วันจันทร์ ที่ 13 เมษายน 2569

Login
Login

ลดร้อนให้รถ

ลดร้อนให้รถ

เป็นที่รู้กันดีว่าประชากรในกรุงเทพฯ จำนวนมาก เป็นผู้อพยพหรืออย่างน้อยก็มีภูมิลำเนาเดิมของครอบครัวอยู่ต่างจังหวัด บวกกับความที่คนไทยเป็นสังคมแบบครอบครัวญาติมิตร และส่วนใหญ่ยังยึดติดอยู่กับรอบครัวดั้งเดิม ทำให้เมื่อมีเวลาหยุดจากการทำงาน จึงเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมกันมากมาย

บ้างก็กลับไปทำบุญยังถิ่นฐานบ้านเกิด บ้างก็เยี่ยมญาติพี่น้อง บ้างก็กลับไปร่วมงานประเพณีของท้องถิ่น และหลายครอบครัวขยายในเมืองใหญ่ เมื่อมีลูกเล็ก ๆ และไม่สามารถหาเวลาเลี้ยงดูลูกได้ เนื่องจากทั้งพ่อและแม่ต้องทำงานหนัก จึงต้องส่งลูกเล็ก ๆ กลับไปอยู่กับตา,ยาย หรือ ปู่, ย่า เมื่อมีเวลาพอในวันหยุดเทศกาลต่าง ๆ จึงเดินทางกลับไปหาลูกและเยี่ยมพ่อแม่ในเวลาเดียวกัน

ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นวันหยุดที่สำคัญของสังคมไทย โดยปรกติราชการประกาศให้ช่วงเวลาสงกรานต์เป็นวันหยุด ๓ วันต่อเนื่อง กล่าวคือเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๓ ไปจนถึง วันที่ ๑๕ เม.ย. แต่คนทำงานจำนวนมากก็ถือโอกาสใช้วันลาหยุดตามเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อจะได้มีเวลาหยุดในช่วงเทศกาลยาวกว่านั้น

บวกกับหากปีไหนวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ตรงกับวันเสาร์และวันอาทิตย์ ก็จะมีวันหยุดชดเชยเพิ่มขึ้นมาอีก และบางปีรัฐบาลก็จะประกาศวันหยุดเพิ่ม เพราะเห็นว่ามีวันว่างที่แทรกคาบเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์อยู่ ทำให้วันหยุดช่วงเทศกาลสงกรานต์เกือบทุกปี มักจะมีไม่น้อยกว่า ๔ วัน การเดินทางจึงเกิดขึ้นมากกว่าเทศกาลอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด

นอกเหนือจากการเดินทางไปท่องเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจในต่างประเทศตามความนิยมยุคใหม่แล้ว การเดินทางด้วยเหตุผลต่าง ๆ ในประเทศไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ จึงมีปัญหาการจราจรบนถนนที่ทอดตัวจากจังหวัดสู่จังหวัดเกิดขึ้น และสิ่งที่ตามมาก็คือสถิติการเกิดอุบัติเหตุก็มากตามไปด้วย

ช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือกลางเดือน เม.ย.ทุกปี คือช่วงเวลาที่อากาศร้อนมากถึงมากที่สุด ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวก็คือ ความสึกหรอและความเสียหายของรถยนต์ ที่เกิดขึ้นจากความร้อนของอากาศจึงพบเห็นเป็นประจำ

ผมพูดถึงเรื่องอากาศร้อนกับรถยนต์มา ๒ ครั้งแล้ว วันนี้จะมาพูดถึงการป้องกันไม่ให้อากาศร้อนทำความเสียหายให้กับตัวรถ และอุปกรณ์ประจำรถกันบ้าง โดยจะยกมาพูดเฉพาะเรื่องใกล้ตัวที่พบเห็นกันเสมอ ๆ

จุดที่อากาศร้อนทำให้เกิดความเสียบ่อยมากคือ เครื่องยนต์ร้อนจัดจนเกิดอาการที่เรียกว่าโอเวอร์ฮีท ซึ่งเป็นอาการหรือความเสียหายที่หากเกิดขึ้น จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมแก้ไขสูงมาก แต่หากเจ้าของรถดูแลรถอย่างถูกต้อง ก็จะสามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้

ขั้นแรกต้องตรวจดูน้ำในระบบระบายความร้อน ทั้งในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ หากพบว่าพร่องลงไปก็ต้องเติมให้อยู่ตรงขีดที่กำหนด สามารถใช้น้ำสะอาดทั่วไปเช่นน้ำประปาหรือน้ำดื่มเติมได้ แต่หากไม่สบายใจหรือได้รับคำแนะนำที่เป็นข้อห้ามจากแหล่งอื่น ก็สามารถใช้น้ำที่ผสมสารเคมี ซึ่งมีขายในศูนย์บริการเติมได้เช่นกัน

ขั้นตอนต่อมาก็ต้องดูว่ามีรอยรั่วซึมของน้ำในระบบหล่อเย็นเกิดขึ้นหรือไม่ จุดที่ต้องตรวจตราเพราะมักจะเกิดการรั่วซึมบ่อยครั้ง เช่น บริเวณจุดต่อเชื่อมระหว่างท่อยางกับตัวหม้อน้ำ และท่อยางกับตัวเครื่องยนต์ จุดต่อมาก็คือรอบ ๆ ฝาครอบหม้อน้ำชิ้นบนกับตัวรังผึ้งหม้อน้ำ ถัดมาก็ดูร่องรอยการซึมตามรังผึ้งหม้อน้ำ

ซึ่งในเรื่องของน้ำในระบบหล่อเย็น ความเห็นส่วนตัวผมเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ ไม่ว่าน้ำในหม้อนำ้,หม้อพักน้ำ และระบบหล่อเย็นทั้งหมด จะมีอายุนานเพียงใดแล้วก็ตาม หากยังมีปริมาณอยู่ในระดับที่ไม่ต่ำกว่าขีดกำหนด ก็สามารถใช้งานน้ำนั้นต่อไปได้เรื่อยๆ  ต่อให้ปริมาณน้ำลดลงจากขีดกำหนดสูงสุด จนต้องเติมน้ำใหม่ลงไปเพิ่มบ้างก็ตาม

ที่ต้องบอกว่าเป็นความเห็นส่วนตัวของผมนั้น เพราะปัจจุบันนี้มีผู้รู้หลายท่าน ให้คำแนะนำว่าต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำจากระบบหล่อเย็นทั้งหมด และเมื่อเติมน้ำใหม่เข้าไปก็ต้องผสมสารเคมีต่าง ๆ เช่นสารป้องกันสนิม, สารป้องหล่อเย็นที่เรียกกันว่าคูลแลนท์ โดยต้องเปลี่ยนน้ำทั้งระบบเมื่อใช้งานผ่านไป เป็นระยะเวลาหรือระยะทางเท่านั้นเท่านี้ เรื่องนี้เจ้าของรถต้องเป็นผู้ตัดสินใจเอาเอง ว่าจะทำตามคำแนะนำไหน

ถัดมาก็ต้องมาดูน้ำมันเครื่อง ซึ่งเพียงแค่วัดปริมาณน้ำมันเครื่อง ด้วยการชักก้านวัดขึ้นมา ยังไม่พอเพียงสำหรับการป้องกันความร้อนสูงเกินปรกติ เพราะหลายครั้งที่แม้พบว่าปริมาณน้ำมันเครื่องยังเพียงพอ แต่คุณภาพหรือคุณสมบัติของน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพไปแล้ว อาจจะด้วยการโดนความร้อนสูงบ่อย ๆ หรืออาจจะเป็นเพราะมีสิ่งอื่นปะปน เช่น น้ำ หรือเศษผง, เศษโลหะ

หากวัดปริมาณน้ำมันเครื่องแล้วพบว่าลดลงมาก ให้ตรวจหาร่องรอยการรั่วหยดเพื่อแก้ไขเสียก่อน ส่วนใหญ่จะพบร่องรอยการหยดบริเวณกรองน้ำมันเครื่อง หรือบริเวณน๊อตก้นแคร้งเครื่องยนต์ และบริเวณรอบฝาครอบวาล์ว และฝาปิดช่องเติมน้ำมันเครื่อง จากนั้นจึงค่อยเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องใหม่ โดยการเปลี่ยนถ่ายทุกครั้ง แนะนำว่าควรเปลี่ยนกรองน้ำมันเครื่องไปพร้อมกันด้วย

จากนั้นตรวจสอบดูน้ำมันเกียร์ หากพบว่าพร่องลงไป ก็ต้องตรวจหาจุดรั่วซึมเสียก่อนเพื่อทำการแก้ไข แล้วจึงเติมเพิ่มเข้าไปให้เพียงพอ สัปดาห์หน้าเรามาคุยเรื่องความร้อนกันต่อนะครับ