วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เตรียมรถรับฝน

เตรียมรถรับฝน

แม้จะยังไม่มีประกาศจากฝ่ายอุตุนิยมว่าเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการเมื่อใด แต่หลังจากผ่านสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. ฝนก็เริ่มตกลงมาเกือบทั่วประเทศ หนักบ้างเบาบ้างว่ากันไปตามธรรมชาติ

นอกจากฝนแล้วก็เป็นเรื่องของลม ที่พัดมารุนแรงจนทำให้บ้านเรือนในบางจังหวัดเสียหาย บางข่าวแจ้งว่าถึงขั้นมีคนเสียชีวิต จากการโดนต้นไม้หักโค่นลงมาทับอีกด้วย

ฝนต้นฤดูอย่างนี้จึงเป็นฝนที่อันตรายอยู่เสมอ อันตรายอย่างแรกเกิดจากมีทั้งฝนตกหนัก และมักจะพ่วงมาด้วยลมแรงแบบลมพายุ อันตรายถัดมาเกิดจากความเปลี่ยนแปลงฉับพลันของอากาศ ทำให้ร่างกายของคนเราปรับตัวไม่ทัน จนมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยเกิดขึ้น อันตรายต่อมาก็คือเมื่อคนตั้งอยู่ในความประมาท ไม่ได้เตรียมการรับมือกับฝนที่จะตกลงมา จึงทำให้การสัญจรไปมามีความขลุกขลักเกิดขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ซึ่งไม่เคยพบปัญหาจากการที่ฝนตกหนัก พอธรรมชาติทำให้ฝนที่ตกหนักเปลี่ยนบริเวณไปยังพื้นที่ใหม่ ผู้คนที่ไม่เคยรู้ฤทธิ์เดชของภัยธรรมชาติที่มาพร้อมกับสายฝน จึงต้องเจอกับสภาวะน้ำท่วมบ่า น้ำไหลหลากด้วยความเชี่ยวกราก และดินถล่ม ดังที่เป็นข่าวเกิดขึ้นทุกปี ส่งผลให้ผู้คนเสียชีวิต เสียทรัพย์สินจำนวนมากมาย

ในด้านของผู้ใช้รถยนต์ก็เช่นกัน มีผู้ประสบภัยและเสียหายจากฝนตกหนักอยู่เสมอ และน้อยคนนักที่จะถอดบทเรียนจากอดีต เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้ตนเองประสบภัย ไม่ว่าจะเป็นภัยที่ทำให้เสียทรัพย์ หรือเป็นภัยที่ทำให้เสียชีวิต

วันนี้ผมจะชวนท่านผู้อ่านมาเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูฝนที่กำลังย่างกรายเข้ามา และรับมือกับภัยธรรมชาติที่ตามมากับฤดูฝน เตรียมพร้อมทั้งในด้านของรถยนต์ และเตรียมวิธีการของคนที่ต้องอยู่กับรถยนต์ จะได้หลีกเลี่ยงความเสียหาย หรืออย่างน้อยก็เกิดความเสียหายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

การรับมืออย่างแรกที่อยากจะพูดถึงก็คือ การจอดรถในช่วงที่อาจจะมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะฝนที่มาพร้อมกับลมพัดแรง ควรหลีกเลี่ยงต้นไม้ที่กิ่งเปราะบางหักง่าย หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้หรือใกล้กับต้นไม้ที่มีผลใหญ่ ผลมีน้ำหนักมาก หรือผลมีเปลือกแข็ง เพราะหากมีลมพัดแรงก่อนฝนตกหรือในขณะฝนตก กิ่งไม้อาจจะหักลงมาโดนรถ ผลไม้อาจจะถูกลมพัดร่วงลงมาใส่รถทำให้รถบุบได้ ทั้งนี้ให้หลีกเลี่ยงบรรดาสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เช่น ป้ายโฆษณาต่างๆเอาไว้ด้วย

ให้หลีกเลี่ยงการจอดรถใกล้บริเวณที่ทิ้งขยะ เพราะในพื้นที่ทิ้งขยะทุกแห่งนั้น จะมีสัตว์และแมลงเข้าไปหากินและบางครั้งสร้างรังอยู่อาศัย เมื่อฝนตกลงมาสัตว์เหล่านั้นก็จะหนีน้ำตามสัญชาตญาณ แล้วก็จะหนีเข้ามาอยู่ในห้องเครื่องหรือแม้แต่ห้องโดยสาร แล้วก็จะเกิดการกัดแทะสายไฟหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ จนทำให้มีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งความเสียหายบางอย่างสำหรับรถสมัยใหม่ เช่น ระบบไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ รวมถึงบรรดาสายไฟของอุปกรณ์หลากหลาย จะมีค่าซ่อมบำรุงค่อนข้างสูงมากทีเดียว

การจอดรถใกล้บริเวณที่จัดไว้สำหรับทิ้งขยะ ยังมีความเสี่ยงที่ลมพัดให้ถังขยะปลิวมากระทบกับตัวรถ หรือน้ำฝนที่ตกหนักจะพัดพาขยะให้ลอยมาติดอยู่กับส่วนต่าง ๆ ของตัวรถ ส่งผลให้การทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ขัดข้อง หรือในกรณีที่พัดเอาขยะจำพวกพลาสติก ให้ลอยตามน้ำมาแปะหรือติดอยู่กับบริเวณท่อไอเสียใต้ท้องรถ หากนำรถออกไปขับโดยไม่ได้เขี่ยทิ้งไปก่อน ความร้อนจากท่อไอเสียอาจจะทำให้ขยะพลาสติกที่ค่อนข้างไวไฟ เกิดไฟลุกไหม้จนลามมาทั้งคันรถได้

อีกทั้งยังต้องเตรียมรถยนต์ให้พร้อมสำหรับการใช้งานในฤดูฝน เช่น ตรวจดูยางใบปัดน้ำฝนว่ายังมีความสามารถกวาดน้ำฝน ให้กระจกใสสะอาดจนผู้ขับรถเกิดทัศนวิสัยที่ดี สามารถมองเห็นทางข้างหน้าได้ชัดเจนหรือไม่ ตรวจดูทั้งยางปัดน้ำฝนที่กระจกหน้าและกระจกหลัง หากพบว่าเริ่มแข็งจนกวาดกระจกไม่ใสเพียงพอ หรือมีรอยฉีกขาด ให้เปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย มิฉะนั้นหากเผลอเปิดสวิตช์ให้ใบปัดน้ำฝนที่ยางฉีกขาดทำงานขึ้นมา ก็อาจจะทำให้กระจกเป็นรอยขีดข่วน ทำให้ต้องเสียเงินเปลี่ยนกระจกในราคาแสนแพงไปเปล่า ๆ

น้ำในถังสำรองสำหรับฉีดทำความสะอาดกระจก ก็ต้องเติมให้อยู่ในปริมาณที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา จะเติมน้ำยาสำหรับทำความสะอาดกระจกโดยเฉพาะ หรือเติมน้ำสะอาดก็แล้วแต่ความสะดวกของผู้ขับ แต่ต้องมีน้ำพร้อมใช้งานเสมอ และควรปรับตำแหน่งที่น้ำจะฉีดขึ้นมากระทบกระจก ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะกับการทำความสะอาดกระจกด้วย

ไฟสัญญาณส่องสว่าง เช่น ไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ต้องตรวจสอบว่าสามารถทำงานได้เป็นปกติ และศึกษาวิธีการใช้งานที่ถูกต้องเอาไว้ด้วย เพราะปัจจุบันนี้เราจะพบคนขับรถจำนวนไม่น้อย เปิดไฟฉุกเฉินขณะขับรถฝ่าสายฝน ซึ่งผิดทั้งหลักการใช้ไฟสัญญาณที่ถูกต้อง และยังผิดกฎหมายจราจรอีกด้วย เช่นเดียวกันกับเรื่องของการเปิดไฟตัดหมอกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ที่ต้องไม่ไปรบกวนผู้ขับรถร่วมถนนคนอื่น ๆ

ยางติดรถทั้งสี่ล้อก็ต้องได้รับการตรวจสอบว่ายังมีความลึกของร่องดอกยางเพียงพอ ต่อการยึดเกาะถนนที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนหรือไม่ หากพบว่าร่องดอกยางเริ่มสึกหรอมาก ก็สมควรเปลี่ยนยางใหม่ให้เรียบร้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรถที่ผู้ขับมักจะใช้ความเร็วสูง หรือต้องเดินทางไกลอยู่เป็นประจำ

และท้ายที่สุดก็คือเรื่องของระบบเบรก ที่ต้องได้รับการตรวจสอบให้มั่นใจได้ว่า สามารถเบรกให้รถชะลอความเร็ว หรือหยุดได้ในระยะที่มั่นใจ และเมื่อเบรกแล้วรถต้องไม่แฉลบไปซ้ายหรือขวา 

ซึ่งกรณีหลังนี้อาจจะต้องตรวจสอบแรงดันลมยาง ของทุกๆล้อไปพร้อมกันด้วยครับ