สัปดาห์ที่แล้วคุยกันถึงเรื่องของอากาศร้อนจัด โดยบอกถึงการเลือกที่จอดรถที่ปลอดภัย สัปดาห์นี้มาคุยกันถึงเรื่องของอากาศร้อนต่อ แต่ก่อนจะเข้าเรื่องอากาศร้อนกับรถยนต์ ขอพูดเตือนเกี่ยวกับเทศกาลเช็งเม้งสักหน่อย แม้ว่าคนจำนวนมากจะประกอบพิธีเช็งเม้งกันไปก่อนหน้านี้บ้างแล้ว แต่วันอาทิตย์ที่ ๕ เม.ย. เป็นวันตรงกับวันเช็งเม้ง จึงมีคนจำนวนมากที่ไปไหว้บรรพบุรุษตามสุสานต่าง ๆ
ในสุสานใหญ่ ๆ ทั่วไปนั้นภูมิทัศน์จะคล้ายกันไปหมด อาจจะทำให้เกิดการพลัดหลงกันได้ง่าย โดยเฉพาะเด็กเล็กที่วิ่งเล่นซนไปทั่ว หรือแม้แต่คนชราที่อาจจะมีอาการหลงลืมบ้าง ดังนั้นจึงต้องเฝ้าระวังเอาไว้ให้ดี การที่ปล่อยให้เด็กเดินจากสุสาน กลับไปนั่งพักในรถยนต์ที่ติดเครื่องเปิดแอร์เอาไว้ หรือไปหยิบของที่รถยนต์ ซึ่งจอดห่างออกไปนั้นต้องระวังให้มาก ไม่ควรปล่อยให้เด็กเดินลับสายตาไปแม้แต่นิดเดียวก็ตาม
ในด้านของผู้ใหญ่หรือผู้ชรานั้น เคยเกิดเป็นข่าวใหญ่เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว คหบดีท่านหนึ่งพลัดหลงหายไปอย่างไร้ร่องรอย แม้จะระดมตำรวจออกค้นหาทั่วบริเวณสุสานที่กว้างใหญ่ และกินพื้นที่กว้างออกมา ก็ไม่พบ เรียกว่าหายแบบไร้ร่องรอยมาจนถึงทุกวันนี้ จึงควรระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยขึ้นมาอีก
สำหรับกรณีติดเครื่องรถยนต์และเปิดแอร์เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์เครื่องสันดาปภายใน หรือรถยนต์ไฟฟ้าแท้ ๆ ต้องมีคนที่มีความสามารถควบคุมรถได้ นั่งหลังพวงมาลัยในลักษณะเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม หากไม่มีความสามารถพอที่จะควบคุมรถ เกิดเอามือไปโดนปุ่มหรือคันบังคับต่าง ๆ แล้วทำให้รถเคลื่อนที่ก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขึ้นมาได้
สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งอีกอย่างหนึ่งก็คือ การจุดประทัดหรือจุดไฟเผาเครื่องเซ่นต่าง ๆ ซึ่งในช่วงอากาศร้อนมากต้นไม้ใบหญ้าอาจจะแห้งแล้วจนติดไฟได้ง่าย จึงต้องระวังเอาไว้ด้วย
การจราจรในสุสานใหญ่ ๆ หลายแห่ง มักจะมีความจอแจที่ทำให้เกิดการจราจรติดขัด บวกกับอากาศที่ร้อนจัดอย่างนี้ ผู้ที่ไปไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว จึงควรทำใจเผื่อเอาไว้สำหรับอุปสรรคต่าง ๆ จะได้ไม่หงุดหงิดจนเกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นมา คิดเสียว่าหนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน บรรพบุรุษของเราจะได้ไม่ต้องมาเสียใจที่มีปัญหาเกิดขึ้น
และไม่ว่าจะเป็นช่วงเช็งเม้ง หรือไม่ใช่ก็ตาม เมื่อต้องจอดรถกลางแจ้งที่แดดจ้าอากาศร้อนจัด สิ่งของที่ไม่ควรเอาไว้ในรถเพราะจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาได้ เช่น ไม้ขีดไฟหรือไฟแช๊ค หากทิ้งไว้ในตำแหน่งที่แดดส่องถึงได้ หรือตำแหน่งที่รับความร้อนจัดโดยตรง ไม้ขีดไฟอาจจะลุกติดขึ้นมาเอง หรือไฟแช๊คแก๊สอาจจะระเบิดและลุกไหม้ขึ้นมาได้
สิ่งของที่อัดลมหรือแก๊สต่าง ๆ ก็ไม่ควรทิ้งไว้ เช่น กระป๋องแก๊สสำหรับใช้กับเตาประกอบอาหารแบบเคลื่อนที่ เมื่อโดนความร้อนสูงจนแก๊สขยายตัว อาจจะทำให้กระป๋องแก๊สระเบิดขึ้นมา แล้วเกิดไฟลุกไหม้ได้เช่นกัน
กระป๋องสเปรย์ต่าง ๆ เช่นสีสเปรย์, สเปรย์น้ำหอม ก็เป็นสิ่งที่อาจจะระเบิดและเกิดไฟลุกไหม้ได้เช่นกัน ส่วนน้ำอัดลมบรรจุกระป๋อง, เครื่องดื่มบรรจุกระป๋องอื่น ๆ เช่นเบียร์ หรือเครื่องดื่มอื่นใดที่มีการอัดแก๊ส ก็ให้หลีกเลี่ยงการทิ้งเอาไว้ในรถเมื่ออากาศร้อนจัด เพราะเคยเกิดเหตุการณ์กระป๋องเครื่องดื่มเหล่านั้น ระเบิดจากแก๊สที่ขยายตัวเพราะอากาศร้อน ทำให้เครื่องดื่มแตกกระจายไปทั่วห้องโดยสาร ต้องไปเสียค่าจ้างในการล้างคราบ หรือบางครั้งถึงกับต้องลอกเบาะ, ลอกหลังคาด้านใน แล้วทำการหุ้มกรุกันใหม่ทีเดียว
หากต้องจอดรถเอาไว้กลางแดดเปรี้ยง เมื่อกลับมาเพื่อจะขึ้นรถเดินทางต่อไป ให้เปิดประตูทุกบานออกให้สุด เปิดฝากระโปรงท้ายขึ้นด้วย ถ้าเป็นกรณีของรถแบบซีดานและพนักพิงเบาะหลังปรับพับได้ ให้ปรับพนักพิงเปิดออกและเปิดฝากระโปรงท้าย
จากนั้นจึงไล่ปิดประตูจากบานคู่หน้าไปถึงบานคู่หลัง แล้วจึงปิดฝากระโปรงท้ายตามไป เพราะอากาศร้อนที่ถูกอบอยู่ในห้องโดยสาร จะได้ลอยตัวออกไปเป็นการลดความร้อนลงได้ และในรถที่มีซันรูฟให้เปิดซันรูฟขึ้น เพราะอากาศร้อนที่ขยายตัวจะลอยขึ้นที่สูงเสมอ การเปิดซันรูฟจะช่วยให้อากาศร้อนไหลออกจากห้องโดยสารได้เร็วที่สุด
เมื่อขับรถเคลื่อนที่ออกไป อย่าเพิ่งรีบปิดซันรูฟ ให้รถเคลื่อนที่ไปสักระยะหนึ่ง ประมาณห้าหกสิบเมตรเป็นอย่างน้อย แล้วจึงค่อยปิดซันรูฟลง ส่วนรถยนต์ที่ไม่มีซันรูฟ ให้เปิดกระจกหน้าต่างหลังเอาไว้ จากนั้นนำรถเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเปิดแอร์ ผ่านไปสักห้าหรือหกสิบเมตร จึงค่อยปิดกระจกหลัง
การทำเช่นที่ว่ามานี้จะช่วยระบายความร้อนออกจากห้องโดยสารได้เร็วขึ้น ลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศลงได้มาก คนที่อยู่ในรถก็ไม่ต้องทนกับความร้อนนานเกินไป จะได้ปรับตัวกับอุณหภูมิในห้องโดยสารที่เปลี่ยนแปลงได้ทีละน้อย ช่วยลดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยจากการเปลี่ยนแปลงของอากาศแบบฉับพลันทันใดได้ครับ





