ธีรพล แซ่ตั้ง

ดูบทความทั้งหมด

คิดแบบกลยุทธ์ ทำแบบมืออาชีพ

21 กุมภาพันธ์ 2564
405

สิ่งที่ทำให้คนเก่งจำนวนไม่น้อย..ล้มเหลว!

คนเก่งที่เก่งจริงๆ ที่ประสบความสำเร็จยาวนานมีไม่มาก แต่ที่พบเห็นกันมากคือคนเก่งที่เคยเก่ง

นิยามของคนเก่ง ขึ้นอยู่กับ การรับรู้/ภาพจำแต่ละคน ที่ได้รับจากสื่อทุกชนิด และประสบการณ์ที่เคยพบเคยคุยเคยร่วมงานกับคนเก่งๆเหล่านี้ และยิ่งคนเก่งๆทั้งระดับประเทศ ไปจนถึงระดับทั่วไปที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทำสิ่งใดแล้วประสบความสำเร็จ ยิ่งประสบความสำเร็จแบบต่อเนื่อง ยิ่งได้รับการยอมรับ

คนเก่งที่เก่งจริงๆ ที่ประสบความสำเร็จยาวนานมีไม่มาก แต่ที่พบเห็นกันมากคือคนเก่งที่เคยเก่ง สุดท้ายมีจำนวนไม่น้อยที่คนเก่งเหล่านี้ ล้มเหลว จนกระทั่งหายไปจากการรับรู้ของผู้คน

คนเก่งจะมีคุณลักษณะคล้ายๆ กันหลายอย่าง เช่น ชอบเรียนรู้ มีเป้าหมายชัดเจน ทุ่มเท ไม่กลัวความล้มเหลว กล้าได้กล้าเสีย มุ่งมั่น โดยเฉพาะมีความมั่นใจในตัวเองสูง แต่คุณสมบัติบางอย่างเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้ามีมากเกินไป...

คนเก่งจำนวนไม่น้อยที่ล้มเหลว มักจะเป็นแบบนี้...

1.มั่นใจในตัวเอง.. มากเกินไปจนไม่ยอมรับฟังใคร

ความมั่นใจเป็นคุณลักษณะที่ดีและจำเป็น สำหรับการจะทำอะไรก็ตาม เพราะไม่มีใครชอบคนที่ขี้กลัว หรือประหม่าขาดความมั่นใจ แต่ความมั่นใจมักจะเป็นดาบสองคมถ้ามีมากเกินไป!

ความมั่นใจที่พอดีไม่ล้น เป็นเหมือนคมของดาบที่จะทำให้ฝ่าฟันอุปสรรค ปัญหาให้ไปสู่เป้าหมายได้ แต่ความมั่นใจที่ ล้นจนเกินพอดี มั่นใจแบบไร้สติ มั่นใจมากเกินไป เป็นเหมือนคมอีกด้านของดาบที่จะกลับมาฟาดฟันตนเองในท้ายที่สุด

ลองสังเกตุวิธีการสื่อสารของคนที่มั่นใจแต่ละแบบดูสิครับ ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์ การพูด ที่ท่านเห็นตามสื่อต่างๆ ลองหลับตานึกภาพดู ท่านจะเห็นการพูดของคนที่มั่นใจแบบพอดีๆไม่ล้น ไม่ทับถมดูถูกใคร ส่วนคนที่มั่นใจมากเกิน ท่าจะเห็นทั้ง สีหน้า แววตา น้ำเสียง คำพูด ที่แสดงออกถึงความมั่นใจแบบโอหัง ลำพอง คล้ายกับคนพูดนั้น เก่งที่สุดในจักรวาล...

คำถามคือ ท่านคิดว่าจะมีซักกี่คน ที่ชอบที่จะติดต่อ พูดคุย ทำงานกับคนที่มั่นใจจนล้นทะลักแบบนี้!?

เป็นไปได้ว่า สาเหตุที่คนเก่งประเภทนี้ มั่นใจมากเกินไปก็เพราะ...

2.ถูกสปอยด์ (Spoil).. จนลำพอง เริ่มมองไม่เห็นหัวคนอื่น!

คนเก่งๆ หรือคนที่ดูเหมือนเก่ง ย่อมเคยทำอะไรสำเร็จมาบ้าง และเมื่อได้รับความสำเร็จ ก็มักจะถูกสภาพแวดล้อม ผู้คนทั่วไป ผู้คนที่ห้อมล้อม ไปจนถึงลูกน้องสปอยด์ ยกยอมากกว่ายกย่องอย่างแท้จริง

แต่คนเก่งประเภทนี้จะแยกไม่ออก ว่าคำยกยอนั้น เกินจริงหรือไม่ อวยซะไส้แตกปานนั้น แต่กลับกลายเป็นเสพติดคำยกยอคำชื่นชมไปจนเคยตัว หนักเข้า ก็จะซึมซับสิ่งเหล้านั้นเข้าสายเลือดไปจนถึงขั้น

สปอยด์ตัวเอง หลงเงาตัวเอง! ทุกๆวันทุกๆลมหายใจเข้าออก!

