ทัศนะจากผู้อ่าน

ดูบทความทั้งหมด

ผู้อ่านสามารถส่งเรื่องมาได้ที่ [email protected]

2 เมษายน 2563
224

เมื่อโจร (ไม่) กลับใจ ?(1)

โจร เมื่อสำนึกผิดถึงการกระทำส่วนใหญ่มักกลับใจ สังคมให้อภัย แต่โจรบางคนอาจสำนึกผิด แต่ก็ยังเป็นโจรอีกเช่นนี้แล้ว

สังคมควรให้อภัยโจรรายดังกล่าวหรือไม่ หรือกรณีลูกหนี้เงินยืม ตกลงทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้แก่เจ้าหนี้เป็นหลักฐาน มีข้อตกลงการชำหนี้เงินยืมดังกล่าว ตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงเห็นชอบต่อมาภายหลังลูกหนี้ไม่ชำระเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ เช่นนี้แล้วลูกหนี้ดังกล่าว ควรได้รับการผ่อนปรนชำระหนี้จากเจ้าหนี้หรือไม่ หรือสังคมจะเห็นใจลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับตัวผู้ต้องหาลักทรัพย์ของมีค่าในสถานที่พักอาศัยได้ตามหมายจับของศาล ในขณะที่ผู้ต้องหารายดังกล่าวได้นำทรัพย์สินมีค่าของผู้เสียหายไปขายใช้หนี้พนันบอล แต่ผู้ต้องหาก็ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาการลักทรัพย์ในเวลากลางวันต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก แต่พลันเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามทรัพย์สินที่ถูกลักทรัพย์จำหน่ายได้จากร้านค้า หรือโรงรับจำนำ รวมทั้งแสดงหลักฐานวิดิโอบันทึกภาพการลักทรัพย์ของผู้ต้องหาในสถานที่เกิดเหตุได้ ผู้ต้องหาก็ยังคงให้การภาคเสธ มิใช่ตัวผู้ต้องหา จำเลย เช่นนี้แล้ว สังคม หรือพนักงานอัยการ ตลอดจนผู้พิพากษา ท่านจะเชื่อว่าผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลรายดังกล่าว มิใช่โจร หรือผู้ต้องหา จำเลย ในคดีลักทรัพย์ดังกล่าวได้อย่างไร ?

กรณีดังกล่าวข้างต้น เมื่อลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ตามหนังสือรับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ ลูกหนี้จะปฏิเสธการยึด อายัดทรัพย์สินของลูกหนี้ ขายทอดตลาดได้หรือไม่ หรือเมื่อผู้ต้องหาลักทรัพย์ปฏิเสธว่าผู้อยู่ในเหตุการณ์การลักทรัพย์ มิใช่ตน เป็นผู้อื่น ในขณะที่ศาลออกหมายจับผู้ต้องหารายดังกล่าว และพนักงานสอบสวน ยืนยัน สั่งฟ้องผู้ต้องหาต่อพนักงานอัยการ มีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหารายดังกล่าวต่อศาล ถามว่าผู้ต้องหารายดังกล่าว จะบอกสังคมได้หรือไม่ว่าตนมิใช่ผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีลักทรัพย์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ?

นิติบุคคลอาคารชุดในพื้นที่ท่องเที่ยวจังหวัดใหญ่ของไทย ชื่อ ก มี นาย ข เป็นผู้จัดการ จดทะเบียนผู้จัดการเมื่อ เม.ย. 2560 กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี ผู้จัดการ นาย ก ตกลงว่าจ้างนิติบุคคล ชื่อ ค บริษัทรับจ้างบริหารทรัพย์สินให้แก่นิติบุคคลอาคารชุด ก ดังกล่าว เป็นเวลา 2 ปี ซึ่งนิติบุคคล ผู้รับจ้าง ค มีผู้จัดการ นาย ข เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และเป็นเจ้าของนิติบุคคล ผู้รับจ้าง ค อยู่ด้วย สัญญาจ้างบริหารทรัพย์สินของนิติบุคคล ค สิ้นสุดในวันที่ 25 เม.ย.2560 วันเดียวกันกับวันสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งของผู้จัดการ นาย ข

เมื่อต.ค.2560 ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมสมัยสามัญ มีมติแต่งตั้งตัวแทนเจ้าของร่วม ซึ่งเป็นผู้ซื้อกรรมสิทธิ์ห้องชุดของนิติบุคคลอาคารชุด ก ทำหน้าที่คณะกรรมการตามข้อบังคับ และพระราชบัญญัติอาคารชุด จำนวน 5 คน ทั้งผู้จัดการ นาย ข นิติบุคคล ผู้รับจ้าง ค พนักงานฝ่ายจัดการอาคาร ผู้จัดการ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ และคณะกรรมการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามข้อบังคับ และสัญญาจ้างบริหารทรัพย์สินดังกล่าวเกือบครบสองปี ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

ก่อนครบสัญญาจ้างบริหารทรัพย์สิน ค และวาระของผู้จัดการ นาย ข อย่างน้อย 2 เดือน ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติไม่ต่อสัญญาจ้างบริหารทรัพย์สินกับนิติบุคคล บริษัทบริหารทรัพย์สิน ค จึงทำการคัดเลือก สรรหานิติบุคคล ผู้รับจ้าง บริษัทบริหารทรัพย์สิน รายใหม่ แทนนิติบุคคล ค ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติอนุมัติคัดเลือก นิติบุคคล ผู้รับจ้าง รายใหม่ ชื่อ ง เมื่อนิติบุคคล ค ทราบข่าวว่าคณะกรรมการมีมติคัดเลือกนิติบุคคล ผู้รับจ้าง ง นาย ข ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคลอาคารชุด ก จึงส่งหนังสือลาออกจากผู้จัดการ และยกเลิกการรับจ้างบริหารทรัพย์สินของนิติบุคคลอาคารชุด ก ส่งให้ประธานคณะกรรมการ และกรรมการทราบ

หนังสือดังกล่าว ลงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2562 อนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการของนิติบุคคลอาคารชุด ก รับทราบ พร้อมประกาศผู้รับการอนุมัติคัดเลือกนิติบุคคล ผู้รับจ้าง ง รายใหม่ ตลอดจนหนังสือขอลาออกฉบับดังกล่าวให้เจ้าของร่วมในไลน์กลุ่มทราบเช่นกันด้วย

โดย...

พิสิฐ ชูประสิทธิ์

นายกสมาคมนักบริหารอาคารชุด – หมู่บ้าน จัดสรรไทย 

“ที่ปรึกษา”ฝ่ายบริหารทรัพย์สินธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ

[email protected]

ดูบทความทั้งหมดของ ทัศนะจากผู้อ่าน

แชร์ข่าว :
Tags: