ญี่ปุ่นมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อตอบสนองการจัดงานวิถีใหม่
โตเกียวโอลิมปิกปิดฉากลงไปแล้วอย่างน่าประทับใจ แม้จะเริ่มต้นด้วยความขลุกขลักเพราะคนทั่วโลกไม่มั่นใจว่าจะจัดงานได้หรือไม่ท่ามกลางการระบาดอย่างหนักของโควิด 19 ระลอกใหม่ แต่ญี่ปุ่นก็พิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นถึงวิถีใหม่ในการจัดงานโอลิมปิกที่มีโรคระบาดเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน
การจัดมหกรรมทางกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกครั้งนี้ ประเทศญี่ปุ่นจึงมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อตอบสนองการจัดงานวิถีใหม่ ซึ่งเกริ่นไว้ในThink out of The Box ฉบับที่แล้วถึงระบบกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ที่ทำหน้าที่คัดกรองนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้สื่อข่าว ฯลฯ โดยใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่พัฒนาโดย Riken และ Fujitsu ใช้ป้องกันทั้งความปลอดภัยทั่วไปและโควิด-19 ไปพร้อมๆ กัน
เทคโนโลยีที่น่าจับตาประการที่ 2 ที่ญี่ปุ่นนำมาใช้ในโอลิมปิกครั้งนี้คือการถ่ายทอดสดด้วยเครือข่าย 5G ที่นำโดย NTT Docomo บริหารจัดการโครงข่าย 5G ในครั้งนี้
โดยไม่ได้ใช้แค่กล้องจับภาพการแข่งขันแต่ยังมีโดรนและกล้อง 360 องศา และกล้องออกแบบพิเศษอีกหลายตัวเพื่อจับทุกความเคลื่อนไหวของนักกีฬาทำให้ได้ภาพคมชัดและมีมุมมองที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
การแข่งขันกีฬาทุกประเภทจึงมีมุมมองที่หลากหลายให้ผู้ชมกีฬาจากทั่วโลกสนุกเหมือนมาชมอยู่ข้างๆ สนาม และมีภาพสโลว์โมชั่นให้เห็นจังหวะสำคัญต่างๆ ได้อย่างชัดเจน รวมถึงเทคโนโลยีมากมาย ที่ช่วยให้กรรมการตัดสินได้อย่างถูกต้องแม้สายตาจะมองตามไม่ทันก็ตาม
หนึ่งในเทคโนโลยีที่นำมาใช้ในการถ่ายทอดสดเป็นของอินเทลที่พัฒนาระบบติดตามนักกรีฑาที่แสดงชื่อและข้อมูลของนักกีฬาแบบเรียลไทม์ บอกให้ผู้ชมทางบ้านรู้ว่าใครกำลังนำอยู่ในอันดับแรก ๆ พร้อมข้อมูลสำคัญเช่นมาจากประเทศไหน สภาพร่างกายเป็นอย่างไร
ประการที่ 3 ที่น่าประทับใจคือ “เสียงเชียร์” จากกองเชียร์ที่หายไปในการแข่งขันครั้งนี้ด้วยการระบาดของโควิด-19 ทำให้กองเชียร์จากทั่วโลกไม่สามารถเข้ามาส่งเสียงเชียร์นักกีฬาของประเทศตัวเองในขณะแข่งขันได้แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรคต่อการแข่งขันในครั้งนี้เลย
เพราะเจ้าภาพจัดเสียงเชียร์ที่ผสมผสานกองเชียร์ของประเทศต่างๆ เพื่อเปิดให้กับนักกีฬาระหว่างแข่งขัน เพื่อสร้างบรรยากาศให้เหมือนกับมีผู้ชมอยู่ข้างสนามเหมือนในภาวะปกติ และยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมจากทั่วโลกส่งคลิปตัวเองขณะร่วมเชียร์เข้ามายังสนามแข่งขันให้นักกีฬาได้เห็นว่ามีคนเชียร์พวกเขาอยู่เสมอ
ประการสุดท้ายคือความละเอียดอ่อนของญี่ปุ่นต่อประเด็นโลกร้อนจึงทำให้ญี่ปุ่นเปิดรับขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือเก่ามาตั้งแต่ปี 2017 เพื่อรีไซเคิลเป็นเหรียญรางวัลประเภทต่างๆ ซึ่งรวบรวมโทรศัพท์มือถือเก่าได้ถึง 6,210,000 เครื่อง
จากขยะอิเล็กทรอนิกส์เกือบ 80,000 ตันสกัดออกมาเป็นแร่ทองคำ 32 กิโลกรัม แร่เงิน 3,500 กิโลกรัม และทองแดง 2,200 กิโลกรัม ซึ่งทั้งหมดถูกนำมาเป็นเหรียญรางวัลมอบให้กับนักกีฬาในครั้งนี้ เช่นเดียวกับแท่นรับเหรียญรางวัลก็เป็นพลาสติกที่ได้จากกระบวนการรีไซเคิลซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นบรรจุภันฑ์ได้หลังการแข่งขันสิ้นสุดลง
นโยบายเหล่านี้ของญี่ปุ่นสะท้อนให้เห็นว่าการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถทำควบคู่ไปกับการใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะปัญหาที่เกิดจากสภาวะโลกร้อนนั้นรุนแรงขึ้นทุกขณะ ผลกระทบที่เราได้เห็นไม่ว่าจะเป็นฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์จนทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในเยอรมันนี เบลเยี่ยม จีนล้วนมาจากสภาวะโลกร้อนเป็นหลัก
แม้โอลิมปิกได้ปิดฉากลงไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ในใจของผู้คนตลอดไปนั่นก็คือ ความมีสปิริตที่มีให้กันของนักกีฬาที่เข้าแข่งขัน ทั้งผู้แพ้ หรือ ผู้ชนะ เพราะเมื่อเกมส์จบลงแล้ว ต่างก็คือเพื่อนนักกีฬาด้วยกัน รวมถึงความเป็นมิตรที่มีให้กันของประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน
เพราะกีฬาโอลิมปิกนี้ถือเป็นกีฬาของมวลมนุษยชาติในโลกใบนี้ และปฏิเสธไม่ได้ถึงความสุดยอดของเทคโนโลยีที่นำมาประยุกต์มาใช้ในโอลิมปิกครั้งนี้ได้อย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งเราสามารถนำไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันหรือนำไปพัฒนาธุรกิจให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น
และท้ายสุดคือการใส่ใจสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนบนโลกใบนี้ย่อมต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันอย่างปฏิเสธไม่ได้ การพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมในโลกก็สามารถทำได้เช่นกัน
หากเราไม่ใส่ใจในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นับวันจะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อคนรุ่นต่อๆ ไป เราจึงต้องร่วมมือกันรักษาโลกใบนี้ไว้เพื่อลูกหลานเราในอนาคต