คนรอบข้างก็ยกยอ ตัวเองก็ยกยอตัวเอง เป็นแบบนี้ทุกวัน ความเก่งที่มีจึงถูกบดบังด้วยคำยกยอจนทำให้ลำพอง ทำให้เหลิง เริ่มไม่เห็นใครอยู่ในสายตา!

เมื่อคนเรามั่นใจถึงขีดสุดล้นทะลัก จะเริ่มไม่ฟังใคร เพราะต้องการได้ยินแต่สิ่งที่ 'อยากได้ยิน' เราจะเรียกว่า 'อาการหูดับ' ของคนเก่งก็ได้! ตามมาด้วยอาการ 'ปากเป็นพิษ' ที่ไม่ได้เกิดจากกินอะไรแล้วอาหารเป็นพิษจนท้องเสีย แต่เกิดจาก การเสพคำชื่นชมจนเคยตัว หูต้องการได้ยินแต่คำชื่นชม ไม่ต้องการได้ยินความเป็นจริง หูจึงดับ และ ขยับปากแต่ละครั้ง ก็เต็มไปด้วยคำพูดที่ดูถูกคู่แข่ง ดูถูกสบประมาทคนทุกคน มีแต่คำพูดที่คนฟังแล้วหมั่นไส้

ผลที่ตามมาก็คือ....

3.เพิ่มศัตรู.. ลดมิตรสหาย

เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่คนเก่ง จะประสบความสำเร็จได้โดยทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพียงคนเดียว คนเก่งจะมีคู่คิด หรือมีผู้ช่วยหรือมีคนแวดล้อมช่วยคิดช่วยทำ ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม ช่วยทำให้ประสบความสำเร็จได้

แต่ส่วนมาก... คนเก่ง มักจะรับเครดิตไปเพียงคนเดียว เต็มๆ! (น่าน้อยใจแทนทีมงาน หรือคู่คิดหรือผู้ช่วยและผู้สนับสนุน กรุยทางไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจริงๆ)

เมื่อถึงวันที่ประสบความสำเร็จ มีคนเก่งจำนวนน้อยเท่านั้น ที่ยังให้ความสำคัญ ให้เครดิตกับทีมงาน กับคนรอบข้าง กับคนที่ช่วยให้คนเก่งคนนี้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะช่วยทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

คนเก่ง (ที่กำลังจะล้มเหลวในอนาคตอันใกล้) จำนวนมาก มักจะลืมตัว ละเลย มองข้ามคนที่เคยช่วย คนที่ช่วยทำให้งานประสบความสำเร็จ ... อันนี้เรียกว่า “ลดมิตรสหาย”

เมื่อ 'มิตรสหาย' ที่หมายรวมถึงคนทุกคนที่มีส่วนช่วยทั้งกำลังความคิด แรงกาย ทุน หรืออื่นๆ ลดลง 'หายนะ' เริ่มคืบคลานเข้ามา เพราะคนเก่งบางคน เปลี่ยนมิตรสหายที่เคยช่วยเหลือให้เป็นศัตรูไปซะงั้น!

เท่านั้นยังไม่สาแก่ใจ คนเก่งบางคนยังขยัน 'เพิ่มศัตรู' ด้วยโรค 'ปากเป็นพิษ' สร้างศัตรูไปทั่ว เพราะลำพองกับความสำเร็จของตนเอง มักจะคิดไปว่า ความสำเร็จเกิดจากความสามารถของตนเองเพียงคนเดียว! เท่านั้นยังไม่พอ เนื่องจากประสบความสำเร็จมา ก็ยิ่งทำให้....

4.ยึดติดกับ ความสำเร็จและวิธีในอดีต

คนเก่งจำนวนไม่น้อย มักจะยึดติดวิธีการของตนเองที่เคยทำแล้วประสบความสำเร็จ ก็จะนำวิธีคิด วิธีการแบบที่เคยทำ มาทำในสถานการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม แล้วคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จแบบเดิมอีกครั้ง

เมื่อยึดติดกับอดีต ก็เลยทำให้...ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ไม่ค่อยปรับตัว อาการ 'หูดับ' ยังรักษาไม่หายเพราะไม่ฟังใครนอกจากตัวเอง จากที่เคยชอบเรียนรู้ ก็ลดการเรียนรู้ลง แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจแบบผิดๆที่ติดกับวิธีการเดิมๆ สุดท้าย จากที่เคยเก่ง ก็เริ่มดับ และล้มเหลว

คนที่เก่งจริง จะไม่ทำ จะไม่เป็นทั้ง 4 แบบข้างต้น คนที่เก่งจริงจะถ่อมตัว ไม่หลงระเริง พร้อมที่จะลืมความสำเร็จ และเรียนรู้ตลอดเวลา เพราะรู้สัจธรรมว่า ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งกว่าใครในปฐพี ก็จะไม่มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จอีกต่อไป

ขอให้คนเก่งทุกท่าน เป็นคนเก่งที่เก่งและประสบความสำเร็จแบบยั่งยืนครับ.

ดูบทความทั้งหมดของ ธีรพล แซ่ตั้ง

แชร์ข่าว :