วันอังคาร ที่ 21 เมษายน 2569

Login
Login

เรื่องร้อนๆ

เรื่องร้อนๆ

ปีนี้เป็นปีที่อากาศร้อนจัดและร้อนยาวนานมาก มีคำเตือนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่า ปีนี้จะเกิดภัยแล้งในวงกว้างและยาวนาน เกษตรกรหลายพื้นที่เริ่มโอดครวญ เกี่ยวกับปัญหาขาดน้ำ และปัญหาก็กระหน่ำซ้ำหนัก

เพราะในขณะที่ความแล้งรุนแรง แหล่งน้ำที่จะเอามาสูบเข้าแปลงเกษตร หรือบรรทุกไปบรรเทาความแล้ง ของพืชผลไม้ต่าง ๆ ก็หายากมากขึ้น บวกกับสถานการณ์โลกที่ทำให้น้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้สำหรับเครื่องสูบน้ำ ก็ทั้งแพงและขาดแคลนในหลายพื้นที่

ความร้อนของอากาศที่เกิดขึ้นนั้น ผมสังเกตจากการใช้ชีวิตประจำวันของตนเองพบว่า มีผลต่อรถยนต์อยู่ไม่น้อย โดยรถยนต์คันที่ผมใช้งานเป็นประจำ สูบลมยางด้วยไนโตรเจนที่อัตรา ๔๕ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว แต่เมื่อผมขับรถแล่นออกไปในเวลาใกล้เที่ยง เพียงแค่ระยะทางประมาณ ๒๐ กม. แรงดันที่เกิดความร้อนที่ถ่ายทอดมาจากพื้นถนน ก็แจ้งขึ้นที่หน้าปัดเป็น ๔๘ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เพิ่มขึ้นถึง ๔ ปอนด์ต่อตารางนิ้วเพียงแค่ระยะทางสั้น ๆ และเริ่มใช้งานไม่นาน

อากาศที่ร้อนจัดอันเนื่องมาจากแสงแดดที่แผดกล้าตลอดทั้งวันนั้น เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้สิ่งของต่าง ๆ เสื่อมสภาพ หรือชำรุดเสียหายเร็วกว่าที่ควร ดังนั้นใครที่มีความจำเป็นต้องจอดรถยนต์กลางแดดเปรี้ยง จึงต้องหมั่นดูแลอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ดี

หัวข้อที่มีคนถามในทุกฤดูร้อนก็คือ เมื่อต้องจอดรถกลางแดดเปรี้ยง จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องยกก้านใบปัดน้ำฝนให้ลอยพ้นกระจก ซึ่งผมก็ตอบไปตามความคิดเห็นของผมและจากข้อมูลที่ผมมีว่า ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด เพราะความร้อนจากกระจกที่สัมผัสกับยางใบปัดน้ำฝนนั้น แม้ว่าอาจจะทำให้จุดสัมผัสของยางปัดน้ำฝนเสื่อมสภาพ หรืออาจจะถึงขั้นละลายเสียรูปทรง จากความร้อนดังกล่าวได้ก็จริง

แต่หากเจ้าของรถกลับมาที่รถซึ่งจอดไว้กลางแดดเปรี้ยง แล้วจึงค่อยยกก้านใบปัดน้ำฝนขึ้นมา จากนั้นก็เอากระดาษทิชชู่หรือผ้านุ่ม ๆ เช็ดไปที่กระจกบริเวณที่ยางใบปัดน้ำฝนสัมผัสอยู่ เพื่อเช็ดเอาเศษฝุ่นผงที่ปลิวมาเกาะกระจก และไหลไปกองตรงยางปัดน้ำฝนออกไป ทำเพียงเท่านี้นอกจากจะทำให้กระจกสะอาด และหน้าสัมผัสของยางใบปัดน้ำฝนสะอาด พร้อมที่จะกวาดปัดน้ำฝนที่อาจจะตกลงเมื่อใดก็ได้ แล้วยังเป็นการช่วยระบายความร้อนออกจากยางใบปัดน้ำฝน ที่รับมาจากกระจกไปได้อีกส่วนหนึ่งด้วย

การยกก้านใบปัดน้ำฝนให้ลอยค้างขึ้นจากกระจกเป็นเวลานาน จะทำให้ตัวก้านใบปัดน้ำฝนซึ่งมีลักษณะเป็นสปริงในตัว โค้งงอตัวไปตามความเป็นสปริงของตัวเอง ทำให้เมื่อวางกลับลงไปที่กระจก หน้าสัมผัสของยางใบปัดน้ำฝนกับกระจก อาจจะสัมผัสกันไม่แนบเสมอตลอดการปัด ส่งผลให้ไม่สามารถกวาดน้ำ ที่มาเกาะกระจกได้เกลี้ยงเท่าที่ควร

ทุก ๆ ปีในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่องหลายวัน เช่นเทศกาลสงกรานต์ที่เพิ่งผ่านมาหมาด ๆ นั้น สื่อต่าง ๆ ทุกประเภทมักจะเสนอข่าวใหญ่พาดหัว เกี่ยวกับเรื่องสถิติอุบัติเหตุ เช่น ๗ วันอันตรายบ้าง ๕ วันอันตรายบ้าง และแต่ละวันก็จะมีการรายงานข่าวจำนวนอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น จำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ รวมถึงรายงานการจัดอันดับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด ข่าวทำนองนี้ถูกนำมาเล่นกันเป็นประจำต่อเนื่องนานหลายปี

แต่ปีนี้มีข่าวที่แปลกออกไป เพราะมีข่าวเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า ตามจังหวัดต่าง ๆ มาแทนที่ข่าวอุบัติเหตุ ทั้งเรื่องของการรอชาร์จนานนับชั่วโมง และการกระทบกระทั่งทะเลาะเบาะแว้งกันหน้าตู้ชาร์จ

การเกิดข่าวเช่นนี้ ทำให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าต้องวางแผนการเดินทางและการชาร์จให้รอบคอบมากขึ้นในเทศกาลต่อไป หรือแม้แต่การเดินทางไปต่างจังหวัด ที่มีระยะทางไกลเกินกว่าความสามารถของแบตเตอรี่ต่อการชาร์จ ๑ ครั้ง

ผมเคยแนะนำเอาไว้นานมาแล้วว่า การใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะสม ให้ยึดตัวเลขร้อยละ ๗๕ ของขีดความสามารถเดินทาง เช่น รถยนต์ที่ใช้บอกว่าสามารถเดินทางได้ ๔๐๐ กม. ก็ให้ยึดตัวเลข ๓๐๐ กม. พอถึงระยะทาง ๓๐๐ กิโลเมตรหรือใกล้เคียง และมีตู้ชาร์จอยู่ก็ชาร์จได้เลย และชาร์จให้แบตเตอรี่มีไฟฟ้าอยู่ประมาณร้อยละ ๘๐ ของความจุเต็มที่

การจอดชาร์จที่ระยะทาง ๓๐๐ กม. ยังเป็นการช่วยให้คนขับรถได้ผ่อนคลายยืดเส้นยืดสาย เป็นการแก้อาการง่วงและเมื่อยล้าได้ในเวลาเดียวกันด้วย

อย่าลืมว่ารถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์น้ำมัน มีข้อแตกต่างกัน กล่าวคือรถยนต์เครื่องสันดาป ถ้าเผอเรอขับไปจนน้ำมันหมดถัง และเครื่องยนต์ดับ ก็สามารถหาซื้อน้ำมันบรรจุภาชนะอื่นมาเติมแล้วก็สตาร์ทเครื่องยนต์ติดกลับมาได้

ต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าที่หากขับจนไฟฟ้าหมดและระบบขับเคลื่อนปิดตัวเองลง จะไม่สามารถนำไฟฟ้าใส่ภาชนะมาอัดประจุลงแบตเตอรี่ได้ ยกเว้นแต่มีรถที่สร้างมาเป็นพิเศษ สำหรับชาร์จนอกสถานที่มาชาร์จหรืออัดประจุไฟฟ้าให้เท่านั้น และรถที่ใช้งานจนไฟฟ้าหมดเกลี้ยง แม้จะมีรถยกแบบที่เรียกว่ารถสไลด์มายกไป แต่การนำขึ้นรถสไลด์ ก็เป็นเรื่องยุ่งยากลำบากเอาการทีเดียว

รถยนต์ทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าหรือรถน้ำมัน ต่างมีลักษณะเฉพาะตัวทั้งสิ้น มีข้อดีและข้อจำกัดที่ผู้ขับต้องเรียนรู้ เพื่อใช้งานให้ได้ประโยชน์สูงสุด และไม่เกิดข้อขัดข้อง หรืออุบัติเหตุจากการใช้งานครับ