นับตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. ๒๕๖๘ มาจนถึงกลางเดือน ม.ค. ๒๕๖๙ อากาศในประเทศไทยมีความหนาวเย็นมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ขนาดใจกลางกรุงเทพมหานคร ยังมีอุณหภูมิต่ำกว่า ๒๐ องศาเซลเซียสอยู่หลายวันมาก แม้ว่าบางช่วงอุณหภูมิอาจจะสูงกลับไปบ้าง
แต่ก็ยังลดต่ำกลับลงมาอยู่ที่ระดับ ๑๖ หรือ ๑๗ องศาเซลเซียสอีกในบางช่วง ซึ่งถือว่าเป็นความหนาวเย็นที่ไม่เคยได้พบมาก่อน ของคนในกรุงเทพฯ ในรอบหลายสิบปี
สำหรับคนไทยโดยทั่วไปเมื่อได้เจอกับอุณหภูมิต่ำกว่า ๒๐ องศาเซลเซียส ก็ย่อมเป็นที่ชื่นชอบมากเป็นอย่างยิ่ง เพราะคนไทยเราอยู่กับความร้อนของอากาศมาแทบจะทั้งปีก็ว่าได้ พอมาเจออากาศเย็นจึงรู้สึกถึงความสบายและมีความสุข และยิ่งมีความสุขที่ได้แต่งตัวสวยๆ งามๆ สวมเสื้อผ้าป้องกันความหนาวอย่างเต็มที่
ในขณะเดียวกันอากาศที่หนาวเย็นมาก เมื่อเกิดขึ้นที่ต่างจังหวัดหรือในชนบทที่ห่างไกล ชาวบ้านที่มีเครื่องป้องกันความหนาวไม่มาก หรือขาดแคลนเครื่องนุ่งห่มสำหรับอากาศที่หนาวเย็น ย่อมกลายเป็นความทนทุกข์ทรมานสำหรับพวกเขา สิ่งที่จะมาทดแทนหรือป้องกันอากาศที่หนาวเย็นได้ ก็มีเพียงแค่ความร้อนจากกองไฟ ที่ก่อไว้เพื่อล้อมวงผิงไฟแก้หนาวเท่านั้น
แต่การแก้หนาวหรือป้องกันความหนาวของอากาศ ด้วยการผิงหรือนั่งรอบกองไฟนั้น สิ่งที่ตามมาก็คือทำให้ผิวหนังของคนเราแห้ง และท้ายที่สุดก็จะแตกเป็นสะเก็ด ซึ่งคนสมัยนี้ยังพอหาทางป้องกันผิวแตกแห้งได้ ด้วยการหาครีมทาผิวหนังหรือครีมทาตัวมาทาลูบไปให้ทั่ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหนัง หรือชดเชยไขมันใต้ผิวหนังที่สูญเสียไปเพราะอากาศที่หนาวเย็น หรือสูญเสียไปจากความร้อนของไฟที่ผิงแก้หนาว
อากาศที่หนาวเย็นมากเช่นนี้ย่อมมีผลกระทบ และสร้างปัญหาต่อรถยนต์เช่นกัน อย่างแรกที่เคยได้พูดคุยกันไปแล้วก็คือ ในพื้นที่ซึ่งมีความชื้นในอากาศสูง ในช่วงเช้ามักจะมีหยดน้ำเกิดขึ้นตามตัวถังรถ หากปล่อยทิ้งไว้ก็จะเป็นตัวปัญหาที่ทำให้สีรถเสื่อมสภาพได้ ในครั้งก่อนหน้านี้จึงแนะนำเอาไว้ว่า ให้กำจัดน้ำค้างที่เกาะตามตัวถังรถในช่วงเช้าให้หมดสิ้นไป จะด้วยการเอาน้ำมาฉีดล้างแล้วเช็ดให้แห้ง หรือเพียงแค่ฉีดน้ำล้างให้ทั่วก่อนนำรถไปใช้งานก็ตาม
ปัญหาถัดมาก็คือการขาดความเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับตัวรถ เช่น รถยนต์ปัจจุบันนี้ที่มีมาตรวัดแสดงแรงดันลมในยาง โดยการแสดงเป็นตัวเลขของแรงดันลมในแต่ละล้อขึ้นมาที่หน้าปัด เจ้าของหรือคนขับรถที่ไม่เข้าใจหลักการทางวิทยาศาสตร์ อาจจะตกใจเมื่อเห็นแรงดันลมยางในช่วงเช้าลดลงจากที่สูบลมเอาไว้ ตัวอย่างเช่นสูบลมเอาไว้ที่แรงดัน ๓๐ ปอนด์ ต่อตารางนิ้ว แต่พอช่วงเช้าที่อากาศหนาวเย็นจัด เมื่อสตาร์ตรถขึ้นมากลับพบว่า ตัวเลขแรงดันลมในยางอยู่ที่ ๒๘ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว คนที่ไม่เข้าใจหลักการก็อาจจะตกใจ แล้วคิดว่ายางรถของตนเองรั่ว หรือหลังจากที่ขับรถเคลื่อนที่ไปเพียงไม่กี่ กม. แรงดันลมยางแสดงขึ้นที่หน้าปัดว่า ๓๒ ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ซ้ำร้ายแต่ละล้อกลับมีแรงดันลมยางไม่เท่ากัน ก็เป็นการสร้างความกังวลให้กับคนขับรถที่ไม่รู้ต้นเหตุของข้อเท็จจริงนั้นได้
ในเรื่องของระบบปรับอากาศก็เช่นกัน พบว่ามีข้อสงสัยหรือปัญหาถามไถ่กันในโซเชียลมีเดียทุกวันว่า ทำไมอยู่ ๆ เปิดเครื่องปรับอากาศแล้ว แต่ลมที่ออกมายังเป็นลมร้อนหรืออุ่น ๆ อยู่ คนขับรถหลายคนสงสัยว่าระบบปรับอากาศของตนเองเสียหรือไม่
แม้ว่าจะมีการบอกเล่ากันมาตลอดอย่างต่อเนื่องว่า ในขณะที่อุณหภูมิภายนอกมีความหนาวเย็นมาก ผู้ขับรถต้องปรับระบบปรับอากาศในรถ ให้มีอุณหภูมิต่ำกว่าภายนอกเสมอ หากปรับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ให้อยู่ในตำแหน่งที่มีอุณหภูมิสูงกว่า หรือเท่ากันกับภายนอก เครื่องปรับอากาศจะทำหน้าที่เป็นฮีทเตอร์ผลิตลมร้อนออกมา
เมื่อเครื่องปรับอากาศทำหน้าที่เป็นฮีทเตอร์ผลิตลมร้อนออกมา ผลที่ตามมาก็คือทำให้มีฝ้าเกิดขึ้นที่กระจกและส่วนต่าง ๆ ที่เป็นโลหะ ผลเสียที่เห็นได้ชัดเจนก็คือทัศนวิสัย หรือขีดความสามารถในการมองเห็นของคนขับรถจะลดน้อยลง หรือทำให้คนขับรถมองเห็นทางข้างหน้าไม่ชัด ในด้านของชิ้นส่วนที่เป็นโลหะต่างๆนั้น หากมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด หรือทำงานร่วมกับระบบไฟฟ้า ความชื้นที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นหยดน้ำ และทำให้ไฟฟ้าลัดวงจรหรือไฟชอร์ตได้
การปรับทิศทางลมของระบบปรับอากาศก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะในช่วงที่อากาศหนาวเย็นอย่างนี้ หากปรับให้ทิศทางลมจากระบบปรับอากาศ พ่นไปที่บริเวณด้านล่างกระจกบังลมหน้าตามทฤษฎีที่เชื่อกัน ก็จะยิ่งทำให้เกิดฝ้าหรือหยดน้ำเกาะอยู่ที่กระจกหน้า และเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นทางข้างหน้าของคนขับรถ จึงควรปรับทิศทางลมของระบบปรับอากาศ ให้พ่นออกมาตรงตำแหน่งคนนั่ง แล้วให้คนขับและคนนั่งสวมเสื้อป้องกันความหนาวเย็น หรือไม่ก็ต้องปรับให้ลมจากระบบปรับอากาศพ่นลงไปที่พื้นรถ จะช่วยลดการเกิดฝ้าที่กระจกบังลมหน้าได้ไม่มากก็น้อย
ในรถยนต์สมัยใหม่ที่มีระบบปรับอุณหภูมิที่เบาะนั่ง โดยให้มีลมร้อนหรืออุ่น ๆ พัดออกมาตามรูระบายของหนังที่หุ้มเบาะ หากผู้ขับรถหรือคนนั่งที่ต้องการใช้ระบบดังกล่าว ผมมีข้อแนะนำจากประสบการณ์ของตนเองว่า ให้เปิดใช้เพียงแค่ชั่วขณะสั้น ๆ พอให้เบาะนั่งคลายความเย็นลงไป แล้วรีบปิดสวิตช์ระบบดังกล่าว เพราะเมื่อเปิดใช้เป็นระยะเวลายาวนาน ความร้อนที่ถูกผลิตออกมาแม้ว่าจะมีอุณหภูมิสูงไม่มากนัก แต่เมื่ออยู่ในระยะเวลาที่ยาวนาน ก็จะทำให้วัสดุที่หุ้มเบาะ ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้หรือหนังสังเคราะห์ก็ตาม ยืดตัวจนเกิดรอยย่นทำให้ขาดความสวยงามไปได้
การเปิดให้ทิศทางลมของระบบปรับอากาศ ปล่อยลมออกมาจากช่องที่อยู่บริเวณพื้นรถด้านล่าง ยังช่วยทำให้ลดความอับชื้นของระบบระบายอากาศได้อีกทางหนึ่งด้วยครับ





