CEO Blog

โอกาสสร้างพลังบวก

วิกฤติที่เกิดขึ้นย่อมผ่านมาและผ่านไป แต่ทุกวิกฤติย่อมสร้างโอกาส

ตลอดอาทิตย์นี้เป็นช่วงเวลาที่คนไทยหลาย ๆ คนได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ผ่านอุปสรรคนานับประการกว่าจะมาถึงประเทศไทย ซึ่งนับจากนี้เป็นต้นไป หากแผนการจัดหา และการกระจายวัคซีนเป็นไปได้ด้วยดี ก็จะช่วยแก้วิกฤติการระบาดของโรค ลดอัตราเสี่ยง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้คนทั่วไปเป็นวงกว้าง และเมื่อทุกอย่างดีขึ้นก็จะสามารถคลายวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคนี้ ให้ค่อยๆเริ่มกลับมาดีขึ้นจนเข้าสู่สภาวะปกติ

วิถีชีวิตของเราที่ต้องเปลี่ยนไปเพราะโรคระบาดกำลังจะค่อย ๆ คลี่คลายลงทีละน้อย แม้เราจะเรียกมันว่านิวนอร์มอลที่หมายถึงความปกติในรูปแบบใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันก็คือความผิดปกติที่เกิดขึ้นและกำลังจะผ่านพ้นไป

สิ่งที่เราเรียนรู้ได้จากวิกฤติครั้งนี้ ก็มีตั้งแต่ผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดคือติดเชื้อจนถึงขั้นสูญเสียชีวิตซึ่งอาจเป็นญาติพี่น้องของเราหรือเพื่อนร่วมงาน ซึ่งเราไม่สามารถย้อนอดีตไปแก้ไขอะไรให้ดีขึ้นได้ เราได้แต่หวังว่าบทเรียนจากความสูญเสียในครั้งนี้จะช่วยให้เราวางแผนรับมือกับวิกฤติการณ์คล้ายกันนี้ที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

สำหรับคนที่อยู่รอดปลอดภัย ไม่ติดเชื้อแต่ก็ได้รับผลกระทบจากการระบาดจนทำให้ธุรกิจมีปัญหา หรือต้องตกงานเพราะบริษัทที่ทำอยู่ต้องปิดกิจการลง ก็ต้องมองในอีกแง่หนึ่งว่าเรายังโชคดีที่มีชีวิตอยู่รอดมาได้ และโชคดีมากหากคนในครอบครัวทุกคนไม่มีใครติดเชื้อจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

การมองโลกในแง่บวกถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในวิกฤติครั้งนี้ เพราะในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก การมองโลกอย่างเข้าใจชีวิตจะทำให้เรามีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไป

หากเรามองโควิดเป็นเพียงอุปสรรคประการหนึ่งในชีวิต เราก็ต้องหาทางก้าวข้ามมันไปให้ได้ หากเราไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ ก็ต้องคิดให้ได้ว่าการที่เรารักษาตัวจนอยู่รอดปลอดภัยจากโควิดได้ ก็ถือเป็นชัยชนะเบื้องต้นแล้ว หากเราสู้ต่อจนเอาชนะวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นได้ ก็ยิ่งทำให้เราเข้มแข็งยิ่งขึ้นจนพร้อมรับวิกฤติใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

อย่าลืมว่าวิกฤติการณ์ครั้งนี้ แม้จะมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 3.7 ล้านคน แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับโรคระบาดครั้งใหญ่ในอดีตกว่าร้อยปีที่แล้ว อย่างไข้หวัดสเปน ที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกไปเกือบ 50 ล้านคน ซึ่งท้ายที่สุดเราก็ก้าวข้ามผ่านวิกฤติการณ์ในครั้งนั้นมาจนได้ หากเราเข้าใจในสัจธรรมดังกล่าว เราก็ย่อมโล่งใจ และเริ่มรู้สึกยอมรับในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ได้ เพราะมันเป็นเพียงจังหวะหนึ่งของชีวิต และอุปสรรคดังกล่าวจะไม่มีวันทำให้เราล้มลงรวมถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในเวลานี้ก็จะไม่ส่งผลต่อเนื่องไปทั้งชีวิต

วิกฤติที่เกิดขึ้นย่อมผ่านมาและผ่านไป แต่ทุกวิกฤติย่อมสร้างโอกาส โดยเฉพาะในครั้งนี้ที่กระตุ้นให้สังคมไทยเกิดการแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่กันมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะคนที่อยู่รอดตระหนักดีว่าการอยู่รอดเพียงลำพังจะไม่มีประโยชน์เลยหากสังคมส่วนรวมมีปัญหา

ความต้องการช่วยเหลือผู้อื่นถือเป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว โดยเฉพาะในยามยากที่มีผู้เดือดร้อนเป็นจำนวนมาก การที่เราได้รับผลกระทบไม่มากนัก หรือไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จึงเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรใส่ใจต่อสังคมรอบข้างเพราะท้ายที่สุดแล้ว

เราจะเห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นจะกระจายเป็นวงกว้างอย่างควบคุมไม่ได้การทำความเข้าใจยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และหันมาช่วยเหลือซึ่งกันและกันจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราก้าวข้ามวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้ในที่สุด