วันพุธ ที่ 15 เมษายน 2569

Login
Login

นโยบายเพื่ออเมริกาที่ดีกว่า… ของโจ ไบเดน

นโยบายเพื่ออเมริกาที่ดีกว่า… ของโจ ไบเดน

บทความนี้ จะขอนำท่านมารู้จักกับธีมหลักของไบเดน นั่นคือ Build Back Better หรือ นโยบายอเมริกาที่ดีกว่าของไบเดน

หลังจากที่มีความชัดเจนแล้วว่า โจ ไบเดน กำลังจะได้เป็นผู้นำสหรัฐคนใหม่ บทความนี้ จะขอนำท่านมารู้จักกับธีมหลักของไบเดน นั่นคือ Build Back Better หรือ นโยบายอเมริกาที่ดีกว่าของไบเดน ที่จะนำพาเศรษฐกิจและภาคธุรกิจของอเมริกาให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เนื้อหาประกอบด้วย 3 ยุทธศาสตร์หลัก อันประกอบด้วย หนึ่ง   นโยบาย Buy American   สอง นโยบาย MAKE IT IN AMERICA  และ สาม นโยบาย SUPPLY AMERICA ซึ่งเมื่อนำไปปฏิบัติจริงในอีก 4 ปีข้างหน้า ในยุคของไบเดน คาดว่าภายหลังจากที่สถานการณ์ของโควิดคลี่คลายลง  อเมริกามีโอกาสที่จะกลับมาเป็นยักษ์ที่ตื่นและดีกว่าเดิมอีกครั้ง ดังนี้

 ยุทธศาสตร์แรก ได้แก่ นโยบาย Buy American ประกอบด้วย

หนึ่ง การเพิ่มกฎว่าด้วยการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบที่ผลิตในประเทศให้มากขึ้น สำหรับสินค้าสำคัญๆที่ใช้วัตถุดิบ จากประเทศต่างๆ 

สอง ทำการปิดช่องโหว่ต่างๆที่ต่างชาติจะใช้ในการเลี่ยง ทำตามนโยบาย Buy American    และในการโฆษณาหลอกว่าเป็น Buy American แม้ที่แท้จะผลิตในจีน   

สาม เพิ่มนโยบาย Buy American ให้รวมถึงด้านวิจัยด้วย  ทั้งในอุตสาหกรรมเหล็กและโครงการด้านขนส่งและแร่ธาตุ

สี่ ทำการปรับปรุงกฎเกณฑ์ด้านการค้าสำหรับ Buy American อันประกอบด้วย Ship American หรือ ร่างกฎหมายเพื่อช่วยด้านการขนส่งทางเรือให้กับบริษัทในสหรัฐ เพื่อความมั่นคงของประเทศด้วย

 ยุทธศาสตร์ที่  2 คือ นโยบาย MAKE IT IN AMERICA  ด้วยการทวงคืนความยิ่งใหญ่ของอเมริกาในภาคอุตสาหกรรม อันประกอบด้วย แผนของไบเดนที่จะสร้างงาน 2 ล้านตำแหน่ง และทำให้จีดีพีเพิ่ม 5 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2025  โดยไบเดนจะมีนโยบายในส่วนนี้ คือ INNOVATE IN AMERICA ที่จะสร้างงานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตให้สหรัฐเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็น ด้าน advanced materials ด้านสุขภาพและยารักษาโรค ไบโอเทค พลังงานสะอาด รถยนต์ไฟฟ้า AI และโทรคมนาคม  ดังนี้

 - เพิ่มงบด้านวิจัย ให้กับหน่วยงานใหม่ๆอย่าง National Institutes of Health, National Science Foundation และ Department of Energy นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานใหม่ที่แกะกล่องของไบเดน ที่รวมถึง  Advanced Research Projects Agency for Health (ARPA-H) และ Defense Advanced Research Projects Agency (DARPA) โดยทั้งหมดเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ๆที่กล่าวข้างต้น

- ลงทุนด้านงานวิจัยให้กับบริษัทขนาดเล็ก ผ่านการขยายผลของโครงการ Small Business Innovation Research (SBIR) ซึ่งถือได้ว่าเป็น Seed Fund ใหม่ของอเมริกาเลยทีเดียว

 นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ INNOVATE IN AMERICA ยังได้เสริมสร้างนวัตกรรมในยุคของไบเดน ด้วยการเสนอแผนการลงทุนมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ ในช่วงระยะเวลา 4 ปี เพื่อที่จะสร้างงานใหม่เพิ่มกว่า  3 ล้านตำแหน่งดังที่กล่าวไว้ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมใหม่ๆให้กับสหรัฐ

 ท้ายสุด แผนสร้างนวัตกรรมให้อเมริกาของไบเดน ยังรวมถึงการลงทุนด้านการศึกษา ด้านอาชีพให้กับเด็กมัธยม และ ให้ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 1.25 แสนดอลลาร์ สามารถได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรีฟรี เพื่อเป็นการสร้างงานให้กับภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ รวมถึงการใช้งบ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในการฝึกอบรมให้แรงงานสามารถมีทักษะใหม่ๆในการเข้าตลาดแรงงานอีกครั้ง 

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ได้แก่ นโยบาย SUPPLY AMERICA ด้วยการดึงห่วงโซ่อุปทานหรือ Supply Chain ในระดับยุทธศาสตร์ กลับมาสู่ดินแดนอเมริกาอีกครั้ง โดยที่ไบเดนจะทำให้ Supply Chain ของอเมริกากลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม ด้วยนโยบายที่ปิดช่องว่างในเซกเตอร์หลักๆ ดังนี้ 

  • ทำการมอบหมายให้หน่วยงานหลักๆของรัฐบาลอเมริกามีส่วนเป็นผู้ผลิตสินค้าที่สำคัญต่อยุทธศาสตร์ของประเทศ
  • เปลี่ยนระบบภาษีที่สนับสนุนให้บริษัทยาย้ายฐานการผลิตออกไปต่างประเทศ
  • สร้างสินค้าคงคลังเพื่อให้มั่นใจว่าจะมีสินค้าไว้ใช้อย่างเพียงพอในช่วงวิกฤต
  • ร่วมมือกับพันธมิตรในการลดการพึ่งพาต่อคู่แข่ง อย่าง จีน ในขณะเดียวกัน ก็ปรับปรุงกฎเกณฑ์ด้านการค้าโลกให้ตนเองมีระบบ Supply Chain ที่ดีขึ้น
  • เน้นนโยบาย Buy American ให้การผลิตกลับมาสู่ในประเทศในทุกขั้นตอน

 นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนด้านการจัดหาวัสดุและสินค้าต่างๆ (Procurement Investment) ซึ่งประกอบด้วย

  • การซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มูลค่าหลักหมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อให้สหรัฐเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด
  • การซื้อเหล็ก ปูน วัสดุการก่อสร้าง และคอนกรีต เพื่อช่วยบริษัทในอเมริกา
  • การซื้ออุปกรณ์การแพทย์และยารักษาโรคในสหรัฐ เพื่อให้มั่นใจว่าจะยังมีไว้ใช้ในช่วงวิกฤต
  • การซื้อปัจจัยที่ใช้ในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต อย่างโทรคมนาคม และ AI เพื่อสร้างงานและรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและความมั่นคง

 โดยสรุป Build Back Better คือการลับคมเครื่องมือต่างๆที่เคยเป็นจุดแข็งของอเมริกา และปลุกภาคอุตสาหกรรมของอเมริกาให้กลับมาตื่น เพื่อให้วิ่งฉิวแบบดีกว่าเดิมอีกครั้ง โดยพร้อมจะนำการจ้างงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงความมั่นคงของเศรษฐกิจในมิติต่างๆกลับมาสู่อเมริกาอีกครั้ง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต