ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

ดูบทความทั้งหมด

นักวิชาการอิสระ / ผู้เชี่ยวชาญของศาลยุติธรรมด้านภาษาอังกฤษ

13 พฤษภาคม 2563
495

ไม่ได้อิจฉา ไม่ได้น้อยใจ

เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนเฟสคนหนึ่งเข้ารับการผ่าตัดรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์เก่าแก่มีชื่อเสียงหลังผ่าตัด

นอนพักรักษาตัว 2-3 วันก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้เธอได้โพสต์ข้อความลงในเฟสว่า รู้สึกขอบคุณประเทศไทย ที่มีโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ที่เธอไม่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลแม้แต่บาทเดียว ทุกอย่างฟรีหมด เธอโชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทยเพื่อนเฟสท่านนี้ เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศบ่อย ทั้งใกล้ไกลประเทศไทย ยุโรป สหรัฐ เธอเดินทางไปเองเป็นส่วนใหญ่ ด้วยค่าใช้จ่ายของตัวเอง และเมื่อไปเที่ยวที่ไหนก็ลงรูปสถานที่ท่องเที่ยวให้เพื่อนเฟสดู ซึ่งก็ทำให้หลายคนมีความสุขไปกับเธอผมเองก็มีคุยกันบ้าง เล็กๆ น้อยๆ เพราะเป็นเพื่อนกันในเฟส และรู้สึกยินดีด้วยที่เห็นเธอมีความสุขดีกับการเดินทางท่องเที่ยว แม้ว่าจะอยู่ในวัยเกษียณแล้ว ก็ยังมีสุขภาพดี

แต่การเจ็บไข้ได้ป่วยที่อยู่ๆ ก็ถามถึง ทั้งที่ไม่มีอาการอะไรให้รู้ล่วงหน้า ก็ทำให้เธอถึงกับต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาพยาบาลนอนโรงพยาบาลเธอบอกว่า ถ้าต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดตั้งแต่ผ่าตัดถึงนอนพักรักษาตัวอีกสองสามวัน น่าจะสูง 2-300,000 บาทเลยทีเดียว เธอจึงโชคดีมาก ที่เกิดมาเป็นคนไทย ใช้สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้าของ สปสช. ได้ทั้งหมด

ผมได้พูดหลายครั้งหลายหนว่า บ้านเราเมืองเรายังมีคนยากคนจนจริงๆ จำนวนมากนับสิบๆ ล้านคน ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ยามเจ็บป่วย เป็นประชาชนที่ยากไร้ มีรายได้ต่ำกว่าเส้นแบ่งความยากจน ไม่ถึงปีละ 30,000 บาท ไม่มีคนดูแล ไม่มีทรัพย์สินพวกเขาเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐต้องเข้าไปดูแล ประคับประคอง ให้ฟื้นคืนกลับมาทำงานหารายได้ช่วยตนเองและครอบครัวได้แต่การดูแลของรัฐทำได้เฉพาะเรื่องพื้นฐาน การให้การรักษาพยาบาลทำอย่างมีข้อจำกัด ยาและเวชภัณฑ์จำกัดอยู่ในรายการ ถ้าเป็นยานอกบัญชีก็ต้องจ่ายเอง โรคหลายโรคไม่สามารถใช้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ หรือใช้ได้ก็อย่างมีข้อจำกัดนอกนั้นพวกเขาเหล่านี้ยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่แร้นแค้น ไม่มีเงินค่ารถค่าเรือมาหาหมอที่โรงพยาบาลได้บ่อยๆ ไม่มีลูกหลานคอยดูแลยามเจ็บป่วยแต่เมื่อพวกเขาเจ็บไข้ได้ป่วยมารับการรักษาพยาบาล เข้ารับการผ่าตัดในโรคที่คนรวยกว่าเจ็บป่วยด้วยโรคเดียวกัน ก็ได้รับบริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเหมือนกันถามว่า คนพวกไหนกันแน่ที่ควรได้รับการดูแลรักษาพยาบาลโดยไม่มีค่าใช้จ่ายจากรัฐ

ถ้าประเทศไทยร่ำรวยจริง มีเงินเหลือเฟือแจกให้ทุกคนถ้วนหน้า เหมือนดังเช่นประเทศเล็กๆ ในยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาแต่เรายังไม่ไปถึงระดับนั้น และอาจไปไม่ถึงถ้ารัฐบาลไม่รู้จักใช้เงินคนรวย คนมีเงินที่ใช้บริการรักษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายไม่ได้ทำอะไรผิด พวกเขาไม่ได้โกงรัฐ พวกเขามีสิทธิตามที่รัฐให้เป็นสวัสดิการทุกคนแบบถ้วนหน้า

เวลาที่ผมพูดถึงความไม่เท่าเทียม มักย้ำว่าความเท่าเทียมไม่ใช่การให้อย่างเท่าเทียม แต่ควรเป็นการให้กับกลุ่มเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้เท่าเทียมคนที่มีคุณภาพชีวิตดีกว่าเพราะไม่เช่นนั้น ความไม่เท่าเทียมก็จะยังคงไม่เท่าเทียม เมื่อทุกคนได้เท่ากันหมด โดยไม่แยกแยะ ความเหลื่อมล้ำจะยังคงมีต่อไปชั่วฟ้าดินสลายนี่คือความไม่ยุติธรรมของสังคมอย่างหนึ่งเป็นความไม่ยุติธรรม ที่เกิดจากหลักการหลักคิดที่เอาง่ายเข้าว่ายิ่งไปกว่านั้น ค่าใช้จ่ายฟรีที่มาจากภาษีประชาชนก็ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะรัฐจ่ายไปในสิ่งที่ไม่ตรงกับสภาพเป็นจริง เป็นการหว่านเงิน เป็นเบี้ยหัวแตกถ้าเงินเหล่านี้เอาไปให้คนยากคนจนที่จำเป็นจริง พวกเขาจะได้รับบริการที่ดีกว่านี้แน่นอนความเป็นธรรมที่แท้จริงอยู่ที่ไหนรัฐบาลตอบหน่อย

 

ดูบทความทั้งหมดของ ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร

แชร์ข่าว :
Tags: