีดน้ำเข้าไป เพื่อหวังที่จะดับไฟที่ลุกไหม้ด้วยน้ำ แต่หารู้ไม่ว่าอาจจะทำให้ไฟลามกินพื้นที่ออกมาได้ เพราะเมื่อมีน้ำฉีดเข้าไปที่ไฟซึ่งมีน้ำมันเชื้อเพลิงปะปนอยู่ น้ำจะพัดให้น้ำมันเชื้อเพลิงไหลออกมาจากจุดต้นเพลิง ด้วยว่าธรรมชาติของน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด จะเบากว่าน้ำทำให้ลอยฉาบอยู่กับผิวน้ำ เมื่อน้ำที่มีน้ำมันฉาบอยู่ไหลไปถึงไหน จึงเท่ากับพาไฟที่ติดลุกอยู่กับน้ำมันไหลกินพื้นที่ขยายไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้นหากพบเหตุไฟไหม้โดยมีน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ด้วย อุปกรณ์ดับเพลิงที่ควรใช้จึงต้องเป็นอุปกรณ์ที่ไม่เป็นตัวนำให้น้ำมันเชื้อเพลิงไหลออกมา เช่น ควรใช้ทรายสาดเข้าไปดับไฟที่ลุกไหม้ หรือใช้เครื่องมือดับเพลิงชนิดอื่น เช่น ประเภทใช้ก๊าซ ซีโอ ทู หรือใช้เครื่องดับเพลิงแบบโฟม หรือใช้ผ้าคลุมสำหรับดับเพลิง ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันอากาศไม่ให้เข้าไปทำให้เกิดการลุกไหม้เพิ่ม เป็นต้น

ปัจจุบันนี้มีรถยนต์หลากหลายประเภท โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ เช่น ไฮบริด หรือรถยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่นั้นก็ใช้วัตถุดิบต้นทางต่างกัน บางยี่ห้อก็ใช้แบบ นิเกิล เมทัล ไฮดรายด์ บางยี่ห้อก็ใช้แบบลิเธียม ไอออน ซึ่งลักษณะการลุกไหม้ก็แตกต่างกัน วิธีการดับไฟและสารเคมีที่ใช้ในการดับไฟก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย

วิธีการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นคือ หน่วยงานราชการต้องบังคับผู้ผลิตรถยนต์แต่ละชนิด ให้ติดสติกเกอร์แจ้งเตือนไว้ในที่เปิดเผยว่า ควรใช้เครื่องดับเพลิงชนิดใดเมื่อเกิดไฟไหม้ และจุดต้นพลิงที่สำคัญอยู่ตรงไหน วิธีการดับไฟเบื้องต้นต้องทำอย่างไร

ประการถัดมาก็คือภาครัฐต้องยกเว้นภาษีสำหรับเครื่องดับเพลิงทุกประเภท รวมไปถึงเครื่องดับเพลิงประจำบ้านด้วย เพราะจะเป็นทางหนึ่งที่ช่วยไม่ให้เกิดไฟไหม้ลุกลามใหญ่โตได้ ทุกวันนี้เครื่องดับเพลิงแต่ละชนิดมีราคาค่อนข้างแพง และที่สำคัญคือทุกชนิดมีวันหมดอายุ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพในการดับเพลิง

ผู้ผลิตรถยนต์ต้องกำหนดจุดสำหรับติดตั้งเครื่องดับเพลิงเอาไว้ ในจุดที่เหมาะสมสามารถนำมาใช้งานได้สะดวก เพราะบางชนิด ไม่สามารถรับแรงกระเทือนได้ ด้วยว่าอาจะทำให้สารเคมีถูกเขย่าจนผสมกันและทำปฏิกิริยาขึ้นมา

รถยนต์ทุกชนิดล้วนแล้วแต่เป็นเครื่องจักรที่สามารถเกิดไฟลุกไหม้ได้ตลอดเวลา คนที่ควบคุมเครื่องจักร หรือคนที่ขับรถจึงต้องเรียนรู้วิธีการป้องกัน วิธีการรับมือเมื่อมีเหตุเกิดขึ้น และต้องมีอุปกรณ์สำหรับควบคุมเหตุที่เกิดไม่ให้บานปลาย

ผมว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนควรจะตระหนักให้มาก ถึงความปลอดภัยจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถ ทั้งภาครัฐและผู้ผลิตต้องออกมาให้ความรู้กับคนใช้รถทั่วไป ว่าวิธีการป้องกันที่ถูกต้องควรต้องทำอย่างไร ต้องเตรียมอุปกรณ์อะไรบ้าง

สิ่งสำคัญคือการตรวจตราอุปกรณ์ประจำรถอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าที่อาจจะเกิดการลัดวงจรได้ และระบบเชื้อเพลิงที่เป็นสารไวไฟประจำรถ รวมถึงสารหล่อลื่นประเภทจาระบีและน้ำมันเครื่อง เพราะน้อยคนที่จะรู้ว่าทั้ง ๒ ประเภทนั้นก็เป็นสารไวไฟเช่นกัน 

ดังนั้นจงอย่าปล่อยให้เหตุการณ์นี้ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเฉย ๆ ควรต้องนำมาเป็นกรณีศึกษาอย่างจริงจังครับ