ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

ดูบทความทั้งหมด

กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

22 กรกฎาคม 2564
155

Renewable Energy…Recharge พลังการค้าการลงทุนไทย

ก๊าซเรือนกระจกเป็นปัญหาใหญ่ที่ประชากรโลกต้องร่วมกันรับผิดชอบและร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน

 จึงมีหลายประเทศออกมาประกาศเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนกันอย่างจริงจัง พร้อมมีท่าทีที่จะนำมาตรการสิ่งแวดล้อมมาเป็นเงื่อนไขเชื่อมโยงกับการค้าการลงทุนระหว่างประเทศในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งอาจนำมาสู่ข้อจำกัดด้านการค้าการลงทุน โดยเฉพาะประเทศที่ไม่สามารถดำเนินการตามข้อกำหนดการปล่อยคาร์บอนได้ อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเงื่อนไขใหม่ด้านการค้าการลงทุนดังกล่าวอาจช่วยให้ไทยกลับมาทวงคืนการส่งออกและเม็ดเงินลงทุนได้เพิ่มขึ้น โดยมีพลังงานหมุนเวียนเป็นกุญแจสำคัญผ่านกลไก “3 สร้าง” ได้แก่

  • สร้างไฟฟ้าสะอาดเพื่อเสริมเสน่ห์การเป็น Strategic Area ที่ตอบโจทย์การลงทุนอย่างยั่งยืน เนื่องจากพลังงานเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การที่ประเทศไทยมีไฟฟ้าสะอาดหรือไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานหมุนเวียนในประเทศเพิ่มขึ้นจะช่วยให้ประเทศไทยรับมือได้ดียิ่งขึ้นกับความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย เช่น การเข้าสู่โลกดิจิทัล อาทิ e-Commerce และ e-Banking อย่างแพร่หลาย ความต้องการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างโทรศัพท์มือถือ เครื่องปรับอากาศ และ Tablet ที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนกระแสมาแรงอย่างการใช้ EV ซึ่งคาดกันว่าจะมีจำนวนการใช้ EV สะสมในประเทศไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคันภายในปี 2568 และจะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 5 ล้านคันในปี 2573 นอกจากนี้ การที่ไทยมีแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดความสนใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีจุดยืนในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมให้หันมามองประเทศไทยมากขึ้น
  • สร้างที่ยืนอย่างมั่นคงในตลาดการค้า เนื่องจากสหรัฐฯ และ EU ซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญของไทย
    มีแนวคิดจะนำมาตรการทางการค้าอย่างเข้มงวดมาใช้กับสินค้าและบริการที่ก่อให้เกิดการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง เช่น เก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกับสินค้าที่มีปริมาณการปล่อยคาร์บอนที่แท้จริงในกระบวนการผลิตสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือแม้กระทั่งเข้มงวดกับการติดฉลากคาร์บอนเพื่อให้ผู้บริโภคทราบถึงปริมาณการปล่อยคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ต่าง
    ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ผลิตสินค้าในประเทศต่าง ๆ หันมาปรับปรุงกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและปล่อยคาร์บอนลดลง ดังนั้นหากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับตัวได้ทัน ก็อาจต้องสูญเสียตลาดเหล่านี้ไป การใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดจึงเป็นหนทางทวงคืนตลาดเหล่านี้กลับคืนมา
  • สร้างการลงทุนใหม่ในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะอาเซียน ซึ่งยังต้องพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หันมาให้ความสนใจกับการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุน โดยเฉพาะรายใหญ่ระดับโลก มีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปเลือกลงทุนในประเทศที่ใช้พลังงานสะอาด เพื่อแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ และสอดคล้องกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ประเทศที่เป็นฐานการผลิตของบริษัทระดับโลกหรือต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม และอินโดนีเซีย มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนในประเทศอย่างจริงจัง จึงเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการพลังงานหมุนเวียนของไทยจะเข้าไปลงทุนในประเทศดังกล่าว ทั้งนี้ การลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นก่อให้เกิดความต้องการใช้สินค้าและบริการที่เกี่ยวเนื่องตามไปด้วย อาทิ อุปกรณ์จัดเก็บพลังงาน แผงโซลาร์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ

              ที่ผ่านมา EXIM BANK เป็นสถาบันการเงินที่บุกเบิกการสนับสนุนโครงการพลังงานสะอาดของผู้ประกอบการไทย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้เกิดการลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดแล้วกว่า 150 โครงการ เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งการสนับสนุนโดยตรง และร่วมกับสถาบันการเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ World Bank, IFC และ ADB สำหรับในช่วงต่อจากนี้ ความพยายามของนานาประเทศในการแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนจะเปิดโอกาสให้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเติบโตอย่างก้าวกระโดด EXIM BANK ในฐานะที่กำลังจะก้าวสู่การเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างเต็มตัว ก็พร้อมนำทัพสนับสนุนธุรกิจพลังงานหมุนเวียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนท่ามกลางกระแสโลกสีเขียวที่นับวันจะเข้มข้นขึ้นครับ

 

 

Disclaimer: คอลัมน์นี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล จึงไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับความคิดเห็นของ EXIM BANK

 

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร

แชร์ข่าว :
Tags: