CEO Blog

จ่ายค่าบัตรเครดิตแค่ขั้นต่ำ ยิ่งจ่ายยิ่งเป็นหนี้

สวัสดีครับทุกท่าน เราก็เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายของปีนี้กันแล้วนะครับ และส่งท้ายปีแบบนี้

สิ่งหนึ่งที่หลายๆท่านคงเริ่มเตรียมกัน ก็คือการเริ่มซื้อของขวัญไม่ว่าจะแจกลูกค้า Partner เพื่อนฝูง หรือพี่น้องต่างๆ (อย่าลืมใช้สิทธิ ช้อปดีมีคืน ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบกันด้วยนะครับ สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30,000 บาทครับ)  และหลายๆท่านก็เลือกที่จะใช้บัตรเครดิตในการชำระซื้อของ อาจเป็นเพราะด้วยความสะดวกสบาย หรือ เพราะโปรโมชั่นที่ล่อตาล่อใจก็ตาม  แต่อย่าลืมนะครับ เราต้องใช้บัตรให้ถูกวิธีด้วย บางท่านอาจคิดว่า ไม่เป็นไร จ่ายแค่ขั้นต่ำไปก่อนก็ได้ ไม่เป็นไร วันนี้ผมมีผู้เชี่ยวชาญในด้านการวางแผนการเงินของบริษัท Wealth Creation International Co., Ltd. คุณปิติพงษ์ รุ่งเรืองวุฒิกุล CFP® จะมาเล่าให้ทุกท่านฟังครับ ว่าหากเราไม่ได้จ่ายค่าบัตรเครดิตเต็มจำนวน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อทุกท่านจะได้วางแผนการใช้บัตรในช่วงเทศกาลนี้ได้อย่างดีครับ

“บัตรเครดิต ถือเป็นเครื่องมือทางการเงินอย่างหนึ่งที่สามารถเพิ่มอำนาจการซื้อให้กับผู้ถือบัตรได้จำนวนมากและสามารถหยิบออกมาใช้งานได้ อย่างสะดวกรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ความสะดวกสบาย ก็ย่อมแลกมากับดอกเบี้ยที่ถือว่าสูงกว่าสินเชื่อประเภทอื่นๆอยู่มาก ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดหนี้สินจำนวนมากต่อเจ้าของบัตร ดังนั้นการทำความเข้าใจให้ถูกต้องเกี่ยวกับวิธีการใช้บัตรเครดิตอย่างถูกต้อง จึงเป็นเรื่องสำคัญ

ความเชื่อผิดๆอย่างหนึ่งของผู้ใช้บัตรเครดิตส่วนมากก็คือ ความเชื่อที่ว่า การจ่ายค่าบัตรเครดิต เพียงแค่ขั้นต่ำนั้นก็เพียงพอแล้วในแต่ละเดือน โดยที่หลายๆ คนเข้าใจว่าเป็นสิทธิพิเศษที่ธนาคารเจ้าของบัตรมอบให้กับผู้ถือบัตร ซึ่งความจริงหาเป็นอย่างนั้นไม่ เพราะเมื่อไรที่ ผู้ถือบัตรเริ่มที่จะชำระค่าบัตรเครดิต เพียงแค่ขั้นต่ำแล้วนั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นหนี้ ที่มาพร้อมกับดอกเบี้ยจำนวนมากทันที

โดยดอกเบี้ย ที่เกิดขึ้นนั้นจะมี อยู่ 2 ยอดก็คือ ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย และ ดอกเบี้ยค้างชำระ

โดยดอกเบี้ยที่ใช้จ่ายจะคำนวนจาก  = เงินต้นทั้งหมดที่ค้างจ่าย x  อัตราดอกเบี้ย  x (จำนวนวัน / 365 วัน)

และดอกเบี้ยค้างชำระจะคำนวนจาก = เงินต้นค้างจ่าย x  อัตราดอกเบี้ย  x (จำนวนวัน / 365 วัน)

ตัวอย่างเช่น หาก เรามีการใช้บัตรเครดิต ที่มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 20% ต่อปี ตัดรอบบิลทุกๆวันที่ 25 ของเดือน โดยที่เรานำบัตรไปใช้จ่ายในวันที่ 1 ของเดือน เมษายนเป็นเงิน 20,000 บาท และชำระขั้นต่ำ 10% (2,000 บาท) ในวันที่ 10 พฤษภาคม แล้วนั้น ในเดือนพฤษภาคม จะมียอดหนี้ที่เกิดจาก   

ดอกเบี้ยที่ใช้จ่าย เป็นเงิน 20,000 x 20% x (25/365) (1 เมษายน – 25 เมษายน ) = 273.97 บาท

ดอกเบี้ยค้างชำระ เป็นเงิน (20,000-2,000) x 20% x (16/365) (10 พฤษภาคม – 25 พฤษภาคม ) = 157.80 บาท

เงินต้นที่ค้างชำระ 18,000 บาท

รวมแล้วยอดหนี้เราในเดือนถัดไปจะเท่ากับ 273.97+157.80+18,000 = 18,431.77 บาท

และหากงวดนี้เราจ่ายเพียงแค่ขั้นต่ำอีกงวดหนึ่งที่ 1,844 บาทเท่านั้น ก็จะเห็นได้ว่า จากยอดเงิน 1,844 บาทนี้ จะถูกนำไปจ่ายเป็นค่าดอกเบี้ยถึง 431.77 บาท เหลือ เป็นเงินไปลดต้นเพียงแค่ 1,412.23 บาทเท่านั้น

ซึ่งหากเราเลือกที่จะจ่ายเพียงขั้นต่ำไปเรื่อยๆนั้น เราจะต้องใช้เวลาถึงกว่า 4 ปี ถึงจะชำระหนี้ก้อนนี้ได้หมด

นอกจากนั้น การที่เรามียอดหนี้ค้างชำระ จะยังทำให้ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยถูกยกเลิกไปอีกด้วย นั่นหมายความว่าทุกยอดการใช้จ่ายใหม่ที่เกิดขึ้นจะถูกนำไปรวมในเงินต้น เพื่อคิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ใช้จ่ายจนถึงวันที่ชำระยอดทันที และเมื่อถึงจุดหนึ่ง ยอดจ่ายขั้นต่ำที่เราชำระเข้าไปนั้น เกือบทั้งหมดจะถูกนำไปจ่ายเป็นดอกเบี้ย เหลือนำไปจ่ายในส่วนของเงินต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงเกิดเป็นที่มาว่า ทำไมจ่ายไปเท่าไรหนี้ก็ไม่ลดลงเลย

คำถามน่าสนใจต่อมาก็คือแล้วเราควรทำอย่างไรหากว่าเรา ไม่สามารถจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มจำนวน

คำตอบก็คือสิ่งที่ลูกหนี้ควรทำเมื่อไม่สามารถจ่ายค่าบัตรเครดิตได้เต็มจำนวนนั้น ก็คือ 1. การหยุดใช้บัตรเครดิตใบนั้นในการใช้จ่ายใดๆ เพราะ ทุกการใช้จ่าย จะทำให้เกิดดอกเบี้ยทันที เพราะระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยได้ถูกยกเลิกไปแล้ว การที่ยังใช้บัตรเครดิตใบนั้นใช้จ่ายอยู่จะทำให้เกิดดอกเบี้ยจำนวนมาก 2. ควรจะชำระค่าบัตรเครดิตให้มากที่สุดเท่าที่จะชำระได้ โดยอย่างน้อยควรจะมากกว่ามูลค่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้ลดเงินเงินต้นลง ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยในเดือนต่อไปลดลงด้วยนั่นเอง

สุดท้ายนี้ หากเจ้าของบัตรมีความจำเป็นต้องการใช้บัตรเครดิตในการซื้อหรือชำระค่าสินค้า/บริการที่มีราคาสูง แต่ไม่อยากจ่ายเป็นเงินก้อนทีเดียว การเลือกที่จะใช้โปรโมชั่น ผ่อน 0% หรือผ่อนดอกเบี้ยต่ำ ที่ทางร้านค้าหรือบัตรเครดิตมีไว้ให้นั้น ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า การรูดไปก่อนแล้วมาจ่ายขั้นต่ำในแต่ละเดือนครับ”