ปีใหม่ อยากเริ่ม(ลงทุน)ใหม่

ในปี 2563 ที่ผ่านมา คงหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้ไม่ได้เลยนะครับ

กับเรื่อง Covid-19 เจ้าเชื้อตัวร้าย ที่ทำให้เป็นมหันตภัยครั้งยิ่งใหญ่ของโลก ที่ทำให้มีคนติดเชื้อหลายล้านคน คนเสียชีวิตอีกมากมาย หลายประเทศต้องปิดประเทศเพื่อควบคุมการแพร่เชื้อนี้ รวมไปถึง New normal ที่เกิดขึ้นหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการที่ต้อง Work from home การต้องใส่หน้ากากกันตลอดเวลา หรือการสั่งสินค้าออนไลน์ที่ทำให้ตลาดออนไลน์นั่นเติบโตขึ้นอย่างมาก และอีกอย่างที่จะไม่พูดถึงเลยก็คงไม่ได้ นั่นคือการเปิดบัญชีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มากขึ้นกว่าก่อนการมี Covid-19 อย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งๆที่ SET ลงไปต่ำกว่าพันจุด จนถึงมีเหตุการณ์ Circuit breaker แต่หลายๆท่านคงสงสัยใช่มั้ยครับ ว่าทั้งๆที่สถานการณ์เป็นแบบนี้นี้มันคือวิกฤติ แต่ทำไมถึงมีการเปิดบัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น ก็เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้มองว่ามันคือวิกฤติ

แต่มองว่านี่คือโอกาสครับ

ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคนหลายคนในช่วงที่ผ่านมา เจ้าของธุรกิจบางท่านจากที่เมื่อก่อนยุ่งกับการบริหารธุรกิจจนไม่มีเวลา หรือแม้พนักงานประจำที่ทำงานในบริษัท ต่างก็ยุ่งและมีสิ่งที่ตนเองต้องรับผิดชอบอย่างล้นมือ แต่ด้วย Covid-19 ที่อาจทำให้บางธุรกิจมีงานน้อยลง เช่นธุรกิจการท่องเที่ยว หรือพนักงานที่ต้อง WFH ไม่ต้องเสียเวลาบนท้องถนน ก็ทำให้คนกลุ่มนี้มีเวลาหันมาศึกษาการลงทุนที่มากขึ้น รวมไปถึงคอร์สออนไลน์เกี่ยวกับการลงทุนต่างๆก็มีมากขึ้น นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีการเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ที่มากขึ้นนั่นเอง


และคนกลุ่มนี้เค้ามองว่านี่คือโอกาสอย่างไรนะหรือครับ ผู้อ่านลองคิดตามกันไปนะครับ ว่าการที่ SET ลงแรงๆ ถ้าจะย้อนไปก็จะเกิดเมื่อประมาณปี 2551 ช่วงวิกฤติเหตุการณ์ซับไพร์ม ถ้าเกิดคนที่เข้ามาซื้อตอนที่ SET ลงไปต่ำกว่าพันจุดในช่วงเดือนมีนาคม เท่ากับว่า ได้ลงทุนในของที่มีราคาถูกในรอบหลายปีเลยนะครับ เพราะ หลังจาก มีนาคมแล้ว SET ก็ขึ้นมาตลอดจนกระทั่งปิดปี ทำให้สัดส่วนการซื้อขายหุ้นของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญเลยทีเดียวครับ


เนื่องจากตลาดเปลี่ยนไว หากเราไม่ได้คิดวางแผนมาก่อน ก็อาจทำให้เราไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม วันนี้ผมเลยมีทริกเล็กๆในการเขียนแผนการลงทุนสำหรับคนที่อยากลงทุนในหุ้น เพราะเราต้องมีความรู้บวกกับระเบียบวินัยครับถึงจะทำให้ทุกท่านลงทุนได้อย่างสำเร็จ


ก่อนอื่นเราต้องเริ่มจากการทำแผนการลงทุนโดยประกอบไปด้วย การหาข้อมูลธุรกิจของหลักทรัพย์นั่นๆที่เราจะไปลงทุนไว้ก่อน โดยดูจาก fundamental ธุรกิจ, หา PE, Book Value หรืออาจจะใช้วิธีการทาง Technical เช่นการอ่านกราฟ เป็นต้น และ ต้องมีแพลนในเรื่องของราคาที่เราอยากเข้าด้วย บริษัทที่ดี แต่ราคาที่สูงเกิดไปก็อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่จะเข้าลงทุนก็ได้ ต้องกลับไปลองทำการบ้านในเรื่องของธุรกิจและราคาที่เหมาะสม


สิ่งต่อมาที่สำคัญกว่าการซื้อก็คือการขาย มีคนบอกว่า ไม่ขายไม่ขาดทุน ส่วนตัวผมแล้ว ผมอาจจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับประโยคนี้เท่าไร เพราะว่าจริงๆแล้วเราอาจจะขาดทุนไปแล้ว แต่รับความจริงไม่ได้ เลยยังไมได้ขายมันออกมาครับ ดังนี้ เราจะต้องมีแผนการขายที่ชัดเจน หากขาดทุน กำหนดจุดราคาไว้ว่าถึงเท่าไรเราจะ Cut loss เพื่อจำกัดความเสียหายไว้ และต้องมีจุดของการ Take Profit ไว้ หรือบางคนก็จะใช้วิธีการ Take Profit แบบ Trailing stop กำหนดจุดออกจากราคาสูงสุดที่หุ้นตัวนี้ทำราคาไว้ อีกจุดที่ผมอยากให้ข้อคิดคือการพยายาม ถ้ากำไรให้ Let profit run ถ้าขาดทุนให้ Cut loss หรือสรุปง่ายๆว่า จงทำกำไรให้มากที่สุดและขาดทุนให้น้อยที่สุดครับ


แต่การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงครับดังนั้น การเริ่มเขียนแผนการลงทุนก่อนจะช่วยเราเมื่อมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วตัดสินใจไม่ทัน เพราะเรายึดแผนที่เราเขียนไว้ตามความตั้งใจตั้งแต่ต้น เพื่อเราจะได้ลงทุนอย่างมีระบบและมีผลกำไรได้ต่อไปครับ


เหมือนกับชีวิตของเราในปีที่ผ่านมา หากเราไม่ได้เขียนวางแผนอะไรในชีวิตไว้เลย เราคงได้รับผลกระทบอย่างมากจริงมั้ยครับ แต่ทุกอย่างทีเกิดขึ้นมันดีเสมอครับ เหตุการณ์ที่ผ่านมาในปี 2563 ถือว่าเป็นคุณครูให้เรา ให้เราเริ่มต้นในการวางแผนชีวิตรวมไปถึงการวางแผนในสิ่งที่ไม่คาดฝันกันอย่างจริงจัง และคอยทำตามแผนที่เราวางไว้อย่างมีวินัย เพื่อบรรลุเป้าหมายชีวิตไปด้วยกันนะครับ


สุดท้ายนี้คงไม่ช้าเกินไปที่ผมจะกล่าวคำว่า สวัสดีปีใหม่2564 แด่ทุกท่านนะครับ ขอพระเจ้าอวยพระพรให้ทุกท่านมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพจิตใจที่มั่นคง การเงินที่มั่งคั่ง ขอพระเจ้าอวยพรครับ