เจษฎา สุขทิศ

ดูบทความทั้งหมด

"ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FINNOMENA และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะเศรษฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์"

3 มีนาคม 2563
495

COVID-19 วิกฤติตลาด หรือโอกาสลงทุน

ในที่สุดก็เกิดการปรับฐานใหญ่ของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ปรับฐานกว่า 10% ในเวลาเพียง 6 วันทำการ

ซึ่งนับเป็นการปรับฐานมากกว่า 10% ที่รวดเร็วที่สุดนับแต่มีตลาดหุ้นสหรัฐฯ เลยทีเดียวคำถามสำคัญที่สุด ณ เวลานี้หนีไม่พ้นว่า “COVID-19 นี้คือวิกฤตตลาด หรือโอกาสเข้าลงทุน” ซึ่งการวิเคราะห์และตัดสินใจที่ถูกต้องในช่วงเวลา moment of truth แบบนี้จะมีผลต่อผลตอบแทนการลงทุนระยะยาวมากทีเดียวครับ

ล่าสุด ดัชนี S&P 500 ของสหรัฐฯ ปรับฐานโดยใช้เวลาเพียงสัปดาห์เดียวลงมาอยู่ที่ระดับ – 1SD ของช่วงราคาย้อนหลัง 5 ปี ทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลว่าผลกระทบของ COVID-19 จะเป็นปรากฏการณ์ Black Swan ที่ทำให้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะถดถอย ซึ่งแน่นอนว่าตัวแปรสำคัญหนีไม่พ้นเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นของสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นตลาดหลักที่ปรับตัวขึ้นในวัฏจักรเศรษฐกิจโลกขาขึ้นรอบที่ผ่านมา

กลับมาดูที่พื้นฐานของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ข้อมูลล่าสุดจาก Bloomberg ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563 พบว่ารายได้และกำไรของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปี 2019 ที่ผ่านมาปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ตลาดคาดการณ์ว่ากำไรของตลาดหุ้นสหรัฐจะโตถึง 14% ในปีนี้ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่สูงทีเดียว

 

2 สถานการณ์ความเป็นไปได้

 

กรณีที่ 1:COVID-19 ลุกลามเหมือนวิกฤตกาฬโรค

ถ้า COVID-19 ติดต่อลุกลามเอาไม่อยู่ และไม่สามารถมีวัคซีนป้องกัน รวมถึงไม่มียาต้านไวรัสได้ในเร็ววัน ภาพก็คงจะคล้ายกับวิกฤตกาฬโรคที่เกิดขึ้นในโลกเมื่อ 300 ปีก่อนที่คร่าชีวิตผู้คนนับแสนคน หากเป็นในกรณีนี้ เศรษฐกิจโลกจะหนีไม่พ้นการเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ และกำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ รวมถึงบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกก็จะถูกลดประมาณการครั้งใหญ่ด้วยเช่นกัน

 

กรณีนี้เราน่าจะได้เห็นตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นโลกปรับตัวลดลงอีกอย่างต่อเนื่อง และเม็ดเงินไหลไปหาพันธบัตรรัฐบาลและทองคำ อัตราดอกเบี้ย Bond Yield สหรัฐฯ 10 ปีจะลงต่ำกว่า 1% และทองคำน่าจะทำจุดสูงใหม่เป็นประวัติการณ์

 

กรณีที่ 2 พบวิธีการรักษา COVID-19 และการแพร่เชื้อชะลอตัวลง

ณ เวลานี้ผู้เชี่ยวชาญทั้งโลกกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อหาวัคซีนป้องกัน และยาต้านไวรัส อัตราการตายของผู้ติดเชื้อ COVID-19 จัดนั้นอยู่ในระดับต่ำ แต่อัตราการแพร่เชื้ออยู่ในระดับที่สูงมาก นั่นหมายถึงว่าโรคนี้ไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ต้องเสียชีวิตอย่างกรณีของกาฬโรค หรือไวรัสอีโบล่า

 

ในกรณีที่สองนี้เท่ากับว่า COVID-19 เป็น Event Risk ที่ทำให้เศรษฐกิจ และตลาดหุ้นโลกปรับฐานในระยะสั้นไม่เกิน 1 – 2 ไตรมาส ขณะที่วัฏจักรขาขึ้นของตลาดทุนจะยังเป็นอยู่ต่อไป ในกรณีนี้เราน่าจะได้เห็นดัชนี S&P 500 และตลาดหุ้นโลกฟื้นตัว หลังจากปรับลดลงรุนแรงในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ Bond Yield พันธบัตรสหรัฐฯ10 ปีที่น่าจะเด้งกลับขึ้นไปสูงกว่า 1.5%

ส่วนตัว ผู้เขียน ณ เวลานี้มองว่าเป็นกรณีที่ 2 เพราะเมื่อดูจากประวัติศาสตร์ในอดีต โรคหวัดระบาดส่วนใหญ่แม้จะลุกลาม แต่ไม่รุนแรง และในที่สุดเศรษฐกิจและตลาดหุ้นโลกก็สามารถข้ามพ้นไปได้ บนสมมติฐานนี้ การปรับฐานที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสสำหรับการลงทุน แต่ขอให้เน้นไปที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และเอเชียเพราะมีพื้นฐานรองรับ ส่วนตลาดหุ้นไทยหากโชคดีฟื้นตัวมองเป็นโอกาสลดพอร์ตเนื่องจากเศรษฐกิจไทยดูไม่สดใสเอาเสียเลย

 อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องการความเสี่ยงของกรณีที่ 1 คือเศรษฐกิจถดถอย แนะนำให้เพิ่มทองคำในพอร์ตมากเป็นพิเศษอาจไปได้ถึง 20-25% ของพอร์ต โดยรอบนี้แนะนำลงทุนกองทุนทองคำแบบไม่ต้องป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอน่าจะทำให้เงินบาทอ่อนค่า การมีทองคำคู่กับหุ้นน่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหากสถานการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง แล้วคุณล่ะครับ มองCOVID-19 เป็นวิกฤตลาด หรือโอกาสลงทุน

FundTalk รายงาน

ดูบทความทั้งหมดของ เจษฎา สุขทิศ

แชร์ข่าว :
Tags: