วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม 2569

Login
Login

ร้อนแล้วจ้า

ร้อนแล้วจ้า

วันนี้ผมตั้งชื่อเรื่งราวกับโฆษณาภาพยนตร์ของ ดอกดิน กัญญามาลย์ หรือ ดอกดินตัวดำๆ ที่สามารถยกระดับตัวเองจากนักแสดงตลก ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้อำนวยการสร้าง และเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ ที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งในประเทศไทย

ผมเป็นเด็กที่เติบโตมาในยุครุ่งเรืองของภาพยนตร์ไทย เป็นยุคที่ถ่ายทำและตัดต่อเสร็จแล้ว เวลาที่นำภาพยนตร์ไปฉายตามโรง ยังต้องมีนักพากย์ไปทำหน้าที่ให้เสียงแทนตัวละคร รวมทั้งสร้างเสียงอื่นๆตามสิ่งที่เกิดขึ้นในจอภาพยนตร์ เช่น เสียงม้าควบ, เสียงชกต่อยกัน เสียงปืน เป็นต้น นักพากย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและผมยังพอจำได้เช่น หม่อมหลวงรุจิรา และมารศรี พากย์คู่กัน หรือ พันคำ ที่ต่อมาเป็นผู้อำนวยการสร้าง และเป็นผู้กำกับการแสดง ก็เคยเป็นนักพากย์มาเช่นกัน เสน่ห์ โกมารชุน ก็ผ่านการเป็นนักพากย์มาด้วย

นอกจากดอกดินจะประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้อำนวยการสร้าง ประสบความสำเร็จจากการเป็นผู้กำกับการแสดงแล้ว ผมยังเห็นว่าดอกดินประสบความสำเร็จอย่างสูงทางด้านการประชาสัมพันธ์อีกด้วย เพราะภาพยนตร์ของดอกดินทุกเรื่อง เมื่อฉายไปได้สักพักหนึ่ง ดอกดินก็จะโฆษณาด้วยเสียงของตนเอง โดยใช้วลีที่ว่า “ล้านแล้วจ้า” อันหมายถึงภาพยนตร์เรื่องนั้น สามารถทำเงินหรือเก็บค่าผ่านประตูได้ถึง ๑ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเงินจำนวนมากมายในยุคนั้น คำว่า “ล้านแล้วจ้า” จึงเป็นวลีเด็ดทำให้คนทั้งประเทศไทยสามารถจดจำกันได้ดี

วันนี้ผมจึงเอาวลีโฆษณาภาพยนตร์ของดอกดิน มาแปลงเพื่อให้เข้ากับฤดูร้อนและอากาศที่ร้อนมากในช่วงนี้ และเชื่อกันว่าเวลาต่อจากนี้ไปอากาศก็จะยิ่งร้อนมากขึ้นอีก ซึ่งอากาศที่ร้อนจัดมากอย่างนี้ เป็นตัวเร่งให้วัสดุต่างๆ ที่โดนแสงแดดโดยตรง และรับความร้อนสูงเกิดความเสียหายได้ง่าย

ความเสียของวัสดุและอุปกรณ์ในรถยนต์ อันเกิดจากความร้อนโดยตรงนั้น คนที่เคยใช้รถยนต์นำเข้าจากยุโรปในยุคก่อน ล้วนแต่เคยพบกับเรื่องอย่างนี้กันมาเกือบทั้งสิ้น โดยเฉพาะชิ้นส่วนและอุปกรณ์ที่ทำจากพลาสติก, ยาง และหนังเทียม

ที่พบกับรถยนต์บ่อย ๆ เช่น วัสดุหุ้มพวงมาลัยที่ทำจากหนังเทียมหรือยางบางประเภท เมื่อมาโดนอากาศร้อนจัดในไทย จึงละลายเหนียวหนึบติดมือขึ้นมา แม้แต่พลาสติกที่ทำเป็นแผ่นด้านบนของแผงหน้าปัด เมื่อต้องจอดรถรับแสงแดดที่แผดจ้าเป็นประจำ สีดำก็จะจืดจางซีดไป หรือบางครั้งก็กรอบแตกไปได้

เหตุผลที่มักจะเกิดกับรถยนต์ยุโรปนำเข้า เพราะว่าเป็นรถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายแถบยุโรปที่มีอากาศหนาวเย็น การเลือกวัสดุจึงตั้งสมมุติฐานจากแหล่งผลิตและ ภูมิภาคที่รถยนต์ถูกนำไปใช้งาน แต่เมื่อนำมาจำหน่ายยังภูมิภาคที่ร้อนจัด วัสดุเหล่านั้นจึงทนความร้อนไม่ไหว

แม้ว่าหลายยี่ห้อย้ายมาประกอบหรือผลิตในไทย แต่ด้วยความที่วิศวกรผู้ออกแบบ ยังไม่มีข้อมูลทั้งเรื่องของอากาศ, อุณหภูมิ และผลจากการใช้งานจริง ผู้ผลิตยี่ห้อนั้น ๆ จึงยังคงยึดเอาวัสดุตามมาตรฐานที่ผลิตในประเทศแม่ ปัญหาจึงยังคงมีตามมา จนกว่าจะมีข้อมูลจากผู้ใช้จริง และถูกนำไปหาสาเหตุและดำเนินการปรับปรุง จึงเริ่มลงตัวมากขึ้น

ปัจจุบันนี้มีรถยนต์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ มาจำหน่ายในไทยจำนวนมาก และหลายยี่ห้อที่แม้จะเข้ามาประกอบหรือผลิตในไทย แต่ยังไม่ได้ปรับวัสดุให้เหมาะสมกับอากาศในบ้านเรา ยังคงคิดว่าสิ่งที่เป็นมาตรฐานสำหรับตลาดบ้านเขา เมื่อมาถึงบ้านเราแล้วก็ต้องดีเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน จึงอาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นได้

เพราะฉะนั้นวิธีป้องกันสำหรับคนใช้รถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายในภูมิภาคที่อากาศหนาวเย็น หรือยังไม่แน่ใจว่ารถยนต์ที่เราใช้อยู่ จะทนต่ออากาศร้อนในบ้านเราได้เพียงใด ควรหาทางป้องกันความร้อน ไม่ให้กระทบกับตัวรถและวัสดุต่าง ๆ

เช่น หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแดดจ้า หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรหาวัสดุมาบังแดด เช่น การเอาแผงบังแดดมาบังที่กระจกบังลมหน้าและหลัง และหากสามารถบังด้านนอกของกระจกบังลมได้ จะได้ผลดีกว่าวางบังแดดเอาไว้ด้านในห้องโดยสาร หรือหาผ้าคลุมเอาไว้ทั้งคันเมื่อต้องจอดตากแดด

ซึ่งกรณีใช้ผ้าคลุมรถทั้งคันนั้น ควรเลือกผ้าคลุมรถที่มีเนื้อละเอียด และคลุมให้ผ้าแนบกับรถมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดการขยับของผ้าคลุมเมื่อมีลมพัด ป้องกันผ้าที่จะไปเสียดสีกับสีที่ตัวถังรถ จนทำให้เกิดรอยแมวข่วนที่สีรถขึ้นมา

ในช่วงฤดูร้อนอย่างนี้ควรหลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ร่มไม้ที่มียาง เพราะยางไม้อาจจะละลายเพราะความร้อน แล้วหยดลงมาที่หลังคาหรือส่วนอื่นของรถ จนทำให้สีรถเสียหายขึ้นมาได้ หากพบว่ามียางไม้หรือขี้นก หรือสิ่งอื่นใดเกาะอยู่บนตัวถังรถ ให้ทำการล้างออกโดยเร็ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้อาจจะทำให้ล้างออกยาก หรือทำให้สีรถมีรอยด่างขึ้นมาได้

การจอดรถในช่วงที่อากาศร้อนจัด ให้หลีกเลี่ยงการจอดใกล้สิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง หลีกเลี่ยงการจอดใต้ต้นไม้ที่มีกิ่งเปราะบาง และต้นไม้ที่มีผลใหญ่หรือมีผลที่มีเปลือกแข็ง หลายครั้งที่เราพบว่าพออากาศร้อนมาก ๆ จะมีลมพัดแรงจนถึงขั้นเรียกกันว่าลมพายุ หรือลมหมุนที่เรียกว่าลมบ้าหมู พัดจนกิ่งไม้หัก หรือสิ่งปลูกสร้างบางอย่างพังลงมา สร้างความเสียหายให้กับรถยนต์จำนวนมาก

และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากในระยะหลัง คือเรื่องของฝนหลงฤดูในช่วงฤดูร้อน มักจะเป็นฝนขนาดใหญ่และตกยืดเยื้อ จนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มในหลายพื้นที่ ดังนั้นเมื่อต้องไปจอดรถในพื้นที่ต่างถิ่น ให้ตรวจสอบข้อมูลการพยากรณ์อากาศ และสอบถามคนท้องถิ่นถึงประวัติการไหลของน้ำ และทิศทางการถล่มของดินเมื่อฝนตกหนักเอาไว้ด้วย

หากไม่นับความเสียหายจากอุบัติเหตุการจราจร รถยนต์ในไทยมักจะเกิดความเสียหายจากอากาศร้อนมากกว่าอากาศหนาว ทั้งนี้ยังไม่นับรวมถึงความเสียหายที่เกิดจากความร้อน อันเนื่องมาจากการใช้งาน หรือความเสียหายที่เครื่องยนต์ ซึ่งจะได้พูดถึงในสัปดาห์หน้าครับ