วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ความชื้นในรถยนต์

ความชื้นในรถยนต์

ประเทศไทยของเราตั้งอยู่ในภูมิภาคร้อนชื้น กล่าวคืออยู่ในบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรที่มีความร้อนสูง ในขณะเดียวกันก็ตั้งอยู่ใกล้กับทะเลและมหาสมุทร บวกกับความที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่เป็นป่ามีต้นไม้ใหญ่จำนวนมาก จึงทำให้มีความชื้นอยู่ในอากาศค่อนข้างสูงมาก

แม้ว่าปัจจุบันจะมีความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศบนพื้นโลกไปบ้างก็ตาม แต่ประเทศไทยก็ยังถูกจัดว่ามีอากาศร้อน และมีความชื้นในอากาศมากกว่าอีกหลายประเทศ

และความชื้นในอากาศนั้นเป็นที่รู้กันว่า คือศัตรูตัวร้ายของรถยนต์และเครื่องจักรอื่นๆ ปัญหาที่เกิดขึ้นและพบเป็นประจำ เช่น ทำให้ระบบไฟฟ้าในเครื่องยนต์เกิดลัดวงจร หรืออย่างน้อยก็ทำให้อายุการใช้งานสั้นลง ในส่วนของตัวถังและชิ้นส่วนอื่นที่เป็นโลหะ หรือจำเพาะเจาะจงลงไปว่าชิ้นส่วนที่เป็นเหล็ก ความชื้นก็เป็นบ่อเกิดของสนิม ซึ่งเป็นศัตรูร้ายที่สุดอย่างหนึ่งของรถยนต์

ความชื้นในอากาศของประเทศไทยเรานั้น จะมีอัตราสูงสุดในช่วงฤดูฝนและช่วงปลายฝนต้นหนาว ดังนั้นในระหว่างฤดูฝนและเมื่อหมดฤดูฝนไปหมาด ๆ จึงมีคำแนะนำให้ตรวจดูความชื้นตามซอกมุมต่าง ๆ ของตัวรถ รวมทั้งมีคำแนะนำให้กำจัดความชื้นออกไปจากตัวรถให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในแง่ของการกำจัดความชื้นเพื่อป้องกันการเกิดสนิมนั้น ให้เริ่มต้นด้วยการรื้อเอาพรมและผ้ายางปูพื้นออกมาให้หมด จากนั้นให้เอาเครื่องดูดฝุ่นไปดูดตามพื้นรถ และตามซอกหลืบของห้องโดยสาร ตรงบริเวณที่เป็นตะเข็บของรอยเชื่อมโลหะ และตามซอกหลืบเล็ก ๆ นั้น ให้หาแปรงเล็ก ๆ หรือแปรงสีฟันเก่าๆ  สอดเข้าไปแปรงเพื่อเอาเศษดินหรือเศษทรายเล็ก ๆ ที่อาจจะติดรองเท้าเข้ามาร่วงอยู่ในรถ โดยเขี่ยหรือแปรงออกมาเพื่อให้เครื่องดูดฝุ่นดูดเก็บให้หมด

จากนั้นก็เอาเครื่องเป่าผมมาเป่า โดยใช้ระดับความร้อนปานกลาง เพื่อให้พื้นรถแห้งสนิททุกตารางนิ้ว ในส่วนของผ้ายางปูพื้นรถและพรมปูพื้นรถนั้น นอกจากจะเอาเครื่องดูดฝุ่นไปดูดให้สะอาดแล้ว ให้เอาแปรงที่มีขนอ่อน ๆ มาปัดไปให้ทั่ว โดยให้ปัดแปรงไปในทิศทางเดียวกัน เพราะการปัดแปรงสวนทิศทางกัน หรือปัดเป็นวงกลมๆไปเรื่อยนั้น จะทำให้ขนของพรมพันกันยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ และทำให้ขนพรมหลุดร่วงออกมาได้ หรือจะใช้สเปรย์ทำความสะอาดพรมฉีดทำความสะอาดก็ได้ แต่ต้องตากทั้งพรมและผ้ายางปูพื้นให้แห้งสนิทก่อนนำกลับไปติดตั้ง

นอกจากความชื้นตามใบริเวณพื้นรถแล้ว ในส่วนของห้องเก็บของใต้ฝากระโปรงท้ายรถ โดยเฉพาะในหลุมที่เป็นพื้นที่เก็บยางอะไหล่ ก็ต้องรื้อออกมาเพื่อทำความสะอาดและกำจัดความชื้นเช่นกัน เพราะในหลุมที่เก็บยางอะไหล่ และช่องสำหรับเก็บเครื่องมือประจำรถนั้น มักจะเป็นจุดที่หมักหมมและขาดการดูแลมากที่สุดในรถ

ในช่องเก็บของและแม้แต่บนหลังคาในห้องโดยสารก็ต้องได้รับการทำความสะอาดและกำจัดความชื้นด้วย จุดที่ต้องได้รับการตรวจและทำความสะอาดอื่น ๆ เช่น ตามตะเข็บเบาะและซอกระหว่างพนักพิงและเบาะนั่ง ต้องปรับเพื่อให้หัวเครื่องดูดฝุ่นสอดเข้าไปทำความสะอาดได้ทั่วถึง ส่วนด้านบนหลังคาภายในรถนั้น ส่วนมากจะเป็นจุดที่เก็บความชื้นและฝุ่นละอองเอาไว้ จึงต้องทำความสะอาดและไล่ความชื้นออกให้หมด เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นอับที่อาจจะเกิดขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังสำหรับการทำความสะอาดที่ว่ามาก็คือ จุดต่าง ๆ ที่เครื่องดูดฝุ่นสอดเข้าไปนั้น ให้ระวังหากมีอุปกรณ์ที่อ่อนไหวเปราะบาง หรือมีสายไฟต่าง ๆ เช่น ใต้เบาะที่นั่งตอนหน้า จะมีอุปกรณ์ที่ทำงานประสานกันกับเข็มขัดนิรภัย ซึ่งเป็นอุปกรณ์เพื่อให้เข็มขัดกระตุกรั้ง เมื่อเกิดแรงกระแทกติดตั้งเอาไว้ หากปรับเครื่องดูดฝุ่นในระดับที่แรงเกินไป หรือสอดเอาหัวเครื่องดูดฝุ่นไปโดนกับปลั๊กที่เป็นจุดเชื่อมต่อ อาจจะทำให้ปลั๊กที่เชื่อมต่อหลุดออกจากกัน ทำให้อุปกรณ์ไม่ทำงานเมื่อถึงเวลา หรืออาจจะทำให้มีไฟรูปเครื่องยนต์ติดโชว์ขึ้นมา จนทำให้ต้องนำรถไปหาช่างเพื่อตรวจหาจุดที่ผิดปรกติ

ความชื้นที่เป็นอุปสรรคอีกอย่างหนึ่ง คือความชื้นที่เกิดขึ้นตามบริเวณกระจก เช่น ความชื้นที่เกิดขึ้นตรงบริเวณกระจกหน้าต่าง ทั้งฝั่งคนขับและฝั่งผู้โดยสารด้านซ้ายมือ มีที่มาจากการปรับเอาช่องแอร์ให้หนีจากตัวบุคคล หันไปพ่นลมจนโดนกระจกบริเวณดังกล่าว การป้องกันและวิธีการแก้ไข ก็เพียงแค่ปรับทิศทางลม ให้เลี่ยงไปจากกระจกหน้าต่างเท่านั้นเอง

ในส่วนของความชื้นที่กระจกบังลมหน้า ส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่ด้านล่างของกระจก มักจะเกิดจากการที่ผู้ขับรถ ปรับทิศทางของลมจากเครื่องปรับอากาศไปโดนกระจกบริเวณดังกล่าว ซึ่งมักจะเชื่อกันว่าเป็นการปรับทิศทางลมไปสู่ตำแหน่ง “ไล่ฝ้า” แต่เป็นการปรับหรือใช้งานผิดหลักการทำงาน โดยหากต้องการปรับทิศทางลมไปสู่ตำแหน่งไล่ฝ้าจริง ต้องปรับให้อุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ต่ำกว่าอุณหภูมิภายนอกรถด้วย จึงจะมีโอกาสเกิดฝ้าที่ด้านล่างของกระจกได้น้อยลง

หลายครั้งที่ความชื้นในห้องโดยสารมีสูงมากขึ้นอันเนื่องมาจากการปรับเครื่องปรับอากาศให้มีอุณหภูมิสูงกว่าภายนอก จนทำให้มีหยดน้ำเกิดขึ้นที่พวงมาลัย ทำให้พวงมาลัยลื่นจนอาจจะเกิดอุบัติเหตุตามมาได้ เพราะฉะนั้นวิธีการป้องกันการเกิดฝ้า หรือเกิดความชื้นกับอุปกรณ์ต่างๆในรถยนต์ สามารถป้องกันได้ไม่ยากนัก

เพียงแค่ทำให้อุณหภูมิภายในห้องโดยสารต่ำกว่าภายนอก และหากรู้สึกว่าหนาว ให้แก้ไขด้วยการลดความแรงของพัดลม อย่าไปลดระดับอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศเป็นอันขาด หากยังรู้สึกว่าหนาวอยู่อีก ก็ต้องสวมเสื้อกันหนาวที่ติดประจำรถเอาไว้

หรือมิเช่นนั้นก็ต้องปิดเครื่องปรับอากาศในรถ และเปิดกระจกหน้าต่างให้อากาศภายนอกเข้ามาในห้องโดยสาร เพื่อทำให้อุณหภูมิภายนอกและภายในห้องโดยสารอยู่ในระดับเดียวกัน ซึ่งพอจะช่วยลดการเกิดฝ้าที่กระจกรถ และช่วยลดความชื้นที่จะมาเกาะตามอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องโดยสารลงไปได้ครับ