ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญธุรกิจค้าปลีก

15 กุมภาพันธ์ 2564
397

มาบ่มเพาะสร้างนิสัยดีๆ กัน

เราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่มีนิสัยในแบบที่เราต้องการได้ โดยมีแนวคิดพื้นฐานคือ “เปลี่ยนแปลงสิ่งเล็ก ๆ” และ “ เปลี่ยนแปลงตัวตน

หลายคนทราบดีว่า การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญ แล้วเราก็ลุกขึ้นมาออกกำลังกายได้สัก 2-3 สัปดาห์ จากนั้นก็เลิกล้มไป! สาเหตุที่เรามักจะทำอะไรต่อเนื่องไม่สำเร็จ ก็เพราะมนุษย์ก็มีพลังใจจำกัด เมื่อพลังใจหมดไป เราก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ทางออกคือเราจะต้องเปลี่ยนสิ่งที่เราอยากจะทำให้กลายเป็น “นิสัย” เพราะ นิสัยไม่ต้องการพลังใจ เราสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ แต่คำถาม...แล้วเราจะสร้าง “นิสัย” เหล่านี้ ให้มาอยู่อย่างคงทนถาวรได้อย่างไร?

James Clear ผู้เขียนหนังสือ Atomic Habits บอกว่า เราทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นคนที่มีนิสัยในแบบที่เราต้องการได้ โดยมีแนวคิดพื้นฐานคือ “เปลี่ยนแปลงสิ่งเล็ก ๆ” และ “ เปลี่ยนแปลงตัวตน”

กฎของการสร้าง “นิสัย” อยู่ 4 กฎ ของ James Clear

กฎข้อที่ 1 Make It Obvious ถ้าเราอยากวิ่งให้เป็นนิสัย เราต้องทำให้การวิ่งเป็นนิสัย มีความชัดเจน เห็นได้ง่าย เช่น เราควรมีการกำหนดเวลาในการวิ่ง หรือ เตรียมชุดเสื้อผ้ารองเท้าวิ่งให้พร้อม

กฏข้อที่ 2 Make It Attractive ถ้าเราอยากวิ่งให้เป็นนิสัย เราควรทำให้การวิ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ถ้าเราอยากสร้างนิสัยในการวิ่ง เราก็ควรไปในที่ที่คนวิ่งกันเยอะๆ มันจะสร้างบรรยากาศกระตุ้นให้เราอยากวิ่งด้วยทันที

กฎข้อที่ 3 Make It Easy ถ้าเราอยากวิ่งให้เป็นนิสัย ควรทำให้การวิ่งเป็นสิ่งที่มันง่ายที่สุดสำหรับเรา เช่น เราอยากจะวิ่งให้เป็นนิสัย พยายามหาที่วิ่งที่ไม่ต้องขับรถไปนาน ๆ ยิ่งเดินไปได้เลยยิ่งดี เพราะพอยิ่งง่าย เราก็จะยิ่งอยากทำ

กฏข้อที่ 4 Make It Satisfying ถ้าเราอยากวิ่งให้เป็นนิสัย ควรทำให้การวิ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความพึงพอใจ หากเราทำอะไรแล้วมีความสุข เราจะมีแนวโน้มที่จะทำต่อ แต่ความสุขที่ว่านั้นควรเป็นความสุขที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากเราได้ทำสิ่งนั้นเสร็จ เช่น ถ้าเราบอกว่า เราอยากจะวิ่ง เพื่อที่จะทำให้เราสุขภาพดี แบบนี้อาจจะยังไม่พอ เพราะสุขภาพดี มันไม่ได้เกิดขึ้นทันทีหลังจากเราวิ่งเสร็จ เราต้องหาสิ่งที่เราพึงพอใจทันที เช่น การใช้เทคนิคที่เรียกว่า Habit Tracking คือการวัดผล เช่น พอวิ่งเสร็จมาดูสถิติว่าเราทำได้ดีเพียงใด อย่างนี้จะทำให้เรามีความพึงพอใจในขั้นต้นก่อน และในที่สุดสิ่งนี้ก็จะกลายเป็นนิสัยในที่สุด

ข้อคิดบางประการที่ผมได้จากหนังสือเล่มนี้

1.ทำวันนี้ให้ดีกว่าเมื่อวาน ขอแค่ดีขึ้นวันละ 1% แต่พอผ่านไป 1 ปี จะกลายเป็นคนที่มีนิสัยดีกว่าเดิม 37 เท่า ! แต่ถ้าอยู่เฉย ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย เราก็จะอยู่ที่เดิมอยู่อย่างนั้นต่อไป

2.ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้เกิดจากการกระทำที่เราสะสมมา ในวันข้างหลังเป็นไปไม่ได้เลยที่เริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองวันนี้ แล้วพรุ่งนี้กลายเป็นคนใหม่ได้ทันที เราทุกคนจะต้องพบกับความผิดหวังในช่วงแรกๆ หากอดทนทำต่อไปได้เรื่อยๆ จนผ่านจุด “พลิกผัน” ไปได้ เมื่อนั้นเราก็จะพบกับรางวัลที่รอเราอยู่

3.ผลลัพธ์เกิดจากกระบวนการไม่ใช่เป้าหมาย การที่เราลดน้ำหนักได้ 5 kg ไม่ใช่เป็นเพราะตั้งเป้าว่าจะลดน้ำหนัก 5 kg แต่เป็นเพราะเราออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารขยะ เป้าหมายนั้นดีสำหรับการกำหนดทิศทาง แต่กระบวนการต่างหากที่จะพาเราไปสู่ผัลลัพธ์ที่ต้องการ

4.ปัจจัยกระตุ้นต้อง “เห็นชัด” ปัจจัยกระตุ้นที่ดีที่สุดก็คือ “สภาพแวดล้อม” อยากเป็นคนแบบไหนก็ให้เอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนั้น หากไม่มีสภาพแวดล้อมแบบที่ต้องการ ก็สร้างมันขึ้นมาเอง เช่น กำหนดว่าเตียงมีไว้นอนเท่านั้นหมายความว่าเราจะเล่นโทรศัพท์หรือโน๊ตบุ๊คบนเตียงไม่ได้อีกต่อไป

5.มนุษย์ชอบ “ทำอะไรง่ายๆ” และไม่ชอบ “ทำอะไรยากๆ” อยากมีนิสัยแบบไหน ก็แค่ทำให้นิสัยนั้นแสดงได้ง่าย เช่น เตรียมชุดออกกำลังกายไว้ล่วงหน้า ทำให้เมื่อถึงเวลาจะได้ไม่ต้องยุ่งยากเตรียมชุดอีก

6.คนเราเกิดมาไม่เหมือนกัน อาจฟังดูเป็นข้ออ้าง แต่มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ หากิจกรรมหรือนิสัยที่เราทำแล้วมีความสุข สำคัญคือเป็นตัวของเราเองจริง ๆ

ไม่จำเป็นต้องไปตามใคร

7.อย่าหยุดพัฒนาตัวเอง หลังจากสร้างนิสัยที่ดีได้แล้ว ข้อควรระวังคือ “เรามักจะเหลิง” และหยุดพัฒนาตัวเอง แย่ไปกว่านั้น นิสัยที่เราเพิ่งได้มาจะค่อย ๆ หายไปเรื่อย ๆ

เพราะไม่เพียงแต่เราหยุดพัฒนาตัวเอง แต่เรามักจะเผลอละเลยนิสัยนั้นไปเรื่อยๆ จนสูญเสียไปในที่สุด

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์

แชร์ข่าว :
Tags: